วันพุธที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

ทำอย่างไร...ประยุกต์ความคิดให้แตกต่าง


ท่ามกลางยุคที่มีการแข่งขันสูงประกอบกับความปรวนแปรของเศรษฐกิจจากภัยการเงินการลงทุน และภัยธรรมชาติ การปรับตัวในยุคนี้จึงต้องมีอยู่สูง....“สิ่งที่คิดกำหนดสิ่งที่เป็น หากจะแตกต่างต้องเริ่มตั้งแต่ วิธีคิด อย่าปล่อยให้ความคิดลอยนวล” คำนิยามนี้น่าสนใจจากนักเขียนท่านหนึ่ง ได้นำประสบการณ์จากการได้ร่วมแนะนำ ดูแล ช่วยเหลือ แก้ปัญหา ให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีมาเป็นผลงานหนังสือที่ชื่อว่า ...คิดออกนอกหน้าเขาให้ความสำคัญนับตั้งแต่การเริ่มคิดหากจะทำธุรกิจขึ้นมาสักอย่าง หากจะแตกต่างอย่าเพียงสักแต่ทำให้ดูต่าง ต้องไปเริ่มตั้งแต่วิธีคิดทั้งกระบวนการ หากจะสร้างนวัตกรรมก็ไม่ใช่แค่ทำสิ่งที่ยังไม่มีในโลก ทุกสิ่งเริ่มต้นจากความคิด เพราะว่าสิ่งที่คิดกำหนดสิ่งที่เป็น เมื่อขบคิดค้นหาสิ่งที่มี ตั้งโจทย์ที่ใช่ ปรับรูปแบบให้สอดคล้องกับพฤติกรรมของคนยุคนี้ คำตอบที่นำทางไปสู่ความสำเร็จอาจอยู่ตรงหน้านั่นเอง ผมมองว่า ธุรกิจนั้นคล้ายการเดิมพันอยู่เหมือนกัน หลายคนลงเงินไปแล้วได้กำไรกลับแบบน่าพอใจ แต่ก็มีหลายคนไม่ใช่แค่ลงแล้วหายแต่เป็น เสียแล้วก็เสียอีก ซึ่งหลายอย่างก็ขึ้นอยู่กับ จังหวะ และ โอกาส แต่ทั้งสองสิ่งก็ไม่ได้จะมาพร้อมกัน สิ่งที่เขาแนะนำในการทำธุรกิจที่ควรเตรียมพร้อมไว้เสมอก็คือ ทำสินค้าให้โดนใจตลาดอยู่เสมอ พัฒนาประสิทธิภาพบุคลากรและการบริการให้เหนือคู่แข่ง เพิ่มแรงจูงใจด้วยการมอบส่วนลด แต่ถ้าทำทั้งหมดแล้วความสำเร็จยังมองไม่เห็น ก็คงต้องพึ่งอะไรสักอย่าง และเป็นเรื่องช่วยไม่ได้ที่หลายคนจะหันไปหาความเชื่อ พลังลี้ลับ ที่หวังจะช่วยให้ธุรกิจพลิกฟื้นขึ้นมา ซึ่งอาจเคยได้ยินกันถึงคำว่า ชะตาฟ้า ชะตามนุษย์ และชะตาดิน แต่ถ้าให้เขามองในแง่ธุรกิจ คิดแล้วนำมาปรับใช้ได้
ชะตาฟ้า เปรียบเสมือนกับทรัพย์สินมรดกที่ตกทอดกันมา ใครเกิดมาคาบช้อนเงินช้อนทอง หรือพ่อแม่ปูทางธุรกิจมาให้แล้ว ก็ถือว่าวาสนาดี มีข้อได้เปรียบเชิงยุทธศาสตร์ซึ่งถือเป็นความได้เปรียบของการแข่งขัน Competitive Advantage

ชะตามนุษย์ ก็คือคุณลักษณะของแต่ละคน ทักษะความสามารถในการบริหารจัดการ ความขยันหมั่นเพียรในการประกอบสัมมาชีพ ถือเป็น ประสิทธิภาพ Capability หรือความสามารถที่มี Competency ของบุคคลนั้นๆ

ชะตาดิน คือการปรับธาตุต่างๆ ให้สมดุลและเข้ากับสิ่งแวดล้อมทั้งภายในและภายนอก ถ้าเป็นบ้านอยู่แล้วมีสุข ถ้าเป็นธุรกิจประกอบกิจการรุ่งโรจน์ลงตัว เงินทองไหลมาเทมา นั่นก็คือกลยุทธ์ Strategy

ยิ่งในยุคการแข่งขันที่มีสูง ประกอบกับความปรวนแปรของเศรษฐกิจจากภัยการเงินการลงทุน และภัยธรรมชาติ การปรับตัวในยุคนี้จึงต้องมีอยู่สูง ผมนำเสนอว่า การที่มีกลยุทธ์การตลาดโดยยึดหลัก 4P Product Price Place และ Promotion อาจไม่เพียงพอเสียแล้ว เพราะเดิมนั้นทำตลาดแบบใช้ตลาดเป็นตัวนำ แต่ยุคนี้ต้องยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง ดังนั้นจาก 4P ก็ควรหันมาสนใจเพิ่มกับ 4C ได้แก่ Customer Need สังเกตพฤติกรรมและเข้าใจความต้องการของลูกค้า Costingรู้จักคำนวณราคาต้นทุน หาจุดที่เหมาะสม เพื่อให้ลูกค้าพึงพอใจ Channelช่องทางที่จะเข้าถึงลูกค้าที่หมายรวมในทุกๆ ช่องทาง ไม่ใช่สถานที่เพียงแค่ ตลาด ห้างสรรพสินค้า หรือซูเปอร์มาร์เก็ต Communication รวมหมดถึงการประชาสัมพันธ์ การจัดกิจกรรมกับลูกค้า ไม่ใช่ใช้เพียง ลด แลก แจก แถม
ข้างต้นนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการรวบรวมการคิดนอกหน้าออกมา และยังมีเทคนิคอีกเพียบ พร้อมด้วยตัวอย่างจากเหตุการณ์จริงโดยตรง ก็สามารถหางานเขียนของเขาไปศึกษาและลองต่อยอดก่อนได้

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น