

สวัสดีครับเพื่อนนักอ่านที่รัก..ช่วงนี้งานเข้าเลยทำให้ผมมาเขียนให้อ่านช้าไปนิดนะครับ ถ้ามีหนังที่น่าสนใจผมก็จะนำมาวิจารณ์ให้เพื่อน ๆ ได้อ่านกัน สำหรับจันทร์นี้ นับเป็นโอกาสที่ดีผมสามารถดั้นด้นนำสุดยอดหนังแอ็คชั่นที่เคยสร้างความประทับใจอย่างล้นหลามในอดีตไม่ว่าจะเป็นภาคแรก ภาค 2 และนี่หนังภาค 3 เรื่อง M:I:III ก่อนอื่นก็ต้องเกริ่นสักนิดก่อนนะว่าชอบทุกภาค สนุกทุกภาค มันส์ทุกภาค และนี่กำลังจะมีภาค 4 มาฉายให้ดูกันอีกไม่นาน ซึ่งผมมีโอกาสได้ดูหนังตัวอย่างของภาคใหม่นี้มาแล้ว ขอรับรองว่า มัน..ส์จริงๆ ชื่อเรื่องภาค 4 นี้คือ Mission Impossible : Ghost Protocol ทำให้อดไม่ได้ที่จะต้องมาเขียนภาคนี้ Mission Impossible 3 : มิชชั่น อิมพอสซิเบิ้ล 3 สำหรับคอหนังแล้ว คงไม่ต้องบอกว่าเป็นหนังประเภทไหน แต่ด้วยตัวหนังเค้าบอกว่าเป็น อภิมหาปฏิบัติการแอ็คชั่นฟอร์มยักษ์ เดี๋ยวผมจะพาคุณไปชม หลังจากที่ ได้ชมแล้ว M:I:III ก็ยังคงความเป็นหนังแอ็คชั่นไฮเทค ที่มีความสนุก บู๊ล้างผลาญ ปฏิบัติการเหนือความคาดหมาย อย่างที่รอคอยจริง ๆ ครับ ในหนังกล่าวถึง อีธาน ฮั้นท์ (ทอม ครูซ)หลังเลิกการออกภาคสนาม เค้าได้รับหน้าที่เป็นครูฝึกสายลับ ให้กับหน่วยไอเอ็มเอฟ จนวันหนึ่ง เค้าจำเป็นต้องไปปฏิบัติการพิเศษ อีกครั้งเพื่อช่วยเหลือศิษย์เอก ที่หายไปในปฎิบัติการ เรื่องคงไม่วุ่นวาย หากผู้ที่จับสายลับ ศิษย์เอกของ อีธาน เป็นพ่อค้าข้อมูล และ อาวุธร้ายแรง ระหว่างประเทศ และหาก พ่อยอดสายลับ อีธาน ไม่ไปมีความรัก และสัญญิงสัญญาว่าจะแต่งงานกับแพทย์สาวสุดสวย เรื่องเลยกลายเป็นการตามล้างตามล่า ผ่าปฏิบัติการ เพื่อช่วยเหลือตัวประกันที่เป็นคนรัก พร้อมทั้งต้องจัดการกับจอมอาชญากรรม และนำมาซึ่งอาวุธร้ายแรงก่อนที่จะตกไปอยู่ในมือของศัตรู โอ๊ย...แค่คิดก็มันส์แล้วว..
รายละเอียดเนื้อหาหนังก็เป็นแนวปฏิบัติการบู๊ระห่ำเมืองเหมือนสองภาคที่ผ่านมา ต่างกันที่คนกำกับเท่านั้นเอง ในภาคที่สองนั้นเราเคย อิ่มไปกับฉากแอ็คชั่น สุดตระการตาไปกับ จอห์น วู แต่ด้วยเนื้อหาเชิงลึกไม่ค่อยดีเท่าไรนัก ซึ่งต่างจากภาคแรก ที่มีเนื้อหาหนักแน่นกว่า แต่ความเป็นแอ็คชั่นน้อยกว่าภาคสอง แต่กลับมาภาค 3 นี้ ผมคิดว่า ทั้งฉากแอ็คชั่น และตัวเนื้อเรื่องทำได้ดีมาก เนื้อเรื่องนั้นทำได้เทียบเคียงกับภาคแรก แต่ดีกว่าภาคสอง แต่ฉากแอ็คชั่นก็ทำได้ดีกว่าภาคแรก แต่ไม่หวือหวาเหมือนภาคสอง แต่โดยรวมดูสมบูรณ์แบบกว่าสองภาคแรกครับ ทุกฉากผมว่าไม่รู้ทำไมหนังประเภทนี้ต้องอ้างถึงเยอรมันนี จีน หรือ ไม่ก็เกาหลีเหนือ หรือประเทศทาง ยุโรปตะวันตก พวกประเทศสังคมนิยม อาจจะเป็นไปหรือเปล่าที่ประเทศเหล่านี้ เป็นประเทศที่ล่อแหลมต่อการก่อการร้าย หรือ มักมองว่าประเทศเหล่านี้เป็นแหล่งของเหล่าผู้ก่อการร้าย หรือ เป็นประเทศคู่ปฎิปักษ์ หรือ เคยเป็น ผมไม่ทราบจริง ๆ ใครมีความรู้บอกหน่อย เรื่องนี้ ก็ยังคงกล่าวถึงภาคปฏิบัติการ ใน เยอรมันนี และจีน เป็นหลัก ผมว่าดูแล้วก็เหมือนกับจะเป็นการบอกกันกราย ๆ ว่า ไม่ว่าประเทศ ยุโรป หรือ ตะวันออกไกล มีโอกาสพอ ๆ กันที่จะเกิดการก่อการร้ายหรือเป็นตลาดมืดของอาวุธมหาประลัย แต่ฉากที่ถ่ายในประเทศจีนกลับดูดีกว่าเพราะเป็นส่วนใหญ่ของเรื่อง และมีฉากแอ็คชั่นไล่ล่ามากมาย ตรงข้ามกับฉากชิงตัวประกันในเยอรมันนั้นเป็นเพียงแค่การอ้างถึง และเป็นแค่โรงงานร้างเก่า ๆ เท่านั้นเอง แต่ที่เป็นทีเด็ดของภาคนี้คือ ฉากการปฎิบัติการ มิชชั่น อิมพอซซิเบิ้ล ที่ไปถ่ายทำกันถึงนครวาติกันในประเทศอิตาลี ซึ่งผมว่ายากมากที่จะทำได้ แต่เรื่องนี้สามารถทำได้ บางฉากที่เป็นภายในพอมองออกละครับว่าเป็นการเซ็ทอัพขึ้นแต่ก็ดูสมจริงครับ แต่ฉากภาพภายนอกของจริงแน่ ๆ อีกฉากที่เห็นแล้วอดอมยิ้มไม่ได้คือ ฉากขบวนรถถูกโจมตี บนสะพานที่อยู่ในทะเล (ผมจำชื่อไม่ได้จริง ๆว่าสะพานอะไร)แต่จำกันได้ไม๊ เรื่อง TRUE LIES ที่พ่อบึ้ก อาร์โนลด์ เอาเครื่อง แฮริเออร์ ถล่มขบวนรถผู้ร้าย แหมเหมือนกันเด๊ะเลย ช่างเป็นสะพานที่น่าเอาจรวดถล่มซะจริง ๆ แต่ก็ถ่ายทำได้เนียนมาก ๆ ครับ ส่วนดารานำแสดงเขาก็คือ สุดหล่อที่มีภรรยาแสนสวยกับลูกที่น่ารัก ทอม ครูซ คงไม่ทำให้คุณ ๆ ผิดหวังหรอกครับ เพราะภาคนี้เค้าเป็นผู้อำนวยการสร้างเองด้วย หากทำไม่ดีเค้าก็ขาดทุนเองเหมือนกัน อีกทั้งเล่นเองด้วย คงต้องทุ่มสุดตัวหวังกลับมาเป็นเจ้าพ่อแอ็คชั่นอีกครั้ง เพราะตอนนี้ไม่ค่อยมีใครแรงขึ้นมา และด้วยตัวเองเพิ่มถูกโหวตให้เป็นหนุ่มที่บื้อสุด ในฮอลลีวูดอีกด้วย เลยต้องกลับมาล้างภาพพจน์กันหน่อยนะครับ รวมไปถึงอีกหลาย ๆ คนอย่างเช่น ยอดฝีมืออีกคน ลอว์เลนซ์ ฟิชเบิร์น ฟิลลิป ซีมัวร์ ฮอฟแทน อีกทั้ง ขบวนการผู้ช่วยอย่าง วิง เรมส์ ไอ้รูปหล่อ โจนาธาน รีส ไมเยอร์ แม็คกี้ คิว และที่ขาดไม่ได้นางเอกสาวสุดสวย มิเชลล์ โมนาแกน

เทคนิคพิเศษด้านคอมพิวเตอร์กราฟฟิก โอ้โห อลังการงานสร้าง อันนี้ขอไม่พูดถึงอยากให้ไปชมกันเอง ดีกว่าภาคที่แล้วมากมายก็แล้วกัน สรุปภาพหนังโดยรวม เป็นหนังดูได้อย่างคุ้มค่าคุ้มราคา คุณจะได้เห็น ทอม ครูซ วิ่งสู้ฟัดสุด ๆ และถูกอัดจนงอมพระราม แต่มาดก็ยังหล่อได้ใจ ในเรื่องนี้อย่างคุ้มค่า สมราคาที่เค้าอุตสาห์ทุบกระปุกสร้างเลยนะ อีกประการ ผู้กำกับ เจเจ เอแบรห์ม ผมทราบมาเลา ๆ ว่าเป็นผู้กำกับที่เก่งมาก และทอม ครูซ เป็นคนเลือกคนกำกับเอง อีกทั้งเค้ายังเป็นผู้กับกำกับหนังซีรี่ยอดฮิตอย่าง LOST และ ALIAS อีกด้วย ผมชอบหนัง M:I:III เรื่องนี้เป็นพิเศษ มาก่อนแต่ไหนแต่ไรอยู่แล้วตั้งแต่ภาคแรก พอมาภาคนี้ผมชอบมากขึ้นเป็นพิเศษ อาจจะเป็นเพราะเนื้อหาและความแอ็คชั่นลงตัวกันดีจริง ๆ กระนั้นผมก็ยังขัดใจนิด ๆ ทุก ๆ ครั้งที่ได้ดู MISSION IMPOSSIBLE ทางจอเงินนี้ทุกครั้ง เพราะผมเคยดูซีรี่นี้มาก่อน เมื่อก่อนใช้ชื่อ Mission Ipossible “ ขบวนการพยัคฆ์ร้าย “ เนื้อเรื่องจะปฎิบัติการกันเป็นทีมไม่ได้วันแมนโชว์ อย่างปัจจุบัน เพราะฉะนั้นเนื้อหามันจึงดูเด่นทุกคน ไม่เฉพาะคนใดคนหนึ่ง แต่ทำไงได้พระเอกสร้างเองก็งี้แหล่ะ แต่ผมว่าส่วนตัวผม ผมว่าผมหลงรักนางเอกสาว มิเชลล์ โมนาแกน เข้าให้แล้ว
นอกจากแนวมันส์ๆ ที่เขียนให้อ่านแล้ววันนี้ผมมีแถมให้อีกเรื่องที่น่าสนใจ เพราะหนังเรื่องนี้มาแนวแปลกครับ เป็นหนังที่สร้างจากพล็อตเรื่องว่าด้วย มายากล ซึ่งเรามักไม่ค่อยได้เห็นหนังแนวนี้สักเท่าไหร่ อีกทั้งนักแสดงนำในเรื่องนี้เป็นนักแสดงชั้นแนวหน้าทั้งสิ้น ความน่าสนใจจึงมีอย่างล้นเหลือ ในหนังเรื่องนี้ The Prestige “ ศึกมายากลหยุดโลก ” ตัวหนังเองเป็นแนว ดรามาแอ็คชั่น กับ ความลึกลับ ของ กลวิชาแห่งมายากลที่ดูแล้วชอบมาก บวกด้วยความแค้น ความรัก ความดี และศักดิ์ศรี ย่อมนำมาแห่งโศกนาฏกรรมอันน่าลุ้นระทึก ส่วนบทหนังสร้างให้ สองนักมายากลที่เป็นเพื่อนรักสำนักเดียวกัน จำต้องมาห้ำหั่นกันในชีวิตจริงทุกเรื่องของการต่อสู้เพื่อเป็น สุดยอดนักมายากลที่มีชื่อเสียงที่สุด ไม่ว่าจะด้วยกลวิชา การแสดง ชื่อเสียง ศักดิ์ศรี และความรัก จนทำให้ ทั้งสองต้องกลายมาเป็นศัตรูตัวฉกาจของกันและกัน และงัดกลเม็ดทุกสิ่งทุกอย่าง เพื่อเพียงจะเอาชนะกันในชีวิตจริง

หนังเรื่องนี้ ผมขอเล่าภาพรวมคร่าว ๆ ไม่เล่าเนื้อเรื่องนะครับ เพราะอยากให้ไปหาชมกันเอง ฉายมานานแล้ว หนังเรื่องนี้มีความซับซ้อน ซ่อนเงื่อน ที่จำจะต้องไปติดตามกันเอาเอง ในการกำกับถือว่าเยี่ยมยอด และเป็นสิ่งที่ผมชอบที่สุดของหนังเรื่องนี้ เพราะการดำเนินเรื่องดูจะเข้าใจยาก แต่หากตั้งใจติดตามดูจริง ๆ จะเข้าใจได้ไม่ยาก หนังมีการดำเนินเรื่องราวตามปกติ แต่ก็จะมีการย้อนเรื่องเป็นระยะ ๆ ให้เราสามารถเข้าใจคลายปมเรื่องเป็นเปราะ ๆ ไปเรื่อย ๆ จนในที่สุด จึงจะถึงไคลแมกซ์ของเรื่อง ซึ่งถือเป็นอะไรที่ค่อนข้างช๊อคเราได้พอสมควรเลยทีเดียว ซึ่งผมเองชอบมาก ๆ แต่สิ่งที่ไม่ค่อยชอบเป็นการส่วนตัวก็คือ เป็นหนังที่ย้อนยุคสักนิด อีกทั้งโทนภาพยังเป็นแบบ สีเข้ม ๆ ทึม ๆ มีแสดงเงามากมาย ดูอึดอัด แต่ก็มีเสน่ห์ของความลึกลับ น่าติดตาม เพื่อให้เข้ากับเนื้อหนังที่เป็นมายากลนั่นเอง และ สิ่งที่ชอบที่สุดคือ สิ่งที่เราเห็นในหนังนั้น ต้องพยายามสังเกต และมองแยกให้ออกว่า สิ่งที่เราเห็นนั้นคือ มายาลวงตา หรือ ความจริง ดารานำเรื่องนี้คงไม่ต้องการันตีคุณภาพ ฮิวจ์ แจ็คแมน ขวัญใจสาว ๆ ก็ยังคงความมีเสน่ห์อย่างแรง และบวกกับการแสดงที่จัดจ้านขึ้นเรื่อง ๆ ทำให้เขาโดดเด่นได้ไม่ยาก ส่วน คริสเตียน เบลล์ มนุษย์ค้างคาวคนล่าสุด ดูจะด้อยกว่า แจ็คแมน ในช่วง ครึ่งแรก แต่ครึ่งหลังเขาเด่นกว่าจริง ๆ อันนี้ ผู้กำกับวางบทบาทได้เหมาะเหม็ง และยังคงเป็นพระเอกหน้าตายคนล่าสุดที่ไม่ว่าเราจะเห็นเค้าในอารมณ์ไหน ไม่ว่าหน้าตานิ่ง ๆ ยิ้ม หัวเราะ หรือร้องไห้ ก็จะคาดเดาได้ยากว่าเค้าคิดอะไรในใจ (หน้าตาออกไซโคนิด ๆ )ซึ่งเป็นบุคลิกลักษณะเด่นของเค้า ทำให้ดูน่ากลัวเกรง ทั้งที่จริง ๆ เค้าก็หน้าตาหล่อพอสมควรทีเดียว และอีกคนที่เป็นชูรส สกาเล็ต โจแฮนสัน ที่แม้จะไม่เด่นเท่าสองคนแรก แต่ เสน่ห์ของเธอคงไม่มีใครปฎิเสธได้ ไม่ว่าเธอจะอยู่ในชุดไหน ๆ ก็เซ็กซี่ไปหมด ชั่วโมงนี้ความเซ็กซี่สตาร์เป็นของเธอจริง ๆ นะผมว่า โดยรวมเฉพาะดาราก็น่าดูแล้วครับ

หนังเรื่องนี้โดยภาพรวมเท่าที่ผมเห็นโปสเตอร์ แผ่นประกาศ ตามโรงหนังดูไม่ค่อยน่าสนใจอะไรเลย นอกจากชื่อของนักแสดง และผมนึกไม่ถึงว่าจะเป็นหนังย้อนยุคนะครับ แต่พอได้ไปชมภาพยนตร์เรื่องนี้ อ้าว ไม่เห็นเหมือนอย่างแผ่นปิดโปสเตอร์เลย เพราะปกติแล้ว ผมจะไม่ค่อยถูกโฉลกกับหนังย้อนยุคเท่าไหร่ มีเรื่องเดียวที่สามารถตรึงสายตาผมได้ตลอดจนจบเรื่องก็คือ สลีปปี้ฮอลโลว์ (คนหัวขาดล่าหัวคน)ซึ่งชอบมาก ๆ แต่ เมื่อได้ชมเรื่องนี้ก็เป็นอีกเรื่องที่ตรึงสายตาผมได้แบบไม่เบลอ ไม่ง่วง อาจจะเป็นเพราะผมชอบพวกชอบมายากล มนต์เมจิก อะไรประมาณนี้อยู่แล้ว และกอปรกับหนังประเภทซับซ้อน คาดเดาเรื่องได้ยาก เป็นอะไรที่ผมชอบก็เลยชอบเรื่องนี้เข้าอย่างจัง แม้จะไม่สนุกตื่นเต้นเร้าใจเท่าสลีปปี้ฮอลโลว์ แต่เสน่ห์ของมายากลย่อมติดตราตรึงใจเสมอ และด้วยบทบาท และพล็อตเรื่องของสองตัวละคร อย่างแจ็คแมน และ เบลล์
หากคุณเป็นแฟน ฮิวจ์ แจ็คแมน และ คริสเตียน เบลล์ แล้วละก็ไม่ผิดหวังครับ อีกทั้งหนังเรื่องนี้เป็นหนังคุณภาพอีกเรื่องที่ผมว่าเค้าตั้งใจทำมาก ๆ เพราะ ไม่ว่าจะเป็นฉาก บรรยากาศ การถ่ายทำ และความตั้งใจของผู้กำกับ และนักแสดง ท่านใดสนใจดูหนังทั้ง 2 เรื่องก็ไปหาซื้อหรือเช่ามาดูได้รับรองสนุก มันส์ไปอีกแบบครับ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น