วันพฤหัสบดีที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2554

ย่านาง




ย่านาง ไม่ได้เป็นชื่อของคุณย่าใคร แต่เป็นชื่อใบไม้สมุนไพรชนิดหนึ่ง ที่ดีมีประโยชน์มากจริงๆ อย่างไรเหรอ ?
คุณเคยสังเกตไหมว่าทำไมคนสมัยก่อนถึงอายุยืน สุขภาพแข็งแรง ก็เพราะสมัยโบราณนั้นเขารู้จักกินสมุนไพรเป็นประจำ ย่านางก็จัดเป็นพืชสมุนไพรที่คนเรารู้จักนำมาใช้กันตั้งแต่โบราณ มีชื่อที่ชาวอีสานเรียกอย่างไม่เป็นทางการว่า สมุนไพรหมื่นปีไม่แก่ เนื่องมาจากมีการค้นพบความมหัศจรรย์ของ "ใบย่านาง" ว่ามีเบต้าแคโรทีนในปริมาณสูง ซึ่งจะช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ในร่างกาย ทั้งยังอุดมด้วยเส้นใยอาหาร อาทิ แคลเซียม เหล็ก ฟอสฟอรัส ย่านางจึงเป็นหนึ่งในจำนวนผักพื้นบ้านที่นักวิจัยแนะนำให้นำมาแปรรูปให้เป็นอาหารเพื่อรักษาโรคร้าย และนี่เป็นประสบการณ์ของผู้ป่วยที่ใช้ใบย่านางแก้ไขปัญหาสุขภาพ จนมีผลให้อาการเจ็บป่วยทุเลาเบาบางลง เช่น เนื้องอกในมดลูก มดลูกโต ตกเลือด ตกขาว ปวดตามร่ายกาย มะเร็งปอด มะเร็งตับ มะเร็งมดลูก โรคหัวใจ โรคไต โรคกระเพาะอาหารอักเสบ เนื้องอกในเต้านม เบาหวานและความดันโลหิตสูง ขับสารพิษ ภูมิแพ้ ไอ จาม เริม งูสวัด ตุ่มผื่นคันที่แขน อาการปวดแสบขัด ออกร้อนในทางเดินปัสสาวะ นอนกรน ไตอักเสบ อาการปวดขาที่แขน เล็บมือผุ และเก๊าต์เพราะฉะนั้น จึงมีการนำ "ย่านาง" มาดัดแปลงเพื่อการบริโภคในรูปแบบอาหารและเครื่องดื่ม เพราะเป็นประโยชน์ที่เหมาะสมสำหรับการดูแลสุขภาพเป็นอย่างยิ่ง
จากคุณสมบัติของ "ย่านาง" ที่มีฤทธิ์เย็นในภูมิปัญญาท้องถิ่น ชาวบ้านจึงนำย่านางมาใช้ในการบำบัด หรือบรรเทาอาการอันเกิดจากภาวะไม่สมดุลในกรณีที่ร่างกายเกิดความร้อนเกิน นั่นก็คือ คนโบราณได้เล็งเห็นกันมานานแล้วว่า ย่านางสามารถปรับสมดุลในร่างกายของคนเราได้ ซึ่งพอในยุคปัจจุบันเราก็สามารถหาเหตุผลมาสนับสนุนตรงจุดนี้ได้ คือในทางโภชนาการนั้นย่านางมีรสจืด และเป็นยาเย็นมีสรรพคุณในการดับร้อน ทำให้มีกลุ่มคนนำความรู้ตรงนี้ไปผนวกเข้ากับภูมิปัญญาชาวบ้าน นำ ย่านาง มาคั้นน้ำดื่ม เพราะน้ำย่านางมีคลอโรฟิลล์ สามารถเพิ่มความสดชื่น ปรับสมดุลร้อนเย็นในร่างกาย เพราะเชื่อว่าสาเหตุของโรคหลายชนิดเกิดมาจากความร้อนที่ไม่สมดุลกับความเย็นนั้นนำมาซึ่งอาการเจ็บป่วยทั้งหลาย อาทิ ไข้ต่างๆ มะเร็ง ปวดแขนขา อาการอักเสบร้อนที่เบ้าตา เป็นผดผื่นคัน แพ้อากาศ แลอะอื่นๆ อีกมากมาย พอเราได้ใช้ยาเย็น ซึ่งในที่นี้ก็หมายถึงการดื่ม น้ำคั้นสดจากใบย่านาง เข้าไปก็ย่อมจะช่วยปรับสมดุลให้พอดีขึ้น อีกทั้งยังสามารถล้างพิษบางอย่างที่สะสมอยู่ตามร่างกาย ตามระบบต่างๆ ในตัวที่อาจเกิดจากอาหารและสิ่งแวดล้อมออกไปได้หมด

สูตรการทำน้ำใบย่านาง สำหรับดื่ม
1)เตรียมใบย่านาง 10-20 ใบต่อน้ำสะอาด 1-3 แก้ว
2)โชลกหรือขยี้ใบย่านางสดกับน้ำสะอาดจนใบย่านางละเอียดกลายเป็นสีขาว หรือหากใครจะใช้เครื่องปั่นก็ได้ แต่บางทีการใช้เครื่องปั่นไฟฟ้าจะทำให้สรรพคุณของใบย่านางลดลงบ้าง เนื่องจากจะโดนความร้อนทำลายไปบางส่วน
3)นำน้ำใบย่านางมากรองใบออก เอาแต่น้ำซึ่งจะมีสีเขียวเข้มของใบย่านาง
4)ใช้ดื่มตอนท้องว่าง ครั้งละครึ่งแก้วถึง 1 แก้ว วันละ 2-3 เวลาตอนท้องว่างหรือหากรู้สึกว่าดื่มยากเกินไป อาจจะผสมให้เจือจางลง แล้วดื่มแทนน้ำเปล่าระหว่างวันก็ได้
5)หากใครรู้สึกว่า น้ำใบย่านาง ดื่มยากเกินไปอีก แนะนำให้ลองผสมกับน้ำมะพร้าวสด เพื่อผลทางยาเย็นที่เพิ่มขึ้น ทั้งๆ ยังช่วยให้ดิ่มง่ายขึ้นอีกด้วย
ข้อแนะนำเพิ่มเติมหากเก็บน้ำใบย่านางไว้ในอุณหภูมิห้อง ควรดื่มให้หมดภายใน 4 ชั่วโมง เพราะหากทิ้งไว้นานกว่านั้นจะมีกลิ่นเหม็นเปรี้ยวไม่เหมาะแก่การดื่ม หรือเอาเข้าเก็บในตู้เย็น สามารถเก็บไว้ดื่มได้นาน 3-7 วัน แต่ถ้าดื่มตอนที่คั้นสดใหม่เร็วเท่าไหร่ก็เป็นประโยชน์มากเท่านั้น
เห็นไหมครับว่า พืชผักดีดีของคนไทยประเทศไทยมีมาก อย่ามัวแต่ไปมองของต่างประเทศอย่างเดียว อีกนิดหนึ่งของใบย่านางผมเกือบลืมไปว่า ใบย่านางยังใช้รักษาแก้ผื่นคันได้อีกโดย คั้นน้ำชโลมตามผิวบริเวณที่เป็นแผลหรือผสมกับดิยสอพองทาทิ้งไว้สั 20-30 นาทีแล้วค่อยเช็ดออกตามปกติ ความเย็นและสรรพคุณของใบย่านางจะช่วยให้รู้สึกสบายผิวและตุ่มคันลดลงได้ ไม่จำเป็นต้องรอให้เป็นคุณพี่นาง หรือน้องนาง ก็แร๊งแรงได้เหมือนกันนะคุณย่า..นาง

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น