วันพุธที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2554

ความเป็นส่วนตัว..ดารา



นานๆ จะได้เขียนเรื่องเกี่ยวกับดาราเสียที ทั้งๆ ที่ผมเองได้เคยมีโอกาสใกล้ชิดพวกดาราเหล่านี้บ้างในวัยเด็ก ได้มีประสบการณ์ร่วมกับดาราหลายครั้งเมื่อตอนที่มีการเปิดตัวโรงหนังใหม่ๆ หรือตอนที่เขามาโปรโมทหนัง ก็พอรู้บ้างว่าดาราพวกนี้มักจะไม่มีการเปิดเผยเรื่องส่วนตัวกันให้ชาวบ้านรู้สักเท่าไหร่ ผมขอย้อนอดีตไปสมัยที่หนังไทยดังระเบิดมากกว่าหนังฝรั่งตอนนี้ การดูหนังแต่ละเรื่องดาราจะถูกนำมาแสดงเป็นพระเอกประจำก็มี สมบัติ เมทะนี ,กรุง ศรีวิไล ,สรพงษ์ ชาตรี ,ไชยยา สุริยันต์ เป็นต้น ที่จริงยังมีอีกมาก แต่เอาแค่ที่จำได้เท่านี้ก่อน ดารายุคนั้น ไปไหนมาไหนก็จะพบเจอกันตามกองถ่ายประจำ เพราะ คนสร้างหนังมีไม่มาก หนังที่เล่นก็จะมีไม่กี่แนว เช่น บทพระเอกสู้ชีวิต บทพระเอกตำรวจ(ปลอมตัว)บทพระเอกเจ้าชู้ บทพระเอกนักร้อง และก็บทพระเอกตลก ผมจึงได้ดูและรู้จักดีว่าแต่ละคนเล่นแนวไหนถนัด ไม่ถนัด ในเรื่องประวัติส่วนตัวของแต่ละคน สมัยก่อนไม่มีการเปิดเผยมากนักเหมือนสมัยนี้ หนังสือดาราต่างๆ ก็มีไม่กี่เล่ม เท่าที่จำได้ ก็มีดาราภาพยนตร์ (ตอนนี้ยังมีขายอยู่)ดาราไทย บางกอก สกุลไทย อะไรประมาณนี้ ซึ่งเนื้อหาต่างๆ ในเล่มจะไม่มีการพูดถึงเรื่องส่วนตัว ใครไปทำอะไรกับใคร อยู่กับใคร หรือแต่งงานกับใคร ทุกอย่างความเป็นส่วนตัวของดาราสมัยก่อนมีสูงมาก ไม่เท่านั้น คุณภาพ วินัย การทำงานของแต่ละคนที่เป็นดาราสมัยก่อนก็ดีมากด้วยเช่นกัน ในความเป็นส่วนตัวจริงๆ หากย้อนกลับไปสมัยก่อนคนดูหนังจะติดกับบทบาทและฝีมือการแสดงมากกว่าที่จะไปใส่ใจเรื่องส่วนตัวของดารา จึงทำให้ดาราสามารถที่จะประสบความสำเร็จในวงการได้ไม่ยาก พอมาเดี๋ยวนี้ อะไรๆ ก็ได้เปลี่ยนไปอย่างมากมาย จนบางเรื่องที่ไม่อยากรู้ เพราะรู้ไปก็ไม่มีประโยชน์ต่อสมอง ต่อการใช้ชีวิต ได้มีการนำมาเผยแพร่ผ่านสื่อแบบตามติดก้าวต่อก้าว จนทำให้รูปแบบต่างๆ ของการใช้ชีวิตดาราในทำนองปกติเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง มันทำให้ผมเห็นความแตกต่างและความเปลี่ยนไปอย่างที่ไม่ควรเปลี่ยน ตั้งแต่เรื่องของคนที่พอตัดสินใจเป็นดาราขึ้นมาการใช้ชีวิตส่วนตัวในแบบปกติ กิน นอน เดิน เที่ยว ก็ไม่สามารถ บางคนต้องหลบๆ ซ่อนๆ เวลาไปที่ไหนๆ ไม่ต่างจากนักโทษที่ต้องคอยหลบตำรวจ เพราะกลัวโดนจับผิด จะพักผ่อนแบบสบายๆ ที่ไม่มีคนมาทักก็ไม่ได้ บางครั้งก็กลายเป็นคดีความกันเกิดขึ้น จนต้องมีการตั้งคำถามว่า ดารามันไม่ใช่คนเหรอ นั้นสิ..ผมว่ามันก็คนดีๆ นี่เอง ไม่ได้เป็นประเภท 3 เศียร 6 กรณ์ ถึงได้น่าดู น่าถ่ายรูป น่าติดตาม ดาราหรือนักแสดงก็ตาม ถ้าจะให้ดีผมอยากให้เป็นแบบนี้ครับ คือ เราควรเสพในสิ่งที่เป็นผลงานการแสดงมากกว่าที่ตัวดาราใช้ชีวิตความเป็นอยู่ เพราะนั้นมันเหมือนไปล่วงเกินสิทธิเสรีภาพของเขา ภาพที่เสนอมาจะเป็นเรื่องราวการใช้ชีวิตดาราที่บางทีกินข้าว นั่ง นอน เล่น พักผ่อน ก็เอามาลง ที่สำคัญ ภาพโชว์โป๊ (หวอ)ทีไม่ตั้งใจโชว์แต่ตั้งใจถ่าย ขยันเอามาลงปกจัง แต่ก็ทำไงได้ผมก็เข้าใจนะว่าเขาขายอะไรในสื่อต่างๆ เหล่านั้น พอเราไปติดแล้วก็ทำให้เราเองยอมรับเป็นสาวกเขาไปโดยปริยาย ขอให้รู้เรื่องเขาไปหมดตั้งแต่เกิดจนปัจจุบัน อยากไปอยู่ใกล้ๆ ขอกินนอนด้วยเลยก็มี เดี๋ยวนี้ สังคมถูกให้เลียนแบบความชอบเหมือนการชอบดาราต่างประเทศในการคลั่งไคล้อย่างมาก บางคนยอมตายได้ ซึ่งไม่สมควรอย่างยิ่ง น่าจะมาเปลียนวิธีการในการชื่นชมใหม่ ไม่ไปก้าวล้ำสิทธิ์ความเป็นส่วนตัวมากเกิน เอาแต่พอดี เน้นที่ผลงานจะดูสวยงามกว่า ที่เน้นเอ็กซ์ เซ็กซ์ อึ๋ม ดูดูแล้ว ต่อไปใครจะเป็นดาราต้องเตรียมตัวเตรียมใจเรื่องหุ่นให้ดูดีข้างบนทำให้ใหญ่เข้าไว้ หน้าตาทำให้ดูสวย ประวัติเรื่องส่วนตัวทำให้สะอาด(โดยเฉพาะดาราผู้หญิง)ที่ค่อนข้างมีแต่เสียมากกว่าดี ไม่ควรมีเรื่องปิดบังส่วนตัว ถ้ามีสื่อต้องขอรู้ก่อนหมด นี่หล่ะสังคมดาราที่ต้องเตรียมใจ ทำใจยอมรับการเป็นคนทำอาชีพนี้ อีกสิ่งหนึ่งที่การเป็นดาราจะมีไปด้วยกันคือ เงินทองจะตามมาพร้อมกับความดัง บางคนกล้าแลกเพื่อสิ่งนี้ ขอให้เกิดเป็นอันพอ ไม่สนว่าจะต้องเป็นอย่างไร เมื่อดังแล้วค่อยว่ากัน หากดาราใครคิดแบบนี้ โอกาสเกิดมีมาเร็วและก็จบเร็วได้เหมือนกันนะขอเตือน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น