
เดี๋ยวนี้ไม่ว่าผู้หญิงหรือผู้ชายย่อมมีความคิดในการแต่งตัวเหมือนกัน เช่นดังสโลแกนของเครื่องสำอางยี่ห้อหนึ่งที่ว่า 'ผู้หญิงอย่าหยุดสวย' ลองมานั่งนึกดูสิว่า หากเป็นผู้ชายล่ะ คำที่ต้องนำมาต่อท้ายคืออะไร? คิดสนุกๆ ว่า สาวๆ ต่างแข่งกันสวยอย่างไม่ยอมรดราวาศอกให้กัน ดังนั้น หนุ่มๆ น่าจะต้องแข่งขันแต่งตัวให้ดูดีเพื่อประชันกัน ความที่อยากหล่อและสมาร์ท ทำให้หนุ่มๆ ต้องหันกลับมาพิจารณาการแต่งตัว สูทช่วยให้ดูดีได้ ไม่เชื่อถามชายวัยทำงานชาวลอนดอนกันได้ เพราะร้อยละ 24 ของพวกเขาเหล่านั้น มีสูทมากกว่า 5 ชุดในตู้เสื้อผ้า เห็นไหมล่ะ หนุ่มลอนดอนเขาให้ความสำคัญกับสูทมากแค่ไหน!
หนุ่มที่เวลาสวมสูทแล้วอยากให้สาวๆ และคนรอบข้างหันมอง ท่องให้ขึ้นใจว่า สูทนั้นต้องพอดีกับตัว ที่สำคัญการสั่งตัดสูทเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกว่าการซื้อจากร้าน ทำไมต้องสั่งตัดกันหรือ? คำตอบง่ายมาก เพราะช่างตัดสูทน่ะ เหมือนมีเวทมนต์ที่จะสร้างสรรค์ชุดสูทที่สามารถพรางส่วนด้อยและเสริมแต่งจุดเด่นในร่างกายคุณให้โดดเด้งขึ้นมาได้ โดยผ้าที่เหมาะจะนำมาเป็นส่วนประกอบของสูท คือผ้าไหมหรือวูล อาจผสมผ้าฝ้ายได้บ้าง แต่หากเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องซื้อสูทหรูๆ จากร้าน แนะนำให้เลือกห้องเสื้อที่เชี่ยวชาญในการแก้สูทให้เข้ากับรูปร่างของผู้สวมใส่ได้สูทตัวสวยแล้ว อย่าเห่อจนลืมตัดเสื้อเชิ้ตเพื่อนำมาใส่คู่กับสูทหล่ะ ตัดมาสัก 2 ตัว เลือกใช้ผ้าฝ้ายดีที่สุด การกลัดกระดุมเวลาใส่สูทก็เป็นตัวชี้วัดให้ผู้สวมใส่ 'เกิด' หรือ 'ดับ' ได้เหมือนกัน คงไม่เวิร์คแน่หากกลัดกระดุมทุกเม็ดบนสูท ให้เหลือกระดุมเม็ดล่างสุดไว้เสมอ หากสูทดูทางการเกินไป ไม่เหมาะกับงานที่คุณจะไป ตัวเลือกลำดับถัดไปคือแจ๊คเก็ตหรือเบลเซอร์ แจ๊คเก็ตดีดูที่น้ำหนัก ต้องน้ำหนักเบา เลือกที่ตัดเย็บจากผ้าฝ้ายหรือลินิน หนุ่มบางคนมักเจองานด่วน (แบบไม่ทันตั้งตัว) ถูกมอบหมายให้เข้าประชุมกับผู้ใหญ่ หรือ เป็นตัวแทนเข้าร่วมงานสังคมอยู่บ่อยๆ นอกจาก ซีดีเพลงอัลบั้มโปรดหรือรองเท้าคู่ใจ สิ่งที่ควรมีติดรถไว้คือ แจ๊คเก็ตหรือเบล เซอร์ เลือกสีพื้นที่เป็นกลางๆ และเป็น Solid Color เช่น สีน้ำเงิน สีดำ สีน้ำตาล หรือสีขาวก็เข้าท่าไม่น้อย
สุดท้าย อย่าปล่อยให้แจ๊คเก็ตเน่าหมักหมมอยู่ในรถ หมั่นเอาออกไปซักทุกๆ 2 สัปดาห์ หรือบ่อยขึ้นกว่านี้ ขึ้นกับความถี่ในการใช้งานการสวมสูทจะเท่ห์มากขึ้นถ้ามีเทคนิคเสริมเข้าไป ดังนั้น วันนี้ผมขอแถมเรื่องเทคนิคการสวมสูท ที่ทำให้สวมสูทได้อย่างมั่นใจมากขึ้นมาแนะนำเพิ่ม ทั้งหมดนั้นมีอยู่สองหรือสามเฉดสี นั่นคือ ดำ เทา และกรมท่า และนั่นก็เป็นสีที่ร้านตัดสูทดีๆ จะแนะนำให้คุณเป็น 3 สีแรก การใส่สูทก็เช่นกัน มี 3 ข้อง่ายๆ ที่จะทำให้คุณแต่งสูทไม่มีพลาดแน่ๆจำไว้ว่าสูทก็คือสูท
ชุดสูทก็เหมือน จักรยาน นั่นคือมันมีรูปแบบอย่างนี้มานานกว่าศตวรรษ เป็นรูปแบบของการพัฒนาเครื่องแต่งกายขั้นสูงสุด การใส่สูทที่ดีก็คือยึดหลักง่ายๆ ในการสวมใส่ของสูทแบบนั้นๆ ไม่ว่าจะเป็น 3 กระดุม 5 กระดุม หรือ 2 กระดุม จริงๆ การสวมใส่สูท เป็นเรื่องง่ายที่สุดที่จะทำให้คุณดูดีได้ อย่าพยายามทำสูทให้เป็นอย่างอื่น เช่น จับคู่สูทกับกางเกงยีนส์ หรือกับรองเท้าผ้าใบสีแสบ หากคุณอยากได้แจ๊คเก็ตก็ซื้อแจ๊คเก็ต อย่าพยายามเอาสูทไปทำอย่างอื่น แค่นี้ต่อให้คุณไม่เคยมีสูท ไม่เคยซื้อสูท คุณก็สามารถเลือกสูทให้เหมาะกับคุณได้ไม่ยาก และสูทจะทรงพลานุภาพมากขึ้นหากคุณเลือกใช้เนื้อผ้าที่ดี มีน้ำหนักดี ไม่หนาเกินไป ปัจจุบันผ้าที่นิยมยังเป็นผ้าวูล เส้นใยเบอร์ 150 ซึ่งไม่หนาจนเกินไป เพื่อให้เหมาะสมกับอุณหภูมิของโลกที่ร้อนขึ้น
" แต่เราขอร้องอย่างหนึ่ง อย่าเหน็บซองมือถือตรงเข็มขัด เพราะต่อให้คุณมีสูทสวยขนาดไหน มันก็ไม่รอดจริงๆ "

แล้วสูทของคุณพอดีตัวไหม ?
คงไม่มีใคร อยากใส่กางเกงในที่เล็กกว่าเป้าของตัวเอง แน่นอน,สูทก็เช่นกัน วิธีการซื้อสูทที่ดีที่สุดคือสั่งตัด (ไม่อย่างนั้นจะมีช่างตัดสูทไว้ทำไม)หากคุณต้องการจะซื้อจริงๆ คุณต้องมั่นใจว่า สูทนั้นพอดีกับคุณจริงๆ การใส่สูทพอดีกับตัวนอกจากจะบอกให้ทุกคนรู้ว่าคุณไม่ได้ยืมของใครมาใส่ ยามที่คุณตัดสูท ช่างตัดสูทบางคนอาจชินกับการตัดสูทแบบคลาสสิก แต่หากคุณต้องการให้กางเกงหรือเสื้อสูทของคุณพอดีขึ้นอีกนิด คุณสามารถขอให้ช่างทำในแบบที่คุณต้องการได้ โดยมากร้านอาจจะขอเพิ่มเงินอีกนิดหน่อยสำหรับคำขอของคุณ แต่เชื่อเถิดว่าเมื่อออกมามันจะกลายเป็นสูทตัวเก่งของคุณ ไม่มีใครประสบความสำเร็จในสูทสีเหล่านี้ สีแดง เขียว ฟ้า หรือว่าเหลือง สูทเหล่านี้จะทำให้คุณดูเป็นพนักงานของบริษัทอะไรสักอย่างมากกว่าจะเป็น อย่างอื่นไปได้ สูทที่ดีคือสูทที่คุณใส่แล้วดูเหมือนไม่มีสี หมายถึงไม่มีใครสะดุดตากับสีที่แปลกตาของมัน
สีสูทที่ไม่มีสี ก็เช่น ดำ เทา กรมท่า น้ำตาล คุณอาจเปลี่ยนเฉดสีได้อีกนิดหน่อย หรืออาจเพิ่มลูกเล่นด้วยลายขวางเส้นเล็กๆ บนสูทของคุณให้ดูน่าสนใจมากขึ้น (ใหญ่ ไปก็ไม่งามอีก)แน่นอน ความไม่มีสีนี้หมายถึงรองเท้า เข็มขัด ที่น่าจะไปด้วยกัน ส่วนเนคไทและเสื้อเชิ้ตคุณสามารถเล่นสนุกได้บ้าง แต่ก็อย่าให้มันเด่นจนเด้งออกมาจากสูทของคุณมากเกินไป
นอกจากต้องปรับตัวให้เข้ากับเจ้านายและเพื่อนร่วมงาน แถมต้องเตรียมรับมือกับภาระการงานอันหนักหน่วง ปัญหาหนักอกอย่างหนึ่งของหนุ่มที่เพิ่งเริ่มต้นทำงาน หรือหนุ่มออฟฟิศหน้าใหม่ คือการแต่งตัว จะแต่งตัวอย่างให้ดูน่าเชื่อถือ เหมาะสมกับกาลเทศะ เข้ากับหน้าที่การงาน และสร้างความประทับใจให้ผู้ที่พบเห็น สิ่งเหล่านี้ก็ยากพอตัวอยู่แล้ว แต่ที่ยากเข้าไปใหญ่ คือ แต่งตัวอย่างไรให้ดูเป็นหนุ่มออฟฟิศที่มีสไตล์และนำสมัย? ไม่ต้องกังวลไปครับ ผมขอแนะนำเกี่ยวกับ Gentleman Look ว่า เป็นสไตล์การแต่งตัวที่เหมาะกับหนุ่มที่เพิ่งเริ่มต้นทำงาน ซึ่งช่วยปรับบุคลิกให้ดูเป็นหนุ่มออฟฟิศที่เทรนดี้ สมาร์ท สุภาพ และมีสไตล์ 3 ไอเทมหลักของ Gentleman Look ประกอบด้วย
1. เสื้อ เลือกเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีพื้นหรือลายทางที่มีคัตติ้งแบบ Slim Fit แล้วสวมทับด้วยเสื้อสูทคัตติ้งเนี้ยบๆ หรือจะเปลี่ยนมาเป็นสูททรงแจ็กเกตก็จะดูแคชชวล ส่วนเนคไทเลือกสีน้ำเงินหรือฟ้า เพราะเป็นแนวอบอุ่น หากทำงานในออฟฟิศที่ไม่ต้องใส่เสื้อผ้าที่เป็นทางการมากนัก เสื้อคาร์ดิแกนโทนน้ำตาล เทาตัดกับสีของเสื้อยืดตัวใน ก็ช่วยได้
2. กางเกง เลือกทรงของกางเกงที่กระชับ เพราะจะช่วยให้เคลื่อนไหวสะดวก เนื้อผ้าทนทาน สีสันทันสมัย โดยสีของกางเกงจะให้อารมณ์ที่ต่างกันไป เช่น กางเกงสีดำ ดูเรียบหรู หนักแน่น เข้าคู่กับเสื้อสีอ่อนและสีเข้ม, กางเกงสีกากี จับคู่กับเสื้อผ้าโทนสีอ่อน ดูสุภาพนุ่มลึก, กางเกงสีขาว คลาสสิค สุภาพเรียบร้อย ไปกันได้ดีกับทั้งเสื้อผ้าโทนสีเข้มและเสื้อผ้าสีพาสเทล ส่วน กางเกงสีเทาจับคู่กับเสื้อผ้าสีสดใส และสีโทนอ่อน ก็เท่ไม่หยอก
3. รองเท้า ถ้าอยากได้รองเท้าที่เข้ากับเครื่องแต่งกายทุกรูปแบบ เลือกรองเท้าหนังสีน้ำตาล หากหลังเลิกงานมีนัดไปปาร์ตี้ต่อ ใส่ใจกับรองเท้าสักนิด เลือกที่มีดีไซน์สักหน่อย เช่น รองเท้าทรงหัวแหลมหรือทรงหัวตัด
เมื่ออ่านจบลองกลับดูเสื้อผ้าในตู้ว่ามีเสื้อผ้า กางเกง และรองเท้าแบบนี้ไหม ให้รีบไปแต่งซะ เผื่อจะได้หล่อสมใจ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น