วันศุกร์ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2554

เดอะลูก


ในการเลี้ยงดูเด็ก เลี้ยงดูลูกเล็กนั้น ไม่ได้เป็นเรื่องง่ายเสียทีเดียว แต่ก็ไม่ยากจนเกินไป ซึ่งเราควรให้ความสำคัญในเกือบทุกเรื่อง ดังนั้น เราควรต้องเริ่มจากการสร้างรอยยิ้ม ความสุข และการสอนให้เรียนรู้ตั้งแต่ลูกยังอายุน้อยให้เป็นเรื่องบวกมากๆ เราควรทำให้ลูกเกิดความทรงจำดีๆ เก็บอยู่ในสมองให้มากขึ้นด้วยกิจกรรมง่ายๆ ที่มาจากกิจวัตรประจำวันของลูกด้วยกัน อย่างเรื่องแรกของเดอะลูก..สุดที่รัก
1)อิ่มอุ่นจากนมแม่ ปฏิเสธไม่ได้ว่า นมแม่มีสารอาหารมากคุณค่าครบถ้วน ที่ช่วยพัฒนาเซลล์สมองให้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ที่สำคัญ ลูกน้อยยังได้รับสิ่งดีๆ มีความสุขผ่านบรรยากาศรอบๆ ตัวที่ลูกน้อยมองเห็นทุกวัน ไม่ว่าสายตา รอยยิ้ม กลิ่น และสัมผัสของแม่ เป็นความรู้สึกทางบวก ส่งผลดีต่อลูกน้อย

2)ออกกำลังกาย การส่งเสริมให้ลูกออกกำลังกาย ใช้กล้ามเนื้อส่วนต่างๆ นั้น เท่ากับเป็นการกระตุ้นให้สมองเกิดการตื่นตัว สามารถเรียนรู้ได้ดี ขณะเดียวกันหลังการออกกำลังกาย ใช้กล้ามเนื้อ สมองยังหลั่งสารที่ชื่อว่า Endorphin (เอนดอร์ฟีน) ที่ช่วยให้ลูกอารมณ์ดี มีความสุข สุขภาพก็แข็งแรง

3)สัมผัสรัก สัมผัสที่อ่อนโยน เป็นการกระตุ้นการเรียนรู้ได้หลายส่วน เป็นความอบอุ่นที่ลูกรับรู้ตั้งแต่แรกเกิด และเมื่อทำอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยกระตุ้นกล้ามเนื้อส่วนต่างๆ ให้แข็งแรง ระบบการหมุนเวียนของโลหิตไหลเวียนได้ดี ลูกรู้สึกถึงความมั่นคงและปลอดภัย อารมณ์และจิตใจของลูกก็ดีตามไปด้วย

4)สื่อสารความรู้สึก การถ่ายทอดเสียงที่นุ่มนวลอ่อนโยน เช่น การพูดคุย ร้องเพลง หรือการเล่านิทาน เรื่องราวสิ่งต่างๆ ใกล้ตัวที่พ่อแม่สื่อสารกับลูก จะช่วยกระตุ้นประสาทสัมผัสการรับรู้ ทำให้ลูกรู้สึกผ่อนคลาย โดยเฉพาะเมื่อคุณบอกรัก ลูกจะสัมผัสถึงความรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัย เกิดเป็นกระบวนการจดจำในสมองของลูกระยะยาว

5)สร้างเสียงหัวเราะ แต่ละครั้งที่ลูกหัวเราะ ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนโดพารีนออกมาเพื่อช่วยลดระดับความเครียด และยังส่งผลที่ดีต่อการทำงานของระบบต่างๆ ในร่างกาย เช่น ระบบหายใจ การย่อย ที่สำคัญ คุณพ่อและคุณแม่ คือ คนสำคัญที่ช่วยสร้างความรัก ความผูกพัน ความสุขให้ลูก
ในวัยเด็กของลูกสมองเลือกเก็บข้อมูลเรื่องความสุขเป็นความทรงจำที่ดี ล้วนมีอิทธิพลโดยตรงเกิดจากอารมณ์ที่เป็นตัวกระตุ้น โดยเฉพาะเรื่องราวที่กระทบความรู้สึก ที่เป็นเรื่องน่าสนใจ สมองจะยิ่งจดจำได้นานและดี เพราะสารเคมีและกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ ที่อยู่ภายในเซลล์สมองจะทำงานเก็บข้อมูลความทรงจำอยู่ตลอดเวลา เกิดการเชื่อมโยงระหว่างเซลล์สมองต่อกัน ฉะนั้น เมื่อสมองรับข้อมูลเรื่องบวกบ่อยๆ จะเกิดเป็นจุดเชื่อมโยง เส้นใยประสาทที่แข็งแรงและเพิ่มจุดรับข้อมูลมากขึ้น ทำให้การส่งผ่านข้อมูลรวดเร็วและง่ายขึ้น เกิดการหลั่งสารเคมีที่สำคัญส่งผลต่อความรู้สึกเรื่อง ความสุขของลูกน้อยโดยตรง สิ่งเตือนใจอย่างหนึ่งสำหรับการเติมความสุข ความทรงจำที่ดีผ่านสมองลูก คือสภาวะจิตใจและการเลี้ยงดูที่เหมาะสมของคุณพ่อคุณแม่ ที่มีส่วนอย่างมากต่อการเรียนรู้ เป็นเหตุให้เซลล์สมองอาจถูกทำลายได้ ถ้าลูกไม่มีความสุข เพราะฉะนั้นควรให้ลูกมีความสุขมากๆ เข้าไว้
หนทางแห่งความสุขของลูกอีกทางหนึ่งก็คือ การพาลูกออกนอกสถานที่ไปท่องเที่ยว เพื่อให้เกิดการเรียนรู้จากธรรมชาติ อยากแนะนำให้พาลูกไปเที่ยวอย่างถูกใจ พาลูกรักไปพักผ่อนอย่างมีความสุข ลองทำแบบนี้ดู แม้ฤดูกาลจะเข้าหน้าฝนก็ตามที ครอบครัวที่รักการท่องเที่ยวก็ยังคงมองหาสถานที่ท่องเที่ยวอยู่ดี โดยเฉพาะครอบครัวที่ลูกกำลังน่ารัก เดินเตาะแตะ หรือกำลังพูดเจื้อยแจ้ว พ่อแม่ก็อาจถือโอกาสนี้พาลูก ๆ ไปอวดโฉมกันเสียหน่อย แต่จะเที่ยวอย่างไรให้ถูกใจเจ้าตัวเล็ก พระเอกนางเอกของบ้าน วันนี้ผมมีเทคนิคดี ๆ มาฝากกัน
อย่างแรกสร้างภาพของสถานที่นั้นในใจลูก
การออกเดินทางไปเที่ยวกับลูก ๆ สู่สถานที่ที่เด็ก ๆ ไม่รู้จักมาก่อน พ่อแม่สามารถเติมความสนุกลงไปได้ด้วยการให้ข้อมูลเล็ก ๆ น้อย ๆ กับลูก เช่น หากมีญาติอาศัยอยู่ ก็อาจบอกกับลูก ๆ ว่าที่จังหวัดนี้เรามีคุณป้า....อยู่ไง ลูกจำได้ไหม หรือหากพ่อแม่เคยมีประสบการณ์ประทับใจ เคยมาเที่ยวสมัยหนุ่ม ๆ สาว ๆ ก็เล่าให้ลูกฟังก็ได้ ลูกจะได้สร้างภาพของสถานที่นั้น ๆ ขึ้นมาในใจ แต่หากอยากป้อนข้อมูลที่จริงจังมากขึ้น ก็อาจลองหาหนังสือแนะนำการท่องเที่ยวในจังหวัดนั้น ๆ มาอ่านกับลูก ๆ ก่อนวันไปเที่ยวสักเล็กน้อย จะได้ทราบว่ามีสถานที่ท่องเที่ยวใดน่าสนใจบ้าง โดยพ่อแม่อาจถามลูกเพิ่มเติมก็ได้ว่า ลูกอยากทำกิจกรรมอะไรเป็นพิเศษเมื่อไปถึง
อย่างที่สองหากล้องถ่ายภาพเล็ก ๆ ให้ลูกสักอัน
อาจเป็นกล้องดิจิตอลอันเก่าที่คุณไม่ค่อยได้ใช้แล้ว หรืออันที่ถึงพังก็ไม่เสียดาย แล้วลองให้โอกาสลูกเป็นตากล้องสมัครเล่น ถ่ายทอดมุมมองแบบเด็ก ๆ ที่เขามีให้คุณได้ชม เพราะนั่นหมายถึงการที่ลูกสะท้อนสิ่งที่เขาสนใจ สิ่งที่เขาเห็น และทำให้เด็กน้อยมีกิจกรรมสนุก ๆ ทำระหว่างไปเที่ยว ช่วยให้เขาไม่เบื่อง่าย ๆ ด้วย
อย่างที่สามมองโลกแบบเด็ก ๆ
พ่อแม่เมื่อจะชวนลูกเที่ยวนั้น แม้จะเตรียมแผนการท่องเที่ยวเอาไว้อย่างดีแล้วว่าจะไปที่นั่นที่นี่ ออกจากตรงนั้นไปดูตรงนี้ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า ธรรมชาติของเด็ก มักเต็มไปด้วยจินตนาการสูงส่ง บางครั้งไปทะเล เตรียมแค่ชุดว่ายน้ำ - ถังทรายก็ไม่พอ อาจต้องพกเต็นท์เผื่อเจ้าตัวซนนึกสนุกอยากกางเต็นท์ริมทะเลขึ้นมา และที่สำคัญ อย่าเครียด ว่าจะต้องเที่ยวได้ตามที่พ่อแม่กำหนด หรือยึดเวลาเคร่งครัด (เว้นเสียแต่ว่าคุณไปเที่ยวญี่ปุ่น และซื้อตั๋วรถไฟชินคันเซ็นเอาไว้) ปล่อยสบาย ๆ ทำตัวเป็นเด็กไปกับลูก จะสนุกกว่า
อย่างที่สี่ไม่ควรลืม "ขนม"
ขนมอร่อย ๆ ถือเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือสำคัญของพ่อแม่ที่จะช่วยเปลี่ยนพฤติกรรมงอแงของลูก ๆ ได้ในเวลาอันสั้น หากที่บ้านไม่ค่อยให้ลูกทานขนม เวลาไปเที่ยวก็อาจหย่อนข้อบังคับนี้ลงบ้างก็ได้ สำหรับการเลือกขนม ไม่ควรเลือกประเภทช็อคโกแลต เพราะหากขับรถไปเที่ยว โดยเฉพาะตอนกลางวัน อากาศที่ร้อนอาจทำให้ช็อคโกแลตละลายเยิ้ม เลอะถุง มือ เสื้อผ้าได้
อย่างที่ห้า ควรจัดเก็บความประทับใจไว้ในรูปแบบต่าง ๆ
เมื่อกลับมาจากทริปสุดประทับใจนี้แล้ว ลองชวนลูก ๆ มาช่วยกันทำบันทึกความทรงจำที่มีร่วมกัน อาจเป็นกรอบรูปที่ตกแต่งด้วยภาพเก๋ ๆ หรือภาพที่ลูกถ่ายเอง หรือจะตัดต่อในคอมพิวเตอร์ ใส่เพลง ใส่ภาพ ใส่ข้อความ ไรท์ลงซีดี ฯลฯ
เมื่อทำครบแล้ว สมองของเดอะลูกจะซึมซับสิ่งดีดีอย่างมีความสุขไว้เต็มๆ เลยทีนี้

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น