
นี่ก็เป็นเวลานานมากสำหรับการที่ผมไม่ได้หยิบกล้องถ่ายรูปมาถ่ายภาพเลยเป็นเวลา 5-6 ปี ที่บอกเช่นนี้ ก็เพราะเมื่อก่อนเป็นคนหนึ่งที่รักการถ่ายภาพเป็นชีวิตจิตใจเลย ถ่ายจนได้รางวัล ชอบคิดมุมกล้องแปลกๆ ชอบวางองค์ประกอบที่แตกต่าง ซึ่งโดยรวมทั้งหมดออกมาดูดี มีมิติ มีความสดุลย์และสื่อออกมาอย่างมีความนัย คล้ายกับภาพวาดภาพหนึ่งที่ระบายด้วยแสงจากธรรมชาติอยู่บนกระดาษภาพถ่าย สมัยนั้นการถ่ายภาพของผมได้มีโอกาสได้ทำเองตั้งแต่ถ่ายภาพ ล้างฟิลม์ อัดภาพ และล้างภาพ บอกตรงๆ เลยว่าภูมิใจที่ทำเองได้หมดทุกขั้น ภาพที่ออกมาก็สวยแลดูเป็นศิลป์ มาตอนนี้ยุคสมัยเปลี่ยนไป โอกาสแบบนั้นไม่มีแล้ว มีแต่เทคโนโลยีเข้ามาแทน แต่งภาพด้วยโปรแกรม ลบ เสริม เปลี่ยนฉากหลัง เพิ่มความเข้ม จาง ของแสงด้วยโปรแกรมทั้งนั้น นี่หล่ะ สิ่งที่เคยทำมาในอดีตก็หมดซึ่งความรู้สึกดีๆแบบทำมือ ไปเป็นทำเครื่องแทน แต่ไม่ว่าอะไรมาแทนอะไร สิ่งหนึ่งที่ผมเชื่อว่ามีอยู่ตลอด คือเทคนิคการถ่ายภาพที่ดีๆ ที่แต่ละคนจะนำเสนอออกมาไม่เหมือนกัน เหมือนภาพข้างบนที่ผมเอามาประกอบ ดูแล้วเป็นภาพเรือลำหนึ่งจอดอยู่ บรรยากาศพระอาทิตย์กำลังตกดิน แบบนี้ต้องรีบหยิบกล้องมาถ่ายก่อนพระอาทิตย์ตก การจัดวางเอียงหน่อยๆ มีแบล็คกราวด้านหลังเพื่อสร้างมิติในการกำหนดใกล้ไกล ที่สามารถมีเส้นนำสายตาไปหาพระอาทิตย์ ซึ่งองค์ประกอบแบบนี้นี้เขาเรียกว่าเข้ากฎ 3 ส่วน ไม่ได้จัดวางแค่สมดุลย์แต่ยังมีมุมทะแยงให้สื่อถึงความกว้างของแม่น้ำ ความยาวของหาดทราย และสีที่ตัดกันของเรือทำให้ภาพโดดเด่นออกมาไม่ถึงกับจม มีระดับภาพถึง 3 ส่วน คือ เรือ แม่น้ำ และภูเขากับพระอาทิตย์ จัดถือว่าดีทีเดียว บรรยากาศแบบนี้เหมือนบ่งบอกให้รีบเอาเรือขึ้นฝั่งแล้วกลับบ้าน สังเกตจากท้องฟ้าที่ขุ่นมัว ก็จัดเป็นยามเย็นที่ไม่ธรรมดา คราวหน้าจะมาพูดถึงภาพวิวอีกมุมมองหนึ่งให้ฟัง
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น