วันศุกร์ที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2554

Before & After


อรุณสวัสดิ์เช้าวันเสาร์อันแสนสดใส หลายๆ คนที่เคยมีเพื่อนเป็นเพศตรงกันข้ามแล้วอยู่ๆ วันหนึ่งเพื่อนเขาก็กลายมาเป็นแฟนในที่สุด การเป็นแฟนกัน ถ้าเป็นง่ายๆ ก็ดีไป แต่ถ้ามันยากล่ะนี่สิ..น่าคิด ในวันนี้ผมมีวิธีที่จะเปลี่ยนเพื่อนให้เป็นแฟนมาเขียนให้อ่านกัน เมื่อน้ำตาลกับมดอยู่ใกล้กัน บางครั้งน้ำตาลอาจจะเป็นฝ่ายหลงรักมดน้อย แต่ก็ไม่กล้าที่จะบอกออกไปตรงๆ มันน่าอึดอัดมากกับการหลงรักคนที่สนิทสนมกันมากๆ จะทำอย่างไรดีล่ะ ผมว่าควรเริ่มจาก...
1. ยอมรับกับตัวเองก่อน คุณอาจบอกใครต่อใครว่ารักเขาแบบพื่น้อง แต่ความจริงเป็นอย่างไร หัวใจมันก็คอยฟ้องอยู่ ดังนั้น ขั้นแรกสุด คุณต้องยอมรับเจ้าความรู้สึกนี้ และยอมรับว่าคุณยังไม่พอใจกับสิ่งที่เรียกว่า "มิตรภาพ" เราขอเตือนไว้ก่อนนะ ในขณะที่คุณเอาแต่มอง ผู้หญิงคนอื่นเขาก็มาเล็มมาตอด "เพื่อนรัก" ของคุณไปไหนถึงไหนแล้ว และก็มีแต่คุณนั่นแหละที่หัวเสีย จะทนกับสภาพแบบนี้ต่อไปอีกนานแค่ไหนล่ะ

2. พูดจาภาษาดอกไม้ เรารู้ว่ามันติดปาก แต่เลิกเรียกเขาว่า "เพ่" "แก" หรือชื่อที่พ่อแม่เขาไม่ได้ตั้งให้อย่าง อ้วน เตี้ย แล้วก็ต้องหยุดพูดคำสมัยพ่อขุนรามกับเขาด้วยนะ ภาษาแบบนี้เขาเอาไว้ใช้กับเพื่อน และก็ไม่ได้รื่นหูหรือทำให้หัวใจเขาสั่นสะเทือนเลย

3. แต่งตัวแบบสาวหวาน เป็นผู้หญิงอินเลิฟก็ต้องแสดงออกบ้างนะ จริงอยู่ที่คุณอาจมีสไตล์ และก็เป็นตัวของตัวเองมาก แต่ลองทำความรู้จักกับสาวหวานที่อยู่ในกระจกกันหน่อย ลองเปลี่ยนจากกางเกงยีนส์ตัวเก่งมาเป็นกระโปรงหวานๆ สักตัว คำแนะนำนี้อาจเชยไปนิด แต่เรารับรองได้ ผู้ชายเป็นสัตว์ประเสริฐที่ให้ความสำคัญกับสิ่งที่เขาเห็น รับรองว่าพ่อหนุ่มน้อยต้องสังเกตความเปลี่ยนแปลงของคุณแน่ๆ

4. อย่าปิดหัวใจ เผื่อทางเลือกไว้นิดนึง การคบกับหนุ่มคนอื่นที่จริงใจสักคนไม่ใช่เรื่องเสียหายถ้าไม่มีอะไรเกินเลย เกิด "เพื่อนรัก" ของคุณเขาถามถึงหนุ่มคนนั้น ก็เป็นโอกาสดีที่จะเช็คว่าเขากังวลเรื่องคู่แข่งรึเปล่านะ เอาน่า... แข่งนิดแข่งหน่อยดีต่อสุขภาพนะ

5. อย่าเอาแต่นั่งฝันหวาน สมมติว่ามีเพื่อน B ที่ไม่ได้เกี่ยวอะไรด้วยเลยมาพูดข้างหูทุกวันว่า "เธอกับ A ถ้าคบกันคงดีนะ" คุณจะรู้สึกยังไง? รำคาญสุดๆ เลยล่ะ มองในอีกแง่หนึ่ง คุณก็คงดีใจอยู่ที่ B เห็นอย่างที่เราเห็น แต่ A ต่างหากที่เป็นคนสำคัญ และเขาจะไม่หันมาคบกับคุณเพียงเพราะเสียงซุบซิบของคนในวงนอก คำถามอยู่ที่ว่าคุณกับเขาเคมีตรงกันแค่ไหน มีใจตรงกันรึเปล่าล่ะ ?

6. เฟลิร์ตสนุกๆ ถ้าอยู่ดีๆ สาวห้าวนิดๆ กระโตกกระตากหน่อยๆ จะมานั่งทำตัวหวานแหววคอยให้ท่าเขามันก็คงจะดูประหลาดและน่าสงสัยพิลึก ไม่ต้องถึงขนาดนั้นตัวร้ายในละครหลังข่าวหรอก ขอให้ลองยิ้มให้มากขึ้นและหัวเราะอย่างเป็นธรรมชาติ หาโอกาสแอบแตะแขนเขาบ้าง ถ้าผมยาวสลวยก็ลองสะบัดผมดูสักนิด น่านะ ยั่วหน่อยเถอะ เราไม่ได้บอกให้คุณทอดสะพาน แต่ถ้าผู้ชายคนนี้ทำให้เรารู้สึกเหมือนมีผีเสื้ออยู่ในท้องจริงๆ ทั้งดวงตาและรอยยิ้มของคุณจะเปล่งประกายอยู่แล้วน่ะ

7. ชวนเดตสิ เรื่องที่เศร้าที่สุดสำหรับการคิดถึงใครสักคนก็คือ การที่คนๆ นั้นนั่งอยู่ข้างๆ เรานั่นแหละ คุณอาจจะแฮงเอาต์กับเขาฉันเพื่อน แต่ความจริงแล้วอยากเอามือลูบไล้เส้นผมไม่ได้หวีของเขาใจจะขาด อิอิอิ ได้เวลาชวนเขาเดตเป็นเรื่องเป็นราวแล้วล่ะ อย่าทรมานตัวเองเลยนะ

8. หาข้อมูล อยากบอกเขาตรงๆ แต่กลัวว่าคุณจะเฮิร์ตเสียเองใช่มั้ยล่ะ ? ลองถามเพื่อนๆ ว่าเขามีปฏิรกิริยาอย่างไรกับเรื่องของคุณ หมั่นอ่านภาษากายเขาหน่อย เขาทีท่าทางอยากเป็นมากกว่าเพื่อนรึเปล่า หาเรื่องจับมือเราบ้างมั้ย แววตาที่เขามองเราแปลกไปจริงเหรอ แต่ขอร้องว่าอย่าจินตนาการไปคนเดียว ถามคนอื่นด้วยนะ !

9. พูดตรงๆ เมื่อผ่านข้ออื่นมาหมดแล้ว แต่เขาก็ยังไม่รู้สักที การบอกตรงๆ อาจจะเป็นวิธีที่ดีที่สุด มองหาที่ส่วนตัวเงียบๆ บอกความรู้สึกของคุณให้เขารู้ ค่อยๆ บอกให้เป็นลำดับขั้นตอน เป็นเหตุผลหน่อย (ผู้ชายตอบสนองกับเหตุ-ผลมากกว่าอารมณ์ ถึงเขาจะเป็นเพศที่อารมณ์เป็นใหญ่ก็ตามเถอะ)หลังจากนั้น ถามความรู้สึกเขาแล้วฟังให้ดีๆ ล่ะ

10. รอ ใจเย็นๆ นะ คนที่ใช่ต้องมาพร้อมกับเวลาที่เหมาะ แม้ว่าในที่สุดคุณจะตระหนักได้ว่าตัวเองมีความรู้สึกอย่างไร แต่เขาอาจจะคบกับคนอื่นอยู่ ในกรณีนี้ก็รักษามิตรภาพไว้ให้ดี ใครจะรู้ ในอนาคตอาจกลายเป็นอย่างอื่น คู่กันแล้วไม่แคล้วหรอก เมื่อเป็นแฟนกันแล้วก็ไม่ได้จบเท่านั้น อ่านต่อ..
ที่ผมเขียนมาข้างต้นนี้เป็นฉากก่อนเริ่มเป็นแฟนกัน และเมื่อเป็นแฟนกันแล้ว สถานการณ์ย่อมเปลี่ยนไปแน่นอน คนเรานั้นเสียเงิน เสียเวลา เสียอะไรๆ ก็ไม่เสียใจเท่าการเสียความรู้สึกใช่ไหม ? เพราะความรู้สึกนั้นมันเอาคืนไม่ได้ แก้ไขก็ไม่ได้ หาใหม่ก็ไม่ได้ ยิ่งคนที่ทำให้เสียความรู้สึกนั้นเป็นคนใกล้ตัว ที่ทำให้เสียใจแล้ว จะยิ่งเสียใจเป็นสองเท่า! เป็นบ้างไหมที่โดนแบบนี้กับคนที่เรารัก...
หักหลัง...ไม่เจ็บ...แต่ปวดใจ
ใครไม่เคยถูกหักหลังคงไม่รู้ซึ้งถึงความรู้สึกแรกที่รู้ว่าโดนหลอกมาตลอด ความรู้สึกสับสนทั้งหลายย่อมประดังประเดเข้ามา ภาพเก่าๆ ย้อนเข้ามาในความทรงจำไม่สิ้นสุด ทั้งการกระทำ ทั้งคำพูด ส่งผลให้หลายคนที่รู้ความจริงนี้ แทบคุมสติไม่อยู่ ที่สำคัญคำปลอบใจไม่ว่าจะมาจากใคร ไม่ว่าจะน่าเชื่อถือสักแค่ไหน ก็ไม่สามารถยกจิตใจที่ตกดิ่งขึ้นมาได้

กลับความคิด พิชิตคนหักหลัง
ก่อนอื่นขอบอกก่อนว่าไม่ได้จะให้ไปหักหลังเขาตอบ โต้ตอบ เอาคืน หรือแก้แค้นใดๆ นะ แต่เราจะนำเสนอวิธี "ทำใจ (ให้เข้มแข็ง)" ให้กับคนที่ถูกหักหลังทั้งหลาย ให้ไม่เสียใจเสียเวลาไปมากกว่าที่เสียไปแล้วอีกด้วย

หักดิบ...เลิกคิดถึงเรื่องราวที่ผ่านมา
ยิ่งเราทบทวนเหตุการณ์มากขึ้นเท่าไหร่ เราอาจจะได้ความกระจ่างในแต่ละช่วงของเหตุการณ์นั้น แต่ที่เราได้กลับมาพร้อมกันคือความเจ็บปวด ความเจ็บปวดที่มาจากการขุดคุ้ยบาดแผลตัวเอง แทงมันซ้ำๆ ลงไปในที่ๆ เป็นแผลเดิมๆ สุดท้ายสิ่งที่เราได้ คือความจริงของเรื่องราวที่แก้ไขไม่ได้ และบาดแผลที่เจ็บช้ำมากมายจากการทำร้ายตัวเอง ยิ่งคิดซ้ำๆ ก็เหมือนแทงเข้าแผลให้ลึกไปมากๆ สุดท้าย เราจะได้แผลเรื้อรังที่ยากเยียวยา และต้องใช้ยาที่ชื่อว่า "เวลา" ในการรักษามากกว่าคนอื่น

ยุ่งเข้าไว้ อย่าได้ว่าง
ความยุ่งนอกจากจะทำให้เราไม่ว่างพอที่จะคิดฟุ้งซ่านมากมายแล้ว ความยุ่งยังทำให้คนรอบข้างมองเราในแง่ดีมากขึ้นอีกด้วย การไม่ฟูมฟาย จะทำให้คุณเข้มแข็ง และที่สำคัญ ทำให้ใครคนนั้นที่เคยหักหลังเรารู้สึกได้ว่า "คุณไม่แคร์" ทำให้เรื่องที่เหมือนจะเลวร้ายอันนั้นกลายเป็นเศษเสี้ยว เศษขยะ ในชีวิตคุณเท่านั้น การทำให้เขารู้สึกได้เช่นนั้น เป็นอะไรที่เจ็บปวดมากกว่าการที่คุณสามารถเอาคืนหรือแก้แค้นได้อีกต่างหาก เมื่อเขารุนแรงมาก แต่เราไม่รุนแรงตอบ กลับนิ่งเฉยเหมือนเรื่องนั้นไม่มีค่า ไม่ต้องแคร์ ไม่ต้องใส่ใจ การเพิกเฉยนี้ทำให้อีกฝ่ายเจ็บปวดได้มากกว่าไปยืนชี้หน้าด่าหรือดักสาดน้ำกรดเสียอีก

ควรทบทวนเพื่อทำใจ
การทบทวนต่างจากการขุดเอาเรื่องราวมาทำร้ายตัวเอง การทบทวนคุณต้องไม่มองจากมุมของคุณ ให้คุณทำตัวเหมือนดูละครเวที เดินออกมาจากเรื่องราวสักหลายๆ ก้าว ทำเป็นคนนอกมองเราที่เป็นเพียงตัวละครตัวหนึ่ง ลองทำดูแล้วคุณจะคิดได้ว่าเรื่องทั้งหมดอาจจะไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิดก็เป็นได้ อาจจะเป็นแค่เรื่องน่าขำขันที่เกิดขึ้นช่วงหนึ่งเท่านั้น

สิ่งสำคัญของการทบทวนคือ หาข้อผิดพลาดและทางแก้ให้ได้ หากหาได้แต่สิ่งผิด มันจะไม่มีประโยชน์เลย ทางแก้ที่ได้ต่างหากจะเป็นเสมือนยาที่เป็นสต็อกในจิตใจที่ทำให้คุณเข้มแข็ง ไม่ต้องตกอยู่ในสถานการณ์เลวร้ายที่ผ่านมา ชีวิตคนเรา ไม่มีอะไรแน่นอน คนที่เรารักมาก อาจกลายเป็นคนที่เรารังเกียจได้ในเวลาไม่นาน คนที่เราคบหาและไว้เนื้อเชื่อใจ อาจะเป็นคนที่เราไม่อยากแม้แต่จะเห็นหน้า ได้ยินเสียง หรือรับรู้เรื่องราวของเขาอีก

แต่อย่างไรก็ตาม ที่สุดของการถูกหักหลังนั้นชนะได้ ด้วยการ "ให้อภัย" เมื่อเราได้ให้อภัย จิตใจเราจะสูงขึ้นอีกเป็นกอง เมื่อนั้นเราจะมองเห็นเรื่องราวได้กว้างขวางและรอบด้านอย่างเป็นจริง ก็จะไม่มีใครมาแอบซ่อนอยู่ในหลืบ และกลับเข้ามาหักหลังเราได้อีก ทั้งหมดเป็นเบื้องหน้า (ก่อน) และเบื้องหลัง(หลัง)ของคนมีความรักที่ควรคิดให้ดีก่อนตัดสินใจ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น