วันจันทร์ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2554

Portrait


ภาพอะไรเอ่ย ที่ดูเหมือนถ่ายง่ายแต่เอาเข้าจริง ถ่ายยาก เฉลย ภาพบุคคลหรือที่เรียกว่า Portrait ภาพแนวนี้ในสมัยก่อนผมจำได้ว่าเคยรับจ้างถ่ายเป็นงานอดิเรก ตอนนั้นก็มีงานถ่ายภาพเข้ามาเรื่อยๆ ตั้งแต่งานแต่งงาน งานรับปริญญา งานฉลองเปิดตัวร้านค้า ส่วนใหญ่จะเน้นให้ถ่ายเก็บบรรยากาศที่มีคนเป็นประธาน มีคนดำเนินเรื่องในภาพ ทุกภาพต้องมีคนเป็นหลัก การถ่ายภาพแนวนี้จะยากตรงเรื่องการกำหนดทุกอย่างเกี่ยวกับคน ตั้งแต่หน้าตา ท่าทาง เสื้อผ้า หน้าผม แสง บรรยากาศ อารมณ์ สีสัน องค์ประกอบฉาก ฉากที่้ต้องการเป็นแบบไหน และรวมถึงรูปแบบต่างๆ ที่ต้องการอยากให้เกิดในภาพ เช่น เป็นภาพเฉพาะหน้า เฉพาะส่วน ภาพครึ่งตัว ภาพเต็มตัว ภาพแค่เราสองคน ทุกอย่างจัดเป็นภาพบุคคลทั้งหมด ผมถึงได้รู้ดีว่าไม่ง่ายเลยที่จะถ่ายภาพให้ออกมาดูดี หากเราเองไม่รู้เทคนิคและออกภาคสนามบ่อยๆ เพราะฉะนั้นการถ่ายให้ดูดีแบบมืออาชีพ สวยเลิศสไตล์ถ่ายแบบนี่สิไม่ง่าย ซึ่งในวันนี้ผมขอเขียนถึงเรื่องราวต่างๆเหล่านี้ล่ะว่า เขาถ่ายกันอย่างไร ทำกันอย่างไงถึงถ่ายออกมาดูดี
การที่เราจะถ่ายบุคคล(โดยเฉพาะอย่างยิ่ง..นางแบบ)ให้ได้ดี..ให้ออกมาสวยเป็นที่น่าพอใจ(ของตัวแบบเอง)นั้นตัวช่างภาพเองจะต้องคำนึงถึงเทคนิคต่างๆเหล่านี้..(ในที่นี้ผมขอใช้คำว่า “นางแบบ” แทนบุคคลทั้งหมด)
อย่างแรกคือ การทิ้งฉากหลัง หรือ การละลายฉากหลัง ดีตรงที่จะทำตัวแบบเด่น ไม่มีฉากหลังรก ๆ มาแย่งสายตา แต่ในบางกรณี..หากฉากหลังไม่แย่งสายตา หรือ เป็นลักษณะฉากหลังที่สามารถที่จะเล่าเรื่องราวไ ด้ ก็ถือได้ว่าเป็นภาพที่สมบูรณ์เช่นกัน
อย่างที่สอง แสงสีของฉากหลัง แสงสีของฉากหลังที่ดี ก็คือ แสงสีของฉากจะต้องมืดกว่าค่าแสงเฉลี่ยของหน้านา งแบบ และสว่างกว่าค่าแสงที่ผมส่วนมืดของนางแบบ ในบางกรณี..เราจะอาจกำหนดให้ฉากหลังมีความสว่าง หรือ ชัด ก็ได้ ถ้าหากฉากหลังนั้นๆ มีความน่าสนใจ (แต่ถ้าหากฉากหลังนั้นมีลักษณะไม่สวยงาม ยุ่งเหยิง รวมทั้งจะไปแย่งความเด่นของตัวแบบไปโดยไม่จำเป็นแล้ว ก็ให้ใช้วิธีการละลายฉากหลัง หรือ เลี่ยง/หลบฉากหลังแทน)
อย่างที่สามต่อมา อย่าให้ตัวแบบ/นางแบบกลายเป็นคนพิการ กล่าวคือ ในถ่ายรูปบุคคลใดๆ พยายามอย่าทำให้นางแบบเป็นคนพิการเด็ดขาด นั่นคือ อย่าให้ปลายมือ ปลายเท้า ข้อศอกขาดพยายามเก็บเข้ามาในเฟรมให้หมด แต่..ถ้าหากจะตัดส่วนไม่เอาไว้ในเฟรมก็ต้องตัดให้เห็นว่าจงใจตัด เช่น ตัดสูงกว่าศอกและเข่า (แต่ประเภทเห็นทั้งตัว ยกเว้นนิ้วเท้าอย่างนี้ไม่ควรตัดอย่างเด็ดขาด)ที่สำคัญอย่าให้ตัวแบบคอขาด ถ้าฉากหลังเป็นท้องฟ้า ทะเล ขอบฟ้า หรือ อะไรก็ตามที่มีเส้นนอน พยายามอย่าจัดให้พาดผ่านคอนางแบบเด็ดขาด เพราะจะทำให้ได้ภาพในลักษณะ “นางแบบคอขาด” จะให้ที่สุดดีควรจัดให้เส้นนอนอยู่สูงกว่าระดับศีรษ ะ หรือ ต่ำกว่าไหล่จึงจะทำให้ภาพดูดีขึ้น
อย่างที่สี่ต่อมาก็คือ การวัดแสงที่หน้าให้ โฟกัสไปที่ลูกตาเป็นสำคัญ การถ่ายภาพใบหน้า “จะต้องเน้นถ่ายลูกตา:ลูกตาจะต้องชัดเสมอ” ถ้าหากไม่ชัดก็จะต้องมีเหตุผลมารองรับว่า...ทำไมถึงไม่อยากให้ชัด ใบหน้าจะเป็นจุดแรกที่คนมอง ดังนั้นอย่างน้อยที่สุดเราจะต้องเซ็ทให้แสงที่หน้าพอ ดีเสมอ ยกเว้นในกรณีที่เจตนาให้มืด หรือ สว่างกว่าปกติ...แต่ก็ต้องมีเหตุผลมารองรับเสมอ จะเลือกขวา หรือ ซ้าย ดี "ปกติแล้วใบหน้าของคนเราทั้งสองซีก...สวยไม่เท่า กัน” เรื่องนี้ช่างภาพผู้ที่มีความพิถีพิถันจะต้องอาศัยการพินิจพิจารณาให้ดี ๆ หลังจากนั้นจึงค่อยพยายามวางกล้องให้อยู่ฝั่งที่สวยก ว่า หรือ จัดแสงหลักให้อยู่ฝั่งที่สวยกว่า มีต่อๆ ตาโตสิ..ดูดีกว่า ดังที่กล่าวข้างต้นแล้วว่า “ใบหน้าของคนเราทั้ง 2 ซีก..สวยไม่เท่ากัน”
คำถาม...แล้วเราจะสังเกตได้อย่างไรล่ะ? คำตอบ…ใบหน้าซีกที่สวยกว่าดูไม่ยากครับ.. มีเคล็ดลับอยู่ว่า “ให้ดูที่ลูกกะตาเป็นสำคัญ”...หากลูกตาข้างไหนโตกว่า ..ใบหน้าข้างนั้น คือ ก็มักจะเป็นข้างที่สวยกว่า (อันนี้ถือเป็น “เคล็ดลับ” ที่จะมักรู้กันในหมู่ช่างภาพระดับเซียน ๆ ทั้งหลายนะครับ)
อย่างต่อมาอีก การให้แสงครึ่งหน้า ในกรณีที่สภาพของแสงที่ตกกระทบบนใบหน้าทั้งสองฟากมีค วามต่างกันมาก ผลที่ออกมาก็คือ ซีกหนึ่งสว่างจ้า แต่อีกหนึ่งมืด หากมีสภาพแสงในลักษณะนี้ ประการแรกให้ถามตัวแบบว่า ชอบสภาพแสงในลักษณะนี้หรือไม่
สภาพที่แหล่งกำเนิดแสงอยู่ด้านข้าง หากดูแล้วเห็นว่าจะทำให้ตัวแบบบถ้าดูแล้ว “ดูไม่ดี” เราสามารถกำหนดเทคนิคให้ตัวแบบหันหน้าเข้าหาแสงเล็กน้อยก็จะดูขึ้นมากทีเดียว อย่าให้นางแบบหน้ามืดถ้าหน้ามืดก็ให้ดมยาดม เย้ยย!!ไม่ใช่แล้ว หากจำเป็นที่เราจะต้องถ่ายภาพย้อนแสง ก็ให้ Fill flash เพื่อลบเงา(เปิดแสง)ที่ตัวแบบ (ยกเว้นในกรณีที่เราต้องการในลักษณะ Silhouette ก็ว่าไปอย่าง)
ส่วนเรื่องจัดหน้า ควรเงยหน้านิดนึง..แล้วจะดี กำหนดให้ตัวแบบเงยหน้าขึ้นนิดนึง ภาพจะออกมาดูดีกว่าหน้าตรง หรือก้มหน้างุด ๆ (ยกเว้นเจตนาให้ได้ภาพที่แสดงออกซึ่งอารมณ์อื่นใ ด?)เคล็ดลับหนึ่งในการดูว่าใบหน้าข้างไหนสวยกว่ากัน ก็คือ ให้สังเกตที่มุมปากเวลายิ้มของตัวแบบมุมปากข้างไหนยกสูงกว่ากัน ก็ข้างนั้นแหละครับ
เรื่องต่อมา ต้องดูทิศทางแสงด้วย หากเป็นไปได้พยายามเลี่ยงแหล่งกำเนิดแสงซึ่งอยู่หน้าตรง ตรงหลัง ด้านบน ด้านล่าง ทั้งนี้เพราะแหล่งกำเนิดแสงในลักษณะนี้จะถ่ายภาพให้สวยยาก(ยกเว้นภาพที่เจตนาให้เป็นเช่นนี้โดยเฉพาะ)พยายามกำหนดให้ทิศทางแสงเข้าด้านข้าง หรือ เฉียง ๆ (สภาพแสงธรรมชาติที่เหมาะสมดังกล่าว ก็คือ ในช่วงเวลาเช้าไม่ควรเกิน 8 โมงเช้า และอีกช่วงหนึ่งก คือ ช่วงเวลาเลย 5 โมงเย็นไปแล้ว)หรือ อีกกรณีหนึ่ง ก็คือ พยายามเลือกสภาพแสงเกลี่ย ๆ นุ่ม ๆ เช่น ในสภาพแสงรำไร ใต้ชายคา หรือ ในวันที่ฟ้าครึ้ม หรือ ให้เกลี่ยแสงโดยใช้แผ่นรีแฟล็ก หรือแก้โดยการ fill flash(การ fill flash อย่างง่ายๆ ที่สุด กือ การนำกระดาษขาวมาทำเป็นกระบัง(ป้อง)ไว้เหนือ flash...และให้เงยหน้า flash ขึ้นด้านบน ประมาณ 45 องศา...เป็นการแล้วยิง/สะท้อนแสงลงมา)
วิธีการวัดแสวัดอย่างไร ในการถ่ายภาพบุคคล ควรเน้นการวัดแสงแบบเฉพาะจุดที่ใบหน้าเป็นสำคัญ หลังจากวัดแสงได้แล้วก็ให้แล้วกดปุ่ม AE ล็อคค่าแสงไว้ จากนั้นจัดองค์ประกอบใหม่(หรือในกล้องบางรุ่นอาจมีฟังก์ชั่นพิเศษ เช่น มีระบบ FlexiZone(CANON) หรือ ฟังก์ชั่น Area(FUJI) เป็นต้น)ถ้าเปลี่ยนมุม หรือ ค่าแสงเปลี่ยน ก็ให้เล็ง แล้วกดล็อกค่าแสงใหม่
เรื่องเลนส์ จะใช้เลนส์ช่วงมุมกว้าง หรือ ช่วงเทเล...ดี การถ่ายภาพคนให้ดูดี มักนิยมใช้กันในช่วง 85-145 มม. ทั้งนี้เพราะในช่วงเทเลนั้นจะได้ภาพที่ดี ให้สัดส่วนสวยที่สุด รวมทั้งทิ้งฉากหลังได้ดี ให้อารมณ์ได้นุ่มนวลดี เห็นนางแบบได้ชัดเต็มตา ในการถ่ายภาพบุคคลนั้นไม่จำเป็นว่าจะต้องใช้กว้างสุดเสมอไป นั่นคือ ให้พิจารณาเลือกเอาตามความเหมาะสมเป็นกรณีๆ ไป เช่น f/2.8-3.5 ในช่วง 50 มม. และ f/3.5-4.5 สำหรับช่วง 105 มม. เป็นต้น ส่วนเลนส์อื่น ๆ ก็ให้อาศัยหลักการคำนวณคล้าย ๆ กัน เช่น ช่วงรับแสงกลาง ๆ ประมาณ 2 สต็อป จากกว้างสุด ถึง 2 สต็อปจากแคบสุด เป็นต้น ประกายตา“ยิ่งมีประกายตาวาววับ...ยิ่งสวย”... พยายามเลือกมุมถ่าย หรือ เปิดแฟลช หรือ ใช้รีแฟล็กช่วยบ้าง เพื่อให้ตามีประกาย
การเลือกถ่ายมุมสวยส่วนตัว แต่ละคนมักจะมีมุมสวย และมุมไม่สวยประจำตัวอยู่ ช่างภาพมีความพิถีพิถันจะต้องมีเซนต์ตรงนี้ นั่นคือ “จะต้องพยายามหาจุดเด่นนี้ให้เจอ” เพราะนั่นคือ ตำแหน่งที่จะวางกล้องนั่นเอง ตำแหน่งยอดนิยมในการวางกล้อง ก็คือ ตำแหน่งระดับปลายจมูกของนางแบบ หรือ สูง/ต่ำกว่าไม่มากนัก ไม่เกินตา และปาก ยกเว้นในกรณีหากพิจารณาแล้วเห็นว่า “นางแบบมีมุมสวยเป็นพิเศษ” หรือ “มีส่วนจะต้องหลบ/เลี่ยงเป็นพิเศษ” ก็อาจจะต้องกด หรือเงยกล้อง เข้าช่วย “มุมมหาชนสำหรับถ่ายภาพนางแบบ ก็คือ มุมหน้าเฉียง” ตำแหน่งวางกล้อง ก็คือ ให้เล็งไปที่แนวแบ่งครึ่ง ระหว่างสันจมูก และดวงตา...มุมนี้ส่วนใหญ่มักจะสวย
ท่าทางที่ควรเป็น เช่น ก้มนิด เงยหน่อย จะถ่ายมุมก้ม หรือเงย ดี...ไม่ได้ถือเป็นกฎตายตัวแต่อย่างใด ทั้งนี้ให้พิจารณาถึงปัจจัยเอื้ออย่างอื่นด้วย กล่าวคือ “ให้พิจารณาถึงโครงหน้าของนางแบบเป็นสำคัญ”
หลักการ ก็คือ อะไรไม่สวยก็ผลักไปให้ไกล ๆ จากกล้อง เช่น ถ้าคางไม่สวย หรือ กรามกว้าง...ก็ให้ก้มหน้านิด ๆ นึง จะได้ไม่เห็นกราม หรือ ผู้ที่หน้าผากเถิก...ก็ให้เงยขึ้นมาหน่อย เป็นต้น
เคล็ดลับ : การก้มหน้าจะทำให้ตาโต และอยู่ใกล้กล้อง ซึ่งจะเป็นจุดดึงดูดสายตามากขึ้น ที่ควรปิดก็ให้ปิด... ที่ควรเปิดก็เปิด เช่น “มีช่วงโหนกแก้มสูง หรือมีกรามกว้าง”.....ก็ให้ดึงผมลงมาปิดข้างแก้มสักห น่อยก็ดี หรือว่า ให้นางแบบหันข้างหลบเอาไหล่บังนิดนึง หรือ ให้เอียงหน้าหน่อยก็จะดูดีขึ้น “หูกาง...จะดูแล้วเด่นเกินไป” ก็ให้เกลี่ยผมลงมาปิดซะหน่อย หรือ จะใช้เทคนิคนิคเบี่ยงข้างหลบมุมไป (อย่าให้เห็นพร้อมกันทีเดียวทั้งสองข้าง) “แก้มป่อง” กรณีนี้จะดูเป็นราย ๆ ไป เช่น บางคนถึงแก้มป่องแต่ก็น่ารัก ก็ให้เสยผมเปิดแก้มป่องไปเลยเพราะจะยิ่งช่วยเพิ่มความน่ารักขึ้นไปอีกไม่ใช่ผู้พิการทางสายตานะ ไม่ควรให้นางแบบใส่แว่นตาดำถ่ายภาพอย่างยิ่ง แต่อาจจะเลี่ยงได้ก็โดยให้ดันขึ้นไปเหน็บบนศรีษะแทน (ในบางครั้งยังจะช่วยให้นางแบบดูสวยเก๋ เท่ห์ไปอีกแบบ..ก็ได้ ) หนูไม่ใช่ภาพการ์ตูนตัวดำนะ“นางแบบไม่ใช่ตัวการ์ตูน” ดังนั้นจึงไม่ควรให้เห็นเส้นผมในลักษณะดำเป็นปื้นๆ (จะต้องให้เห็นเส้นผมของนางแบบเป็นเส้นๆ)หากว่า..มองแล้วเห็นผมดำเป็นปื้น “ก็ให้จัดแสงใหม่” โดยพยายามจัดแสงให้อยู่ในตำแหน่งให้แสงกระทบผมให้ดี หรืออาจจะใช้วิธีการหรี่ช่องรับแสงลงนิดนึงเพื่อให้ผมเป็นเส้น ลองใช้เทคนิค Rim Light จากการวิจัย ได้บ่งบอกว่า การใช้เทคนิค Rim Light นี้...จะช่วยทำให้ตัวนางแบบดูดีขึ้น สวยขึ้น 18.75% รวมทั้งจะทำให้ผมสวยขึ้น 33.29%...(ว่าไปนั่น)
การถ่ายภาพนี้นี่ไม่ใช่เป็นการถ่ายทำบัตรประชาชนนะ ควรหลีกเลี่ยงการถ่ายแบบตรง ๆ เหมือนถ่ายรูปติดบัตรประชาชน ทั้งนี้เพราะการที่จะถ่ายมุมหน้าตรงให้สวยนั้นเป็นเรื่องค่อนข้างยาก แต่หากถึงจะถ่ายมุมตรงก็สวย มุมอื่นก็มักจะถ่ายได้สวย ดังนั้น ก็ลองเปลี่ยนมุม หรือ ลองหามุมสวยอื่น ๆ ดูบ้าง
Propertiesในที่นี้ ไม่ได้หมายถึงเรื่องคุณสมบัติอะไรหรอกนะ แต่..หมายถึงอุปกรณ์ประกอบฉากนั่นเอง ดังเช่น ดอกไม้ เครื่องประดับ หนังสือ กระเป๋า หมวก ตุ๊กตา หมอนอิง รวมถึงอุปกรณ์อื่นใด โดยพยายามเลือกอันที่ดูแล้วน่ารัก ๆ เหมาะกับนางแบบ และเหมาะสมกับสถานที่
เคล็ดลับ : อุปกรณ์ประกอบฉากเหล่านี้ ถ้าหากให้นางแบบได้ถือ อุ้ม หิ้ว หรือ อิง แอบ แนบ หรือวางไว้ข้างๆ แนบตัว ก็จะทำให้นางแบบไม่รู้สึกขวยเขินเขินมากเกินไปนัก อีกทั้งยังจะเป็นการช่วยสร้างบรรยากาศ และเรื่องราวได้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย
ถ่ายคร่อม อิ อิ...ไม่ได้หมายถึง ช่างภาพขึ้นคร่อมนางแบบแล้วจึงถ่าย แบบ Clip ที่กำลังแพร่หลายอยู่ตอนนี้หรอกนะ
แต่...ความหมายในที่นี้ หมายถึง “การถ่ายคร่อม” โดยการใช้หลักการง่าย ๆ นั่นก็คือ ใช้หลักการการวัดแสงอย่างง่าย ๆ โดยการวัดแสงแบบพื้นๆ นั่นคือ การวัดแสงที่หน้าหน้าสว่างพอดี ๆ โอเวอร์นิด และ อันเดอร์หน่อย ๆ
หมายเหตุ:ความหมายของคำว่า “ถ่ายคร่อม” ในอีกนัยหนึ่ง จะหมายรวมไปถึง “การถ่ายคร่อมแอ๊คชั่นของนางแบบ” นั่นคือ เวลาโพสท่าด้วย เช่น ให้ตั้งเป็นถ่ายต่อเนื่อง หรือ ถ่ายเป็นชุด ชุดละอย่างน้อย 2-3 รูป ทั้งนี้ก็เพื่อเป็นการเลือกแอ๊คชั่นและอารมณ์ที่ดีที่สุดนั่นเอง พยายามหมุนกล้องทั้งแนวตั้ง แนวนอน ซูมเข้า ออก เปลี่ยนองค์ประกอบ ขยันขยับย้ายจุดวางกล้องซ้าย/ขวา บน/ล่าง กด/เงย หรือลองย้ายตำแหน่งวางกล้องเพื่อที่จะหามุมสวยมุมอื่นดูบ้าง และหรือ อาจหมายรวมไปถึง..อาจจะลองย้ายตำแหน่งนางแบบ หรือ ย้ายตำแหน่งตัวช่างภาพเอง หรือ ย้ายไปยังฉากหลังอื่น ๆ ดูบ้าง
หมายเหตุ: การถ่ายภาพในลักษณะเช่นนี้...ช่างภาพจงอย่าได้ขี้เหนียวหน่วยความจำ(ฟิล์ม)จนเกินไปนัก ทั้งนี้เพราะเราอาจจะได้ภาพที่เรารู้สึกพอใจจริ ง ๆ เพียงไม่กี่ภาพเท่านั้นจากหลาย ๆ ภาพนั้นก็ได้ รวมทั้งโอกาสที่จะเอื้อให้ได้ถ่าย..ก็ใช่ว่าจะมีร่ำไป ก็หาไม่
การโพสท่า พยายามจัดวางท่าทางของนางแบบให้ดูเป็นธรรมชาติมากที่สุด ให้ดูแล้วไม่รู้สึกว่าขัดๆ ขืนๆ หรือดูว่าเจตนาจนเกินไป....ไม่งั้นจะทำให้ภาพที่ออกมาจะดูแข็งกระด้าง ฯลฯ
เคล็ดลับ :ลองหาจังหวะดี ๆ และใช้การถ่ายแบบ Candid ดูบ้าง เพราะการถ่ายในลักษณะนี้มักจะถ่ายทอดอารณ์ได้กลมกลืน ดูดี...ไม่น่าเบื่อ
อย่างสุดท้าย ควรต้องแต่งตัว แต่งหน้าซะหน่อย หากเป็นไปได้พยายามแต่งตัวให้เข้ากับบุคลิกของนางแบบ และให้ตัวแบบได้ปัดหน้าทาแป้ง ฯลฯ บ้าง ทั้งนี้เพราะอย่างน้อยที่สุดการแต่งหน้าก็เพื่อกลบจุดด้อยบนใบหน้า..ไม่ให้เด่นเกินไป นั่นเอง
สำคัญสุด การสร้างสายสัมพันธ์ พูดคุยกันก่อนถ่าย ก่อนที่จะเริ่มถ่ายภาพจริง เพื่อลดอาการประหม่า ช่างภาพที่มีเซ้นต์ซะหน่อยควรจะชวนนางแบบสนทนาพูดคุยซะก่อน เหตุผลก็เพื่อไม่ให้นางแบบรู้สึกเขินอาย หรือรู้เกร็งจนเกินไป (ซึ่งอาจจะแสดงท่าทางออกมาอย่างไม่เป็นธรรมชาติระหว่างการถ่ายภาพ)รวมทั้งและจะได้ทำความเข้าใจกันด้วยว่าจะให้รูปออกมาสไตล์ไหน อารมณ์ไหน เท่านี้ก็ถ่ายออกมาดูดีได้ฉลุยแล้วครับท่าน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น