

ในโลกแห่งการทำงานของทุกวันจะมีอยู่วันหนึ่งใน 7 วัน ที่ทุกคนชอบรอให้เร็วๆ นั่นคือวันศุกร์ เพราะในวันนี้จะเป็นวันที่หลายคนมักมีความคิดในการทำอะไรต่อมิอะไรมากมาย เพื่อทำให้ตัวเองมีความสุข บางคนจะหาความสุขไม่เป็น มีปัญหาหนักที่สุดก็คือ หาความสุขไม่ได้ ซึ่งคงจะดีไม่น้อย ถ้าร้านสะดวกซื้อ มี “ความสุข” อัดกระป๋องหรือแช่แข็งไว้รอจำหน่ายให้คุณได้เลือกซื้อกันอย่างง่ายดาย แต่โลกความจริง ไม่เป็นเช่นนั้น..ใครๆ ต่างก็มองหาความสุขกัน เพราะปัจจุบันหันไปทางไหน ก็เจอแต่คนมีความเครียดและความทุกข์กันมากมาย อาจเพราะผลพวงของพิษเศรษฐกิจและปัญหาต่างๆ ที่รุมเร้า บางทีความสุขอาจไม่ใช่อะไรที่ไกลตัว ง่ายๆ แค่เพียงหลับตา และหยุดอยู่กับตัวเองสักพัก ในความเจริญก้าวหน้าและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ได้พัฒนาขึ้นทุกวัน เพราะฉะนั้นหนทางของการสร้างความสุขก็อาจมีให้เลือกได้มากขึ้น วันศุกร์นี้..ผมมี วิธีการสร้างความสุข มาแนะนำให้เลือกหลายวิธี ถึงแม้ว่าในชีวิตเมืองกรุงที่รีบเร่งแต่โลกทั้งใบของคุณก็สามารถหยุดหมุนได้กับความสุขที่เติมเต็มมา แม้จะเพียงแค่ชั่วเวลาหนึ่งก็เพียงพอแล้ว ลองเลือกดูครับ
1)ออนไลน์-สายแห่งความสุข ณ วันนี้คงหลีกเลี่ยงไม่ได้ หากจะกล่าวว่าอินเทอร์เน็ตกลายเป็นสิ่งที่ได้รับความนิยมจนแทรกซึมเข้าสู่กิจกรรมในชีวิตประจำวันของคนทั่วโลกไปแล้ว สำหรับการผ่อนคลายสร้างความสุขโดยการใช้อินเตอร์เน็ต คุณสามารถเลือกได้หลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการเล่นเกม อ่านบทความที่น่าสนใจ แชตกับเพื่อนฝูง หรือจะ Make friends กับเพื่อนต่างชาติก็ได้ รวมถึงการเข้าไปทิ้งข้อความให้เพื่อนใน hi5 เว็บไซต์ยอดนิยมในขณะนี้ เพียงแค่นี้โลกส่วนตัวในชีวิตเมืองของคุณแม้จะเงียบในบางครั้งแต่ก็จะไม่พบกับความเหงา
2)ปลูกต้นไม้คลายเครียด ต้นไม้นอกจากช่วยลดโลกร้อนแล้ว ยังช่วยสร้างความสุขให้กับคุณได้ เพราะต้นไม้สามารถทำให้คนรู้สึกสบายใจขึ้น นักบำบัดแห่งโรงพยาบาลเพื่อการฟื้นฟูในสหรัฐอเมริกา ค้นพบว่าการให้ผู้ป่วยได้สัมผัสกับธรรมชาติอยู่เสมอจะทำให้สภาพจิตใจดีขึ้นตามลำดับ เพราะต้นไม้มีผลต่อสภาพจิตใจในส่วนลึกของมนุษย์ การใช้เวลาไปกับการปลูกต้นไม้ จะทำให้จิตใจเพลิดเพลินได้อย่างไม่รู้ตัว คุณสามารถปลูกต้นไม้ที่บ้านก็ได้ หรือผู้ที่อยู่ในอพาร์ตเมนต์ก็สามารถสร้างสวนในกล่อง หรือพื้นที่ว่างเล็กๆ ในห้องก็ได้
3)อ่านหนังสือสร้างกำลังใจ เสกสรรความสุขง่ายๆ ก่อนเข้านอน ด้วยการอ่านหนังสือ ยิ่งเป็นแนวสร้างกำลังใจยิ่งดี เพราะช่วงเวลาเข้านอน ร่างกายต้องการผ่อนคลายที่สุดและต้องการหลับฝันดี จึงเป็นช่วงเวลาที่ควรมีความคิดเป็นบวก เพราะนอกจากร่างกายถึงเวลาผ่อนคลายแล้ว จิตสำนึกก็ถึงเวลาต้องพักด้วยเช่นกัน จิตใต้สำนึกที่ได้รับข้อมูลดีๆ ก่อนนอนจึงมีประโยชน์สูง เพราะมันจะจดจำเนื้อหาได้แม่นยำและเก็บไว้ได้นาน และทำให้เราซึมซับความดีงามนั้น ให้งอกงามในตัวเรา เราจะกลายเป็นคนที่มีความสุขได้อย่างง่ายๆ
4)สำราญกับงานอดิเรก การแสวงหาความสุขเติมเต็มให้กับชีวิตนั้นนับเป็นเรื่องปกติ โดยที่แต่ละคนต่างก็อาจมีงานอดิเรกที่เพิ่มพูนความสุขทางใจต่างกันออกไป คุณควรหาอะไรที่ชอบทำในเวลาว่าง เพราะการได้ทำในสิ่งที่เราชอบย่อมเกิดความสุขเพลิดเพลิน หนำซ้ำยังทำให้ไม่มีเวลาว่างพอที่จะให้คุณได้คิดกังวลเรื่องต่างๆ เป็นการฝึกการใช้เวลาว่างนั้น ๆ ให้มีสมาธิ จิตที่มีสมาธิก็เป็นจิตที่เข้มแข็ง ไม่หวั่นไหวง่าย และคุณก็ยังได้ความสุขเล็กๆน้อยๆ จากงานของคุณเองอีกด้วย
5)Chill out @ Lifestyle mall คนเมืองจำนวนมากถวิลหาความเป็นธรรมชาติเพื่อเสพความสุขจากสิ่งเหล่านี้ให้มากขึ้นแต่ก็ไม่อยากทิ้งความสะดวกสบาย Lifestyle mall รูปแบบของศูนย์การค้าที่เน้นความเป็นส่วนตัวและผสมผสานความร่มรื่นของธรรมชาติเข้าไว้ด้วยกัน จึงกลายเป็นสถานที่ที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมาก และนี่ก็เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่คุณจะสามารถแวะเข้าไปเติมสีสันให้ชีวิตด้วยการช็อปปิ้ง หรือนั่งแฮงค์เอ้าท์กับเพื่อนๆ ก็ได้
6)พักผ่อนกายใจกับโลกส่วนตัว เวลาคุณภาพที่ดีที่สุดคือ การให้เวลากับตัวเองด้วยกิจกรรมดีๆ มากมาย ทั้งการดูแลร่างกายและหัวใจ ที่คุณสามารถไปทำคนเดียวได้อย่างสบาย เช่น การเข้าสปา การนวด หรือจะไปดูหนังในโรงภาพยนตร์ หรือนั่งดู DVD อยู่ที่บ้านก็ได้ความเป็นส่วนตัวไปอีกแบบ รวมถึงการฟังเพลงสบายๆ อย่างเลือกเพลงแจ๊สหรือเพลงคลาสสิกก็ดี เพราะคลื่นสมองเราจะทำงานได้สงบดีขึ้น
7)ออกกำลังกายให้สดชื่น สุขภาพทางกายและสุขภาพทางจิตมีอิทธิพลต่อกันและกัน คนที่มีสุขภาพกายดีย่อมส่งผลให้มีจิตใจร่าเริงเข้มแข็ง นักจิตวิทยาบอกไว้ว่าการที่เราได้ออกกำลังกายให้สารเอนดอร์ฟินหลั่ง จะทำให้เรามีความสุขมากขึ้น ลองหันมาออกกำลังกายกันบ้าง ไม่ว่าจะวิ่งจ๊อกกิ้ง ว่ายน้ำ เต้นแอโรบิก อยู่บ้านเปิดเพลงมันๆ เต้นออกแรงให้เต็มที่ หรือแค่ลองเปลี่ยนจากขึ้นลิฟต์ไปเป็นการเดินขึ้นบันไดก็ได้เหงื่อดีไม่หยอก
8)หาสัตว์มาเลี้ยง มาเป็นเพื่อนรู้ใจ สำหรับคนขี้เหงา ลองเลี้ยงสัตว์ดู สุนัข แมว หรืออะไรก็แล้วแต่ นี่เป็นการสร้างความสุขอย่างหนึ่ง เพราะนักจิตวิทยาค้นพบว่าผู้ที่มีสัตว์เลี้ยง และมอบความรักให้พวกมัน เป็นกลุ่มที่มีความสุขกว่าผู้ที่ไม่เลี้ยงสัตว์เลย และอีกอย่างสัตว์เลี้ยงที่บ้านก็เก็บความลับเก่งด้วย ดังนั้นถ้าคุณมีเรื่องไม่สบายใจอะไร แต่ไม่อยากให้ใครรู้ คุณก็สามารถเล่าให้มันฟังได้
9)ท่องราตรี Night Life กับแก๊งก๊วน ค่ำคืนของกรุงเทพฯ ไม่เคยหยุดนิ่งและหลับใหล และพร้อมเป็นเวลาที่จะให้คุณได้ออกไปแฮ็งเอาต์ให้มันสุดๆ กันเสียที สำหรับปาร์ตี้แสนสนุกกับเพื่อนๆ ไม่ว่าจะเป็นก๊วนเดิมที่คุณห่างหายไปเสียนาน หรือก๊วนใหม่ที่รอคอยการมาเยือนของคุณ ณ ผับ บาร์ ร้านอาหารเคล้าเสียงดนตรีตามสไตล์ที่คุณชื่นชอบ แค่นี้เวลาแห่งความสุขสุดเหวี่ยงของชีวิตคุณก็กลับมาอีกครั้ง
10)หาสิ่งยึดเหนี่ยวทางใจ ในแต่ละวันแน่นอนว่าแต่ละชีวิตย่อมต้องเผชิญทั้งความสุขและทุกข์ เราจึงควรหาที่ยึดเหนี่ยวใจหรือผ่อนคลายจากปัญหาที่รุมเร้า อาจจะเป็นการเข้าวัดฟังธรรม นั่งสมาธิ เพื่อใจจิตใจสงบและมีความสุขขึ้น หรือหาเพื่อนสนิทที่สามารถจะระบายทุกข์ ปรึกษาขอความคิดเห็น และแก้ไขปัญหาต่างๆ ด้วยได้
11)สานสัมพันธ์ครอบครัว รู้ไว้ว่าคุณไม่ได้โดดเดี่ยวตัวคนเดียวในเมืองใหญ่ ลองหันมาใส่ใจสมาชิกในครอบครัวบ้าง นอกเหนือเวลางานแล้ว คุณน่าหาเวลาทำกิจกรรมกับคุณพ่อคุณแม่ พี่น้อง และหลานๆ บ้าง โดยอาจพากันไปเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ ไปปิกนิกในสวนสาธารณะ พาหลานๆ ไปเที่ยวเล่นในสวนสนุก หรือจัดปาร์ตี้บาร์บีคิวทานกับหมู่ญาติๆ ในบ้านหลังใหญ่ของคุณก็ได้
12)หาสิ่งใหม่ๆ เข้ามาในชีวิต การได้ลองทำอะไรใหม่ๆ ที่ไม่เคยทำมาก่อน อย่างการเรียนทำอาหาร หรือว่าจะลองเข้าคลาสเรียนเต้นดูก็ได้ สิ่งที่เราไม่เคยทำมาก่อน พอได้ลองทำดู จะเกิดความตื่นเต้น ท้าทาย และพอทำได้เราก็จะแฮปปี้กับมัน นอกจากนั้นลองออกไปตามห้างฯ เพื่อติดตามและอัพเดทเทคโนโลยีเครื่องเล่นไฮเทคต่างๆ ดู ก็จะให้ชีวิตคุณอินเทรนด์และดูมีอะไรใหม่ๆ ขึ้นเยอะ
13)ชื่นชมศิลปะะ สำหรับคนรักงานอาร์ตหรืออยากเพิ่มรอยหยักในสมองด้วยการเสพงานศิลป์ เดี๋ยวนี้ในห้างสรรพสินค้าหรือแกลอรี่ต่างๆ ก็มีงานนิทรรศการน่าดูมากมาย ลองหาโอกาสไปเดินเล่นดู จะเป็นงานอาร์ต งานภาพถ่าย หรือว่างานเพลงพวกออเคสตร้า งานเต้นบัลเลย์ ละครเวที สิ่งที่น่าสนใจเหล่านี้ทำให้เราเห็นถึงความสามารถของคนทำและแรงบันดาลใจ ที่น่านำมาเป็นต้นแบบในการทำฝันให้กับตัวเอง
14)การมีความรัก ขั้นแรกอย่างการตกหลุมรัก จะทำให้สารเคมีในร่างกายที่เรียกว่า สารฟีนิลเอธิลามีน ซึ่งเป็นยาตัวหนึ่งในกลุ่มของแอมเฟตามีนหลั่งออกมา และทำให้ฮอร์โมนอดรีนาลีนหลั่งมาอีกทอดหนึ่ง ก่อให้เกิดปฏิกิริยาในร่างกาย เช่น ใจเต้นแรง หน้าแดง ความรักขั้นสองเป็นทั้งความรัก เป็นทั้งมิตรภาพ และความห่วงใย ความรักในระยะนี้จะมีสารเคมีอีกตัวหนึ่งที่เรียกว่า เอ็นดอร์ฟิน เป็นสารแห่งความสุขหลั่งออกมา สารตัวนี้ช่วยเพิ่มภูมิต้านทานโรค และรักษาโรคได้
15)หัดปล่อยวางสิ่งผูกรัดตัว เข้าใจว่าคุณเป็นคนทุ่มเทและตั้งใจทำงานแต่ลองให้เวลากับตัวเองบ้าง ลดความบ้างาน บ้าเงิน บ้าอำนาจ บ้าเกียรติยศชื่อเสียงลงบ้าง อย่ามัวติดยึดกับเรื่องเหล่านี้ ก็จะทำให้คุณไม่รู้สึกเครียดกับการต้องคอยกดดันตัวเองให้ทำงานหนักและแข่งขันกับคนรอบข้าง การปล่อยวางและพูดคุยกับตัวเองบ้างก็คงดีไม่น้อย ลองแบ่งเวลาวันละ 1 ชั่วโมง ล้างจิตใต้สำนึกที่ไม่ดีออกไปให้หมด เราก็จะรู้สึกว่าชีวิตโล่งและเบามากขึ้น
16)มองตัวเองในแง่ดี คุณเป็นแบบนี้ไหม พอนึกถึงตัวเองทีไร ก็มองแต่ด้านลบของตัวเอง ทำไมเราอ้วนจัง ทำไมเราหุ่นไม่ดี ทำไมเราไมเก่งเหมือนคนอื่น จริงๆ แล้วเพื่อนหรือว่าคนที่แคร์เรา เขาไม่ได้มองเห็นคุณค่าของเราที่ตรงนั้นเสมอ ลองนึกถึงสิ่งที่เพื่อนๆ บอกดูว่าเขารักเราเพราะอะไร มันจะทำให้รู้สึกดีกับตัวเองและมีความสุขมากขึ้น
17)ใช้กลิ่นหอมบำบัด หรือ Aromatherapy กลิ่นเหล่านี้ได้มาด้วยการสกัดจากพืชพันธุ์ธรรมชาติหลายชนิด ทั้งสมุนไพร ดอกไม้ ผลไม้ เป็นต้น การใช้กลิ่นหอมบำบัดจะช่วยฟื้นคืนความสุขคุณได้เป็นอย่างดี คุณอาจลงแช่ในอ่างอาบน้ำผสมสบู่หอมๆ ตามด้วยโลชั่นกลิ่นผลไม้ หรือจะหาแฮนด์โลชั่นมาทามือในขณะที่ทำงานอยู่ในออฟฟิศก็ได้ กลิ่นหอมๆ จะช่วยให้การทำงานของคุณรู้สึกผ่อนคลายได้มาก
18)แบ่งสันปันสุขให้ผู้อื่น ความสุขที่ยิ่งใหญ่มักเกิดจากการให้ เพียงแค่คุณใส่ใจกับกิจกรรมเพื่อสังคมที่พบเห็นอยู่ทั่วไปบ้าง แล้วการให้จะทำให้คุณอิ่มใจมากมาย แรกเริ่มคุณอาจแค่เก็บของที่ไม่ใช้แล้ว เช่น เสื้อผ้า รองเท้าเฟอร์นิเจอร์เก่าๆ ไปบริจาคให้ผู้เดือดร้อน หรือสมัครเป็นอาสาสมัคร ทำงานบริการชุมชน ช่วยเหลือสังคม หรือผู้ตกทุกข์ได้ยากที่อยู่รอบตัว จะช่วยให้คุณใช้ชีวิตอย่างมีจุดหมายและมีความสุขยิ่งขึ้น
เป็นอย่างไรบ้างได้อ่านจนจบมาถึงขนาดนี้แล้ว อย่าบอกผมล่ะว่าวันศุกร์นี้ยังไม่รู้จักวิธีการสร้างความสุขอีก ส่วนหนทางการหาความสุขสำหรับผมแล้ว..ขอแค่ได้ดูหนังสักเรื่องที่ตัวเองชอบ ร้องเพลงคาราโอเกะเพลงที่ตัวเองโปรด และกินอาหารอร่อยปาก เท่านี้ก็สุขพอแล้วจริงๆ ผมจะขอสรุปว่า ความสุขมักเป็นยอดปรารถนาของมนุษย์ที่สามารถแสวงหาได้ บางทีอาจอยู่ตรงไหนที่ไม่ไกลเกินเอื้อม หรืออาจลอยอยู่รอบๆ ตัวเราก็ได้ ง่ายดายแค่มือคว้า ซึ่งคนส่วนใหญ่มีความสุขได้เท่ากับที่พวกเขาตัดสินใจให้ตัวเองมีความสุขเป็นพอ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น