

ตลาดแหล่งช้อปปิ้งแนวใหม่ในปัจจุบันได้เกิดขึ้นมากมายตามซอยต่างๆ ที่ไม่ใช่เป็นห้างเหมือนเมื่อก่อน ขอเพียงแค่ให้มีร้านอาหารอร่อยที่ออกแบบร้านดูทันสมัย มีร้านขายของพิเศษนำเข้าจากต่างประเทศมาครบหมดทุกอย่างทุกประเภท สถานที่มีที่จอดรถกว้างขวาง ผสมผสานเรื่องสถาปัตยกรรมเข้ามาเกี่ยวข้อง จึงได้เกิดกระแสแนวทางการฉีกกฎเกณฑ์ห้างให้กับขาช้อปคอซื้อของในรูปแบบไม่จำเจก็คือ ไม่ต้องเดินทางไปช้อปถึงห้างสรรสินค้าก็สามารถซื้อของถูกใจได้ เพราะที่นี่มีบรรยากาศดี มีที่นั่งเล่นพักผ่อน มีที่จอดรถแบบไม่แย่งใคร และมีของกินที่อร่อยไม่เหมือนใคร เหล่านี้ถึงจะเรียกได้ว่าตอบโจทย์ชีวิตคนเมืองที่ต้องหมุนเวียนเปลี่ยนไป ทำให้หลายสิ่งหลายอย่างต้องหมุนตามไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นการทำงาน การจับจ่ายใช้สอย การพักผ่อน หรือแม้กระทั่งการพบปะเพื่อนฝูงตามสถานที่ต่างๆ ไลฟ์สไตล์ของคนเมืองยุคใหม่ดูเหมือนจะต้องการความเป็นส่วนตัวมากขึ้น แต่ขณะเดียวกันก็ยังไม่อยากตัดขาดจากสังคมภายนอก แถมการที่ต้องอยู่ในสภาพแวดล้อมที่แออัดเป็นประจำทำให้คนเมืองจำนวนมากถวิลหาความเป็นธรรมชาติ จากเหตุผลต่างๆ ที่กล่าวมานี้ทำให้เกิดศูนย์การค้าที่เน้นความเป็นส่วนตัว และผสมผสานความร่มรื่นของธรรมชาติเข้าไว้ด้วยกัน และด้วยความลงตัวกับไลฟ์ไสตล์ของคนทุกเพศทุกวัย ศูนย์การค้ารูปแบบใหม่นี้เลยกำลังได้รับความนิยมอย่างมาก เราขอนำเสนอ 3 ไลฟ์สไตล์มอลล์ ที่ตอบสนองวิถี Urban Life ของคนเทรนดี้พร้อมมุมมองวิเคราะห์ด้านการตลาดและสถาปัตยกรรมที่ไลฟ์สไตล์มอลล์สักแห่งใกล้ๆ บ้าน
แห่งแรก Penny's Balcony (เพนนี’ส บัลโคนี) ศูนย์กลางการค้าไลฟ์สไตล์ กลางซอยทองหล่อ ที่เป็นแหล่งรวมความทันสมัยแบบมีระดับ สำหรับทุกคนในครอบครัว ที่นี่เป็นอาคารขนาด 3 ชั้น ซึ่งมีรูปแบบของอาคารที่ผสมผสานกับรูปแบบของบ้านเดิมและอาคารใหม่ ด้านหน้าของอาคารมีลานอเนกประสงค์ ที่มีสวนต้นไม้เตี้ยและน้ำพุ เพื่อเพิ่มความสดชื่นให้กับสถานที่และเพื่อสร้างบรรยากาศให้รู้สึกผ่อนคลายเป็นกันเอง เจาะกลุ่มลูกค้าครอบครัว ระดับเอ-บี Penny's Balcony ประกอบด้วยร้านค้าที่น่าสนใจทั้งหมด 14 ร้านค้า โดยแต่ละร้านจะมีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นในตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหารฝรั่งเศส เบลเยี่ยม หรือจีน ร้านซักรีด ร้านเสื้อผ้า สินค้าแบรนด์เนม สปาและสถานเสริมความงามครบวงจร ความหลากหลายนี้เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก
แห่งที่สอง เดอะ คริสตัล (The Crystal) ไลฟ์สไตล์ช้อปปิ้งมอลล์แห่งแรกและใหญ่ที่สุดบนถนนประดิษฐ์มนูธรรม ที่มีความหลากหลายของร้านค้าและบริการ ทั้งซุปเปอร์มาร์เก็ต ร้านอาหารและเบเกอรี่ ร้านกาแฟ ธนาคาร ร้านแฟชั่น ร้านจำหน่ายอุปกรณ์กีฬา ร้านจำหน่ายอุปกรณ์ไฟฟ้า ร้านเสริมสวยและคลินิกเสริมความงาม ร้านจำหน่ายอุปกรณ์ไอที โรงเรียนภาษา ดนตรี และ กิจกรรมที่ศูนย์จัดขึ้นตามเทศกาล และโอกาสพิเศษต่างๆ คอนเซ็ปต์การออกแบบอาคารของที่นี่ เป็นแบบ แคลิฟอร์เนีย คอนเทมโพรารี่ ประกอบด้วยความร่มรื่นของสวน แนวคิดการนำความน่าสนใจของร้านค้าบน Outdoor Walking Street ลานน้ำพุ Eight Angels และ Garden center Court ซึ่งเป็นรูปแบบของศูนย์การค้าที่เน้นการผสมผสานบรรยากาศ Landscape แบบ Outdoor to Indoor Mode ที่ปัจจุบันกำลังได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายทั่วโลก โดยเฉพาะในยุโรป และสหรัฐอเมริกา รวมถึงการวางผังโครงการที่เน้นในเรื่องความสะดวกสบายในการช้อปปิ้ง และการจัดวางตำแหน่งร้านค้าอย่างเหมาะสม เพื่อให้ลูกค้าได้เพลิดเพลินกับการช้อปปิ้งและใช้บริการอย่างครบวงจร พร้อมสะท้อนไลฟ์สไตล์ที่อบอุ่นอย่างมีระดับ
แห่งที่สาม เจ อะเวนิว (J Avenue) ศูนย์การค้าทันสมัยตรงไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ ปากซอยทองหล่อ ซอย 15 ไฮไลต์ที่ให้คนเมืองได้อิ่มเอมกับการพักผ่อนใน "Lifestyle Shopping Center" เน้นแนวคิดแบบศูนย์การค้าในญี่ปุ่น ออกแบบกลมกลืนกับธรรมชาติผสมผสานระหว่างความโดดเด่นของวัฒนธรรมตะวันออกและตะวันตกอย่างลงตัว ที่นี่มีร้านอาหารเก๋ๆ ที่ตกแต่งสไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ มีเมนูอาหารให้เลือกหลากหลาย บางร้านอิมพอร์ทผู้จัดการร้านและเชฟที่เป็นชาวญี่ปุ่นมาคุ้มเข้มในเรื่องการให้บริการและรสชาติอาหารที่ต้องได้มาตรฐานเหมือนอย่างต้นฉบับกันเลย ที่นี่ยังมีกิจกรรมสำหรับทุกคนในครอบครัว ไม่ว่าจะเป็น วิลล่า ซูเปอร์มาร์เก็ต ซูเปอร์สุดเก๋ ร้านอาหารสุดอร่อยไม่ว่าจะเป็น Greyhound Café ร้านอาหารไทยผสมฝรั่ง OOTOYA, NANOHANA, Yura An, Min Min ร้านอาหารญี่ปุ่นตำรับแท้ Chine Chine ร้านอาหารจีนสไตล์โมเดิร์น ร้านนั่งทานอาหารเล่น ขนมหวาน ไอศกรีม และเครื่องดื่มเย็นๆ แสนชื่นใจ อย่าง Wrap It, AU BON PAIN และ Mousses & Berry รวมถึงกิจกรรมที่ให้คุณสามารถเพลิดเพลินได้ตลอดวัน ตั้งแต่โบว์ลิ่ง คาราโอเกะ สปา
จากทั้งสามแห่งที่เขียนให้อ่านนี้ ผมได้ไปมาแล้วทุกที่ แนวคิดการทำมอลล์มีความคล้ายกันมาก จะเน้นด้านหน้าเปิดโล่ง มีลานกว้าง วางบันไดแนวยาวหน้ามอลล์ไล่เป็นลำดับไป จัดสวนแซมน้ำพุ บางที่มีต้นไม้ปลูกทุกชั้น จำนวนชั้นมีไม่เกิน 3-4 ชั้น ว่าไปแล้วผมก็ชอบนะเพราะมันเดินเล่นสบายๆ แบบไม่ต้องเบียดใคร ลมพัดเย็นดี ค่อยๆ เดิน ค่อยๆ เลือกซื้อของ ซึงจะไม่เหมือนรูปแบบเดิมของห้างอีกต่อไป จะมีปัญหาหนักก็เจ้าของร้านขายของนี่ล่ะ ที่มีคนมาซื้อน้อย มาก็มาทีละคนสองคน มาก็ต้องมีรถมา เพราะบางแห่งตั้งอยู่เฉพาะที่ต้องมีรถไปเท่านั้น นี่ล่ะครับวิถีแห่งใหม่ของคนเมืองกรุง
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น