
มาต่อกันในเรื่องการมีมารยาทในการแต่งกาย ซึ่งเป็นตอนที่ 3 เพื่อความสมบูรณ์ของบุคลิกภาพ การแต่งกายเป็นสิ่งที่สำคัญ..
สิ่งที่จะทำให้คนเราประทับใจครั้งแรกเมื่อพบเห็นและเกิดความรู้สึกว่า บุคคลมีบุคลิกภาพดีหรือบุคคลนั้น มีลักษณะเป็นผู้นำ หรือมีศักยภาพในการเป็นผู้นำก็คือ เสื้อผ้าอาภรณ์ที่เราสวมใส่ และวิธีที่เราเลือกเสื้อผ้าแต่งเรือนกาย ถึงแม้ว่าบางคนไม่ได้มีเครื่องแบบเหมือนเช่นทหาร หรือข้าราชการแต่การที่เขาแต่งกายแล้วสามารถมองดูว่ามีบุคลิกภาพดีได้นั้น ก็มีกฎเกณฑ์บางอย่าง เช่น คนที่เป็นหัวหน้า หรือเป็นผู้นำการแต่งกายของเขา ควรจะต้องเป็นแบบอนุรักษ์นิยมและเรียบร้อยลักษณะของเสื้อผ้า หรือชุดควรจะเป็น ทางการเสมอ เสื้อผ้าที่ตัดเย็บอย่างดีรับกับเรือนร่างของผู้สวมใส่ทั้งชายและหญิงจะบอกผู้คนรอบข้างว่าคนๆ นั้นเป็นคนเอาจริงเอาจัง กับการงานและมุ่งมั่นก้าวสู่ความสำเร็จ การแต่งกายให้สอดคล้องตามกฎเกณฑ์สังคม จะทำให้บุคคลเข้าสังคมได้อย่างไม่ขัดเขิน การแต่งกายทำให้บุคลิกภาพดี การพิจารณาเลือกเสื้อผ้าที่จะใช้ให้เข้ากับรูปร่างหน้าตา สีผิว คุณภาพของการตัดเย็บ การเลือกสีเสื้อผ้าให้เข้ากับ วิธีการแต่งกายมีแนวทางในการพิจารณาดังนี้
วิธีการเลือกชุดทำงาน
นอกจากเสื้อผ้าชุดหลักดังกล่าวแล้ว ยังมีสิ่งที่ควรพิจารณาประกอบอีกเล็กน้อย เช่น เสื้อกันฝน รองเท้า ถุงน่อง เข็มขัด ผ้าพันคอ ที่ติดเสื้อ สร้อยคอ และเนคไท ดังอธิบายคือ
1. ในการเลือกเสื้อผ้าชุดไปทำงานจะต้องพิจารณาถึงสไตส์การแต่งกายหากไม่มีกฎเกณฑ์ บังคับเคร่งครัด สามารถเลือกเสื้อสูทกับ กางเกงคนละสีได้ แต่ถ้าหน่วยงานนั้นมีกฎเกณฑ์ให้ใช้สูทกับกางเกงสีเดียวกัน เสื้อตัวในใช้สีอ่อนและควรจะเป็นโทนสีเย็น
2. เสื้อเชิ้ต และเสื้อครึ่งท่อนสำหรับผู้หญิงที่เป็นชุดทำงานควรจะเป็นแบบเรียบๆ ไม่สมควร ประดับลูกไม้จนรุงรัง หรือติดระบายจนรู้สึกรุ่มร่าม ผู้หญิงควรเลือกเสื้อแขนยาวเป็นหลัก และหลีกเลี่ยงเสื้อคอคว้านลึก ผู้ชายควรจะเลือกเสื้อเชิ้ต ที่ไม่เน้นลำตัว เสื้อเชิ้ตควรเป็นเสื้อแขนยาวเสมอสิ่งที่ไม่เหมาะใช้ในที่ทำงานคือเสื้อยืดรัดรูป(สตรี)หรือสเวตเตอร์ ไม่เหมาะสมจะเป็นชุดใส่ไปทำงาน เพราะเสื้อยืดรัดรูปจะเน้นสัดส่วนเรือนกายให้เด่นชัด หากจะนำมาใช้กับชุดทำงานจะต้องมีสูทใส่ทับอีกชั้น
กางเกง ผู้หญิงไม่ควรจะสวมกางเกงไปทำงาน (เว้นแต่กรณีอากาศหนาว หรือในบริษัท ไม่มีกฎเกณฑ์บังคับ)คุณอาจจะรวมกางเกงไว้กับเสื้อผ้าทำงานชุดหลักก็ได้ขอให้ระลึกไว้เสมอว่า การเลือกซื้อเสื้อผ้าชุดทำงานที่ดี ไม่ใช่เรื่องที่จะทำสำเร็จได้โดยง่ายใน ความประณีตในการตัดเย็บ เสื้อผ้าที่มีคุณภาพนั้น จะต้องคงรูปตามเดิมอยู่ได้เป็นเวลาปลายปี จะสังเกตเห็นฝีมือและความประณีตในการเย็บเสื้อผ้าได้จากสิ่งเหล่านี้ เช่น
1. ปกและคอเสื้อ ควรจะตั้งขึ้น พับลงหรือติดแนบกับตัวเสื้อตามแบบที่ผู้ออกแบบกำหนดและเมื่อผ่านการซักรีดเพียงครั้งหรือสองครั้ง ปกและคอเสื้อไม่ควรเสียงรูปทรง ควรตรวจดูว่าของตะเข็บของปกเสื้อได้เย็บซ่อนไว้อย่างเรียบร้อย
2. แผ่นรองซับในควรจะทำด้วยวัสดุที่คงรูปร่างได้ดี เมื่อลองใช้มือขยำเสื้อดู แผ่นรองซับในที่ทำด้วยวัสดุที่ดีก็ควรจะคืนรูปได้ดังเดิมทันที
3. ซิปและรังดุม ควรตรวจดูว่าไม่มีรอยย่นตามขอบซิป ไม่จำเป็นต้องสนใจกระดุมมากนัก เพราะส่วนใหญ่เราจะดึงออกและติดเม็ดใหม่แทน แต่ที่รังดุมควรจะดูให้ดีว่าเย็บไว้เรียบร้อยดีหรือไม่ รังดุมที่เย็บไว้รุ่ยร่าย ทำให้เสื้อผ้าดูไม่มีราคา
4. สำหรับเสื้อสูท ควรตรวจดูความเรียบร้อยของซับใน และดูว่าแผ่นรองซับในตรงบริเวณรอยต่อแขนเสื้อซึ่งช่วยไม่ให้ซับในบริเวณนั้นขาดง่าย
5. กระโปรงควรจะมีซับใน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กระโปรงที่มีเนื้อผ้าที่อาจจะเสียรูปทรงได้ง่าย เช่น กระโปรงถัก กระโปรงที่ตัดเย็บอย่างดีควรจะมีซับในแยกต่างหากเย็บติดอยู่ด้านใน
6. ควรตรวจดูตะเข็บว่าแข็งแรงพอที่จะไม่ปริแตกง่ายเวลาสวมใส่ และตะเข็บควรจะเป็นตะเข็บคู่ เพื่อกันไม่ให้รอยเย็บหลุดลุ่ยได้ง่าย
7. ถ้าใช้ผ้าลาย ควรตรวจดูให้แน่ว่า ลายผ้าต่อกันพอดีตรงรอยตะเข็บ
8. เลือกเสื้อผ้าที่ทำจากผ้าเนื้อดีที่สุดเท่าที่คุณจะมีกำลังซื้อได้ จะพูดถึงเรื่องเนื้อผ้าโดยละเอียดอีกครั้ง

การเลือกเสื้อผ้าให้รับกับเรือนร่าง
เสื้อผ้าซึ่งตัดเย็บอย่างประณีตแล้วจะไม่มีประโยชน์อันใดหากไม่รับกับเรือนร่างได้อย่างเหมาะเจาะถึงจะเลือกซื้อเสื้อผ้ายี่ห้อดีขนาดไหน แต่ถ้าหลวมหรือคับเกินไปก็จะไม่ช่วยให้ภาพพจน์เด่นขึ้น ขนาดของเสื้อผ้าของแต่ละยี่ห้อจะไม่เหมือนกัน หรือแม้กระทั่งยี่ห้อเดียวกัน แต่ต่างแบบกัน ขนาดก็อาจจะต่างกันไปด้วย ฉะนั้น เมื่อจะเลือกซื้อเสื้อผ้าจะต้องลองสวมก่อนเสมอ ในการลองเสื้อผ้า นอกจากจะดูว่าขนาดพอดีกับตัวแล้ว ก็ต้องดูว่าเสื้อผ้านั้นสวมใส่สบายหรือไม่ โดยลองนั่ง ลุก ยืน และเดินไปมา ในขณะเดียวกันก็ตรวจดูคอเสื้อ ไหล่ เอว ความยาวของเสื้อ รอยต่อแขน แขนเสื้อ และความยาวของกระโปรง หรือขากางเกง
มีข้อแนะนำบางประการในการช่วยให้เลือกเสื้อผ้าที่เข้ารูปได้ดังนี้
การเลือกเสื้อสูท และเสื้อสูทลำลอง คอเสื้อและปกเสื้อควรจะแบะแนบเรียบอยู่กับตัวเสื้อ ตอนลองเสื้อควรจะส่องดูในกระจกทั้งสามด้านและตรวจดูด้านหลังเสื้อ หากมีรอยย่นเป็นแนวอยู่ใต้ปกเสื้อแสดงว่าเสื้อหลวมเกินไป แต่ถ้าเห็นรอยตึงขวางอยู่บนแนวปีกไหล่ก็แสดงว่าเสื้อคับเกินไป ตรวจดูความกว้างของแขนเสื้อ คุณจะขยับแขนได้อย่างอิสระ โดยไม่รั้งเอาตัวเสื้อตามไปด้วย ตรวจดูที่ปลายแขนเสื้อด้วย ความยาวของแขนเสื้อสูทผู้ชายควรจะยาวพอให้เห็นปลายแขนเสื้อเชิ้ตโผล่ออกมา ¼ นิ้ว ½ นิ้ว สำหรับผู้หญิง แขนเสื้อควรจะยาวถึงข้อมือตรงบริเวณต่อกับนิ้วหัวแม่มือลองติดกระดุมเสื้อดู ถ้าเห็นรอยตึงเป็นรูปกากบาทตรงบริเวณกระดุม ก็แสดงว่าเสื้อตัวนั้นคับเกินไป ตรวจดูความยาวชายเสื้อ สำหรับผู้ชายทำได้ง่าย ๆ ด้วยการยืนตัวตรง และทิ้งแขนลงมาข้างลำตัวมือกำหลวม ๆ ปลายแขนเสื้อสูทควรจะอยู่ในอุ้งมือพอดี ส่วนความยาวของเสื้อสตรีนั้นจะขึ้นกับสมัยนิยมเป็นส่วนใหญ่ แต่ควรจะดูให้เหมาะสมด้วย เพราะเสื้อสูทที่สั้นหรือยาวเกินไปจะทำให้ส่วนสัดดูผิดเพี้ยนไป
กางเกง เป้ากางเกงควรจะเรียบไม่มีรอยย่นเลย ขอบกางเกงควรฟิตกับเอวพอดี และไม่คับจนเกินไป ถ้าเอวหลวมจะทำให้ตัวกางเกงหย่อนยานโป่งพอง แต่ถ้าคับจนเกินไปจะรั้งตัวกางเกงขึ้นมาหมดทำให้สวมใส่ไม่สบายก้น และเป้ากางเกงไม่ควรจะตึงหรือหย่อนยานจนเกินไป ควรจะลองกางเกงพร้อมกับรองเท้าที่ใส่เป็นประจำ ชายขากางเกงที่ยาวพอดีนั้นควรจะจรดรองเท้าพอดี สำหรับกางเกงของผู้หญิงนั้น การเลือกก็ให้ใช้หลักเกณฑ์เดียวกันกับของผู้ชาย แต่ให้จำไว้เสมอว่ากางเกงไม่เหมาะที่ผู้หญิงจะใส่ไปทำงานในเกือบจะทุกโอกาส
กระโปรง ความยาวของชายกระโปรงขึ้นลงได้ทุกปีตามสมัยนิยม แต่ถ้าจะเลือกการแต่งกายแบบอนุรักษ์นิยม ชายกระโปรงก็ควรจะยาวคลุมเข่าเล็กน้อย พอที่จะปิดเข่ามิดพอดีเวลานั่ง อย่าซื้อกระโปรงที่สั้นจนเกินไป ลองให้แน่ใจว่า ขอบกระโปรงฟิตกับเอวพอดี ขอบกระโปรงที่รัดแน่นเกินไปจะใส่ไม่สบาย และดูไม่สวย พยายามเลือกกระโปรงเผื่อตะเข็บข้างและชายกระโปรงไว้มากพอที่จะขยายไว้ภายหลัง
เสื้อเชิ้ต เมื่อติดกระดุมคอแล้วปกเสื้อควรจะกระชับ แต่พยายามอย่าเลือกคอเสื้อที่คับจนเกินไป เพราะจะทำให้เกิดรอยย่น ตะเข็บขอบไหล่ควรจะอยู่ตรงบริเวณหัวไหล่พอดี และวงแขนควรจะกว้างพอที่จะเคลื่อนไหวได้สะดวก อย่าให้รอบอกและเอวคับจนเกินไป แต่ก็ไม่ควรเลือกเสื้อตัวใหญ่มากตนดูโคร่ง ผู้ชายควรจะเลือกเสื้อที่ลำตัวเรียวเล็กลง นอกจากว่า จะเป็นคนที่อ้วนมาก ๆ ข้อมือควรจะฟิตพอดี

การแต่งกายให้เหมาะสมตามรูปร่างแต่ละแบบ
คนเตี้ยรูปร่างเล็ก
1. ใส่เสื้อคอวี ถ้าเตี้ยมากไม่ควรสวมสร้อยคอ
2. แบบเสื้อเรียบที่สุดโดยเฉพาะบริเวณอกอย่าเสริมไหล่เสื้อที่แขนพองที่หัวไหล่
3. เอวเรียบ ถ้าจำเป็นต้องใช้เข็มขัดให้ใช้เล้นเล็กมากๆ
4. เสื้อกระโปร่งชนิดปล่อยทิ้งแนบตัว
5. ใส่รองเท้าส้นสูงเสมอ
6. ชายกระโปร่งสั้นหน่อย
7. พยายามใช้ผ้าพื้น ถ้ามีลายหรือดอกให้ใช้ลายเล็กๆ
คนสูง
1. คอเสื้อปกสูง ปกเสื้อกว้าง
2. เน้นส่วนเอวให้เด่นด้วยสีสด หรือเข็มขัดผ้าพันเอวใหญ่
3. ใช้กระโปร่งแนบสะโพก มีเสื้อตัวยาวคลุมสโพกจะดูดี
4. ชายกระโปร่งต่ำกว่าเข่า
คนอ้วน
1. อย่าใช้ปกเสื้อสูงใช้คอแหลม
2. ใช้สีแก่หรือคล้ำ ถ้ามีลายให้ใช้ลายเล็กแคบสีเดียวกันหมด
3. อก เอว แขน เรียบไม่สะดุดตา ใช้เข็มขัดเส้นเล็กหัวเข็มขัดหุ้มผ้าสีเดียวกับเสื้อผ้าเพื่อไม่ให้สะดุดตา
4. ใช้ชุดสองท่อนเสื้อปล่อยรอบเอวกระโปรงตรงอย่าใช้เสื้อตึงแนบตัว
5. ชายกระโปร่งต่ำกว่าเข่าเสมอ
คนผอม
1. ใช้เสื้อคอสูงหรือแคบแนบคอ ถ้ามีปกใช้ปกกว้างมากๆ แขนสามส่วนดีกว่าแขนสั้น
2. อย่าใช้ชุดรัดตัว ผ้าลายขวางดีกว่าผ้าลายยาว
3. ใช้เสื้อจีบหรือพองส่วนนอก
4. บังส่วนเอวที่เล็กด้วยผ้าคาดเอวหรือเข็มขัดแถบใหญ่
5. กระโปร่งจีบพองอย่าให้สั้นมากไป
6. ใช้เครื่องประกอบการแต่งกายค่อนข้างใหญ่ เช่น กระเป๋า รองเท้า เข็มขัด ต่างหู
7. ไม่จำเป็นต้องสวมรองเท้ามีส้นเสมอไป
คนรูปหน้าเล็ก
เสื้อเป็นแบบเรียบไม่มีปก ท่อนเสื้อซึ่งอยู่ใกล้กับหน้าที่สุดควรให้เรียบ ที่ว่าเรียบคือ ไม่มีปกที่ระบายจนดูตัวใหญ่ ไม่ให้มีสิ่งดึงดูดความสนใจในส่วนบน เพราะจะข่มหน้าให้ดูเล็กลงไปอีก ถ้าจะเล่นแบบควรเล่นแบบที่กระโปร่งยึดหลักว่าข้างบนเรียบแต่งด้านล่าง
คนรูปหน้าใหญ่
เช่นมีกรามใหญ่หรือกระดูกหน้าใหญ่ หน้ากับตัวเป็นส่วนที่ใกล้ชิดกันมาก ถ้าหน้าใหญ่ นอกจากจะทำผมช่วยแล้วจะใช้เสื้อช่วยโดยการแต่งตัวเสื้อให้เต็มที่ เช่น คอตั้ง คอระบายหรือมีโบว์ได้เต็มที่ บางคนคิดผิดว่า ถ้าหน้าใหญ่ใส่เสื้อแต่งมกจะทำให้ดูใหญ่เข้าไปอีกซึ่งเป็นความคิดที่ผิด
ไหล่ตั้ง
ใส่เสื้อแขนล้ำได้สวยมาก สังเกตว่าไหล่ใหญ่กับไหล่ตั้งไม่เหมือนกัน ไหล่ตั้งมักจะผอม อก เล็ก ถ้าจะใส่เสื้อมีแขนต้องให้รอยต่อของแขนบริเวณหัวไหล่ล้ำเข้ามามากกว่าไหล่จริง หรือถ้าใส่เสื้อแบบมีแขนไม่ต่อไหลก็ให้ใช้สีเข้มและเทคนิคการตัดเข้าช่วย ใช้ผ้าหนา ไหล่ใหญ่และอกใหญ่ ใช้สีเข้มดีที่สุด ผ้านิ่มเนื้อจอร์เจีย ชีพอง เครฟหรือผ้าป่าน การตัดเย็บเทคนิคต่างๆ ช่วยได้มาก เช่นตะเข็บที่เรียบร้อย การวางผ้าตัดผ้า การวางลายใช้สีอ่อนสีแก่เข้ามาช่วยพรางรูปร่างได้มาก โดยยึดหลักที่ว่าส่วนที่ใหญ่ใช้สีเข้มส่วนที่เล็กใช้สีอ่อน
เอวสั้น
พลางได้โดยไม่ว่าจะใส่ชุดคนละท่อนหรือติดกันก็ตามจะต้องเป็นสีเดียวกัน อย่าเล่น สีตัดกันเป็นอันขาด สีตัดกันจะเน้นช่วงบนมาก แต่ถ้าจะใช้คนละสีก็ให้ใช้สีแนวเดียวกันโดยด้านบนสีอ่อนด้านล่างสีเข้ม ให้แนวเอวต่ำกว่าเอวจริง จะโดยการปล่อยตัวเสื้อลงมาหรือถ้าเป็นเครื่องแบบที่เอาเสื้อใส่ในกระโปรงก็ดึงเสื้อให้หย่อนลงมาหน่อย การใช้สีอ่อนเวลามองเสื้อดูกระจายออก ทำให้ดูช่วงบนใหญ่มากขึ้นกว่าที่เป็นจริงนิดหน่อย
เอวบาง
หลักการตรงกันข้ามกันคือ เสื้อเข้มกระโปรงอ่อน ถ้าเป็นชุดติดกันควรมีเข็มขัดคาด หรือผ้าคาด เอวใหญ่ ใช้สีเข้มตลอด อย่าเน้นเอวเป็นอันขาด ถ้าเอวใหญ่ไม่มากนักและตัวสูงพยายามทำ เสื้อกระโปรงให้พองนิดหน่อยจะดูเอวเล็ก แต่ถ้าเอวใหญ่และตัวเตี้ยไม่ควรทำวิธีเดียวคือเลือกเสื้อผ้าสีเข้ม
ต้นขาใหญ่ อย่าใช้แบบที่ฟิตช่วงล่างถ้าจะใส่กางเกงให้แนบขาโดยใช้ผ้าหนาคุณภาพดีหน่อยจะช่วยได้มาก กางเกงยีนก็ใช้ได้ดี แต่ค่อนข้างลำลองเกินไป ถ้าเวลาเดินทางควรใช้ผ้าเนื้อกามาดิน ดีที่สุดส่วนงานกลางคืนถ้าจะใช้ให้ใช้ผ้าเครฟ ทั้งกระโปรงและกางเกงควรหลวมหรือ คลือๆ ตัว อย่าให้ตึงเกินไปหรือพอดีเกินไป กรโปรงพีทน้อยๆ กระโปรงย้วยแล้วเวลาเดินพีทแยกออกโดยไม่รู้ว่าพีทแยกออก เพราะต้นขาใหญ่หรือพีทก็ไม่ควรใส่
โคนขาโก่ง
ใช้กระโปรงแคบไม่ได้เลยต้องใช้ผ้าหนาและความหลวมของกระโปรง
หน้าท้องใหญ่
แก้ไขได้ยากที่สุดหลังจากพยายามลดจนเต็มที่แล้ว จะใช้เสื้อช่วยโดยตัวเสื้อหลวมที่ปล่อยลงมาให้พอดีกับหน้าท้องที่ยื่นออกมาหรือใช้เสื้อตัวปล่อยไปเลยอย่าเน้นเอว ถ้าต้องใส่เสื้อไว้ในกระโปรงกรณีที่เป็นเครื่องแบบที่เราหลีกเลี่ยงไม่ได้ให้ใช้เสื้อตัวใหญ่หน่อยแล้วดึงมาให้เสมอหน้าท้อง ใส่กระโปรงบานทรงเอหรือกระโปรงย้วยเล็กน้อยตามความเหมาะสมแต่จะใส่กระโปรงแคบเลยจะดูไม่สวยนัก
สะโพกใหญ่
ไม่มีสิทธิ์ใช้สีอ่อนเลย ให้ใช้สีเข้มและแบบเรียบอย่ามีรอยย่น กระโปรงย้วยจีบรูดรอบตัวใช้ได้ ผ้านิ่มแนบไปกับสะโพก เสื้ออย่าให้เล็กมาก เพราะจะเน้นสะโพก
สะโพกยื่น
ใส่เสื้อคลุมสะโพกตัวยาวไม่ได้ต้องให้พอดีกับสะโพก เสื้อตัวหลวมไม่เน้นเอว ลักษณะที่คู่กับสะโพกยื่นคือ เอวแอ่นพยายามแก้ไขการทรงตัวที่ถูกต้องบังคับตนเองให้ได้ ไม่ควรใส่เสื้อผ้าเข้ารูป
เลือกสไตล์และสีสันที่เหมาะสม
อาจจะเลือกการตัดเย็บที่ประณีต เนื้อผ้าชั้นดี และเสื้อผ้ารับกับเรือนร่างได้เหมาะเจาะ ปัญหาข้อต่อมาก็คือ เมื่อสวมเสื้อผ้าชุดนั้นแล้ว รูปโฉมที่ปรากฏจะเป็นเช่นใด หากต้องการเลือกเสื้อผ้าที่จะขับเรือนร่างและหน้าตาให้โดดเด่นชวนมอง จำเป็นต้องคำนึงถึงสัดส่วนของเรือนร่างและสีผิวด้วย ลองติดตามดูความสำคัญของเส้นและสีสันที่จะเน้นจุดเด่นของคุณให้ปรากฏชัด
เส้น เราสามารถใช้หลักการของเส้นลวงตาในการเลือกเสื้อผ้าที่จะช่วยให้ดูสูง หรือเตี้ยอวบอ้วนหรือเพรียว ตามความประสงค์ได้ เส้นในแนวดิ่งจะช่วยยืดส่วนสูงและบีบร่างให้เพรียว คนตัวเตี้ยล่ำจึงควรเลือกเนื้อผ้าที่มีเส้นในแนวดิ่ง เสื้อสูทที่มีลายทางในแนวดิ่งจึงเหมาะกับคนตัวเตี้ย
เส้นในแนวนอนจะตัดความสูงและขยายความกว้าง คนตัวผอมสูง ควรเลือกเสื้อผ้าที่มีเส้นลายในแนวนอน คอวีหรือชายเสื้อที่สอบเข้าหาเอว จะขับส่วนไหล่ให้กว้างและเน้นทรวดทรง เพราะเหตุนี้เองที่สตรีที่มีหน้าอกค่อนข้างใหญ่ จึงมักจะเลือกเสื้อคอวี เพื่อบีบส่วนเอวให้ดูคอดเล็กเรียวจะช่วยให้สมสัดส่วนไม่หนาเทอะทะไปหมด เสื้อผ้าชุดทำงานคอวีไม่ควรคว้านลึก นอกจากลายผ้าแล้ว ควรจะให้ความสำคัญกับเส้นสายบนเสื้อผ้าควบคู่ไปด้วย ตัวอย่างเช่น แผ่นรองซับในที่เสริมไหล่หนาเป็นพิเศษ จะช่วยให้ไหล่ของคุณดูกว้างขึ้น ตะเข็บแขนเสื้อในแนวทแยงจะทำให้ไหลดูแคบลง
ในการเลือกชุดทำงาน ควรเลือกเส้นลายบนเสื้อผ้าที่จะช่วยขับลักษณะเด่นให้ชัดเจนยิ่งขึ้น แต่ควรจะเลือกเสื้อผ้าแบบเรียบที่สุด เพื่อให้สมกับลักษณะของมืออาชีพ
สีสัน สีสันนับได้ว่าเป็นส่วนสำคัญที่สุดอีกอย่างที่ต้องนำมาพิจารณาเสื้อผ้าชุดทำงาน หากคุณเลือกสีสันได้อย่างชาญฉลาด สอดคล้องกัน สีสันจะขับรูปลักษณ์ของคุณให้โดดเด่นชวนมอง นั่นก็หมายความว่า สีสันของเสื้อผ้าจะช่วยเน้นสีผิว และสีผิว หากสามารถที่จะเลือกใช้สีใด ๆ ก็ได้ขอให้ระลึกเสมอว่า คุณกำลังมองหาเสื้อผ้าที่จะใช้ในโลกธุรกิจ สีที่ถือว่าเป็นเครื่องแต่งกายคลาสสิคในวงการธุรกิจได้แก่ สีดำ เทา เบจ น้ำตาล น้ำเงิน และขาว ส่วนสีแดงเข้มบางกลุ่ม เช่น เบอร์กันดี และสนิมเหล็กก็ถือว่าเป็นสีคลาสสิคสำหรับสตรีนักธุรกิจ
วิธีเลือกสีสันที่เหมาะกับตัวคุณมากที่สุด คือ ยกชิ้นผ้าขึ้นมาทาบกับใบหน้า เนื้อผ้าชิ้นนั้นขับสีเส้นผมของคุณให้ดูสดใสขึ้นหรือไม่? หน้าตาสดใสขึ้น หรือถูกสีนั้นข่มให้หมอง?
เสื้อผ้าและเส้นลวงตา
สีสันมีคำศัพท์เฉพาะในการเรียน สี หมายถึงชื่อเรียก เช่น แดง เหลือง น้ำเงิน ความเข้ม หมายถึง ความจางหรือเข้ม หากคุณเติมสีขาวเข้ากับแม่สีจะได้ สีจางหรืออ่อนลง แต่เมื่อเติมสีดำเข้าไปจะได้สีเข้ม ส่วน intensity หรือ chromo หมายถึง ความสว่าง หากเป็นสีผสม ความสว่างจะลดลง สีสันอาจจะแยกเป็นสีร้อน เช่น สีเหลือง เหลืองส้ม ส้ม แดงเพลิง และแดง ส่วนสีเย็น ได้แก่ สีม่วง ม่วงคราม น้ำเงิน เขียวน้ำเงิน และเขียว
สีสันสามารถนำมาปรับใช้ร่วมกันได้ในการเลือกเสื้อผ้าชุดทำงานได้หลายทาง
1. เสื้อผ้าในกลุ่มทีเดียว โดยยืดกลุ่มสีใดสีหนึ่งเป็นหลักและมีสีจางหรือเข้มเป็นส่วนประกอบ เช่น ชุดสูทสีน้ำเงินเข้ม เชิ้ตหรือเบลาส์สีฟ้าอ่อน เนคไทหรือผ้าพันคอมีเส้นลายสีน้ำเงินระดับต่าง ๆ กัน การแต่งกายด้วยสีกลุ่มเดียวนี้ จะเน้นที่ความเข้มจาง หากใช้สีระดับเดียวกันทั้งตัวจะจืดชืดไม่ชวนมอง
2. สีตัดกัน หมายถึง สีที่อยู่ตรงข้ามกันในวงสี เช่น สีน้ำเงินตรงข้ามกับสีส้ม สีตัดกันจะเพิ่มความเข้มให้ซึ่งกันและกัน ขอให้ใช้สีคลาสสิคในวงธุรกิจเป็นหลัก โดยมีสีตัดกันเป็นส่วนเน้น
3. สีใกล้เคียงกัน หมายถึง สีที่อยู่ถัดกันในวงสีการผสมสีที่ชวนมองที่สุดจะเป็นสีที่อยู่ระหว่างกลางของแม่สี เช่น สีน้ำเงินจะไปได้ดีกับสีเขียว
4. สีตัดกันสามสี หมายถึง สีสามสีที่อยู่ตรงข้ามกันในวงสี เช่น สีเหลือง แดง และน้ำเงินซึ่งเป็นแม่สี ในการแต่งกายโดยใช้สีตัดกันสามสี จะยืดสีหนึ่งเป็นหลัก และให้อีกสองสีเป็นจุดเน้น เช่น สูทเป็นสีน้ำเงินเข้ม เสื้อเชิ้ตขาว เนคไทที่มีเส้นลายสีน้ำเงิน เหลือง แดง จะไปด้วยกันได้ดีในการเลือกเสื้อผ้า ขอให้ยึดสีคลาสสิคเป็นหลัก การหาส่วนประกอบเพิ่มเติมได้ในภายหลัง เช่น เสื้อเชิ้ตหรือเทคไท จะทำได้โดยง่ายและไม่สิ้นเปลืองงบประมาณ
ข้อแนะนำในการเลือกเสื้อผ้าสีคลาสสิค มีดังนี้
1. สีเข้ม ขรึม บ่งถึงพลังอำนาจและระดับชั้นมากกว่าสีอ่อน สดใส หากต้องการเสนอภาพพจน์ของผู้นำทางธุรกิจ ยึดสีเข้มเป็นหลัก
2. เลือกสีผสมแทนแม่สี แม้ว่าเครื่องแต่งกายสีสดใสฉูดฉาดจะดึงดูดสายตาได้ดีกว่าชุดสีเข้มแต่สีสดใสเหล่านั้นก็ไม่เหมาะที่จะนำมาเป็นเสื้อผ้าของผู้นำ
3. เสื้อผ้าชุดทำงาน ผู้ชายควรเลือกเชิ้ตสีขาว ฟ้าอ่อน น้ำตาลอ่อน หรือลายทางสีอ่อน หากเกิดความลังเลว่าควรจะใช้สีใด ให้ยึดสีขาวไว้เป็นหลัก สีขาวเข้าได้กับทุกสี เสื้อเชิ้ตจะต้องสีอ่อนกว่าสูทถ้าเป็นหญิง เสื้อเบลาส์จะสีอ่อนหรือแก่กว่าสูทก็ได้
กฎเกณฑ์ของการใช้เส้นและสีสัน
1. สายตาจะกวาดมองตามเส้นสาย
2. สีอ่อนที่สุดในชุดเสื้อผ้าจะดึงดูดสายตาได้มากที่สุด
3. สีอ่อนจะโดดเด่นออกมา ภายนอกและขับวัตถุให้ขยายใหญ่ขึ้น ส่วนสีเข้มจะกระถดกลับเข้าข้างใน ทำให้วัตถุดูเล็กลง
อุปกรณ์ประกอบเสื้อผ้า
เสื้อผ้าเครื่องแต่งกายจะไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ หากไม่มีเครื่องประกอบ ประดับตกแต่งเป็นขั้นสุดท้ายก่อนออกจากบ้าน เครื่องประกอบ เช่น ผ้าพันคอ จะช่วยให้ชุดทำงานของคุณโดดเด่นขึ้นมาผิดตา เกร็ดความรู้ต่อไปนี้ คงพอจะช่วยในการคัดเลือกเครื่องประกอบของเครื่องแต่งกาย
รองเท้า รองเท้าจะต้องสวมสบาย เพราะไหน ๆ คุณก็จะต้องสวมใส่ติดเท้าทั้งวัน เวลายามบ่ายเหมาะสมที่สุดในการเลือกหาซื้อรองเท้า เพราะเป็นช่วงที่เท้าบวมขยายใหญ่ รองเท้าที่จะใส่ไปทำงาน ควรมีอย่างน้อยสองคู่เพื่อใส่สับเปลี่ยนกัน จะช่วยยืดอายุรองเท้าให้ทนทาน อย่าเลือกรองเท้าล้ำยุคตามสมัยนิยม รองเท้าในโลกธุรกิจควรจะเป็นแบบเรียบ ๆ ค่อนข้างอนุรักษ์นิยม รองเท้าสตรีควรเป็นแบบส้นเตี้ย รองเท้าหนังจะทนทานและสวมสบายมากกว่าวัสดุชนิดอื่น สีของรองเท้าจะต้องรับกับสีของเครื่องแต่งกาย รองเท้าชายควรเป็นสีดำ สีน้ำตาล หรือสีหนังอ่อน ผู้หญิงสามารถเลือกสีรองเท้าได้กว้างยิ่งกว่า ไม่ว่าจะเป็นสีน้ำเงิน สีเบจ หรือสีน้ำตาลไหม้ รองเท้าจะต้องขัดจนเป็นเงาวับ ส้นจะต้องไม่สึกหรือเผยอ รองเท้าขมุกขมัวหรือส้นบิ่นจะแสดงถึงความไม่ใส่ใจ ในขณะที่เครื่องแต่งกายส่วนอื่นใหม่เอี่ยม
ถุงน่องถุงเท้า ถุงเท้าผู้ชายจะต้องเป็นสีเข้ม และสูงถึงกลางน่อง ถุงน่องและกางเกงถุงน่องสำหรับสตรีมีให้เลือกตั้งแต่โปร่งใสเรื่อยไปจนถึงสีทึบในชุดแต่งกายอนุรักษ์นิยมควรเลือกสีอ่อนที่เข้ากับ สีผิวเนื้อหากทางบริษัทไม่จำกัดสีของถุงน่อง ควรจะใช้สีดำ น้ำตาลเข้ม สีถ่าน หรือสีน้ำเงิน เก็บถุงน่องแฟนซีสีสันประหลาดไว้ในนอกเวลางาน ในปัจจุบัน ราคาถุงน่องถูกลงมากแล้ว อย่าปล่อยให้มีรอยฉีกขาดหลุดลุ่ยปรากฏ ซื้อถุงน่องอีกคู่เก็บสำรองไว้ในลิ้นชักเผื่อเวลาฉุกเฉิน สตรีนักธุรกิจควรจะสวมถุงน่องตลอดทั้งปี เพราะสำนักงานส่วนใหญ่จะติดเครื่องปรับอากาศ คุณไม่จำเป็นต้องถอดถุงน่องเพื่อให้เย็นขึ้น
เข็มขัด เข็มขัดสำหรับผู้ชายควรจะทำด้วยหนัง สีของเข็มขัดจะต้องเข้ากับสีของรองเท้า ซึ่งก็หมายถึงว่าต้องกลมกลืนไปกับสีของเครื่องแต่งกาย
ผู้หญิงอาจจะถือว่าเข็มขัดเป็นเครื่องประดับตามสมัยนิยมอย่างหนึ่ง ถ้าเข็มขัดเข้ากับชุดแต่งกายเข็มขัดสตรีจะต้องทำด้วยหนังหรือเนื้อผ้าเดียวกับชุด หากคุณเป็นคนเอวสั้น ควรจะเลือกเข็มขัดหนังเส้นเล็กหรือเข็มขัดผ้าเนื้อเดียวกับชุด หากคุณเป็นคนเอวยาวก็พอจะใช้เข็มขัดเส้นโตได้ แต่อย่าปล่อยให้เข็มขัดข่มเครื่องแต่งกาย
เนคไทและผ้าพันคอ เนคไทเป็นองค์ประกอบสุดท้ายของเครื่องแต่งกายชายที่ครบถ้วนสมบูรณ์ส่วนผ้าพันคอจะเพิ่มความชวนมองให้ชุดสวยของคุณผู้หญิงได้
ในชุดอนุรักษ์นิยม
ควรจะเลือกเนคไทเส้นเล็ก สีเข้ม มีลวดลายเพียงเล็กน้อย ลวดลายและสีสันของเนคไทจะต้องเข้ากันกับเสื้อเชิ้ตและสูท อย่าปล่อยให้มีลวดลายสองแห่งบนเสื้อผ้า หากเสื้อเชิ้ตเป็นสีขาว สูทไม่มีลวดลาย คุณสามารถเลือกใช้เนคไทมีลายขีดขวางหรือมีลวดลายได้ หากเสื้อเชิ้ตหรือสูทมีลายทางยาว ควรเลือกใช้เนคไทสีเรียบ ไม่มีลวดลาย
กระเป๋าเอกสารและกระเป๋าถือ
พอจะกล่าวได้ว่าไม่มีอะไรแสดง “ความสำเร็จ” ให้เด่นชัดได้เท่ากับกระเป๋าเอกสารทำด้วยหนังมันขลับ กระเป๋าเอกสารหนังแสดงศักดิ์ศรีทั้ง ๆ ที่มีหน้าที่เพียงเป็นที่เก็บเอกสารกระเป๋าเอกสารมีหลายลักษณะ ตั้งทรงเหลี่ยม มีหูหิ้วเรื่อยไปจนถึงกระเป๋าหนีบมีฝาปิด หรือมีซิปรูดปิด
สตรีอาจจะเก็บกระเป๋าเล็ก ๆ ไว้ในกระเป๋าเอกสาร เพื่อหลีกเลี่ยงการถือกระเป๋าอีกใบ หากต้องการลงทุนซื้อกระเป๋าถือสักใบ ขอให้เลือกกระเป๋าหนังที่มีคุณภาพดีสักใบ อาจจะเป็นสีดำ สีแดงเข็ม น้ำตาลแก่ หรือสีหนังธรรมชาติ สีของกระเป๋าถืออาจจะเลือกให้เข้ากับสีรองเท้า แต่ไม่จำเป็นต้องเหมือนกันในทุกกรณี
อัญมณี อัญมณีเป็นเครื่องตกแต่งที่จะช่วยแต้มสีสันแพรวพรายให้เครื่องแต่งกาย แต่กฎพื้นฐานสำหรับบุรุษ คือ ใช้อัญมณีให้น้อยที่สุด เช่น นาฬิกา กระดุมข้อมือ แหวนแต่งงาน นาฬิกานักธุรกิจมืออาชีพจะเป็นเรือนบาง สีเงินหรือทอง เรียบ ๆ ใช้สายหนังหรือสายโลหะ กระดุมข้อมือควรจะเรียบที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
สตรีสามารถเลือกอัญมณีประดับเครื่องแต่งกายได้มากกว่า แต่กฎพื้นฐานก็ยังนำมาปรับใช้ด้วย วัตถุประสงค์ของการประดับอัญมณีคือ เน้นจุดเด่นให้เครื่องแต่งกาย มิใช่ข่มเครื่องแต่งกายต่างหูไม่ควรมีขนาดใหญ่เกินเหรียญบาท นาฬิกาควรเป็นแบบคลาสสิค ไม่ควรสวมแหวนเต็มครบทุกนิ้ว เพียงหนึ่งหรือสองวงก็เพียงพอแล้ว คุณอาจต้องการสวมสายสร้อยหรือเข็มกลัดเพื่อเน้นเครื่องแต่งกาย แต่ก็ขอให้ยืดแบบคลาสสิค ซึ่งหมายถึงทอง เงินหรือไข่มุก สร้อยข้อมือตุ้งติ้งหรือกำไลข้อมือเต็มแขนไม่เหมาะสำหรับสตรีนักธุรกิจ เก็บเครื่องประดับนานาชนิดไว้สำหรับการชุมนุมสังสรรค์นอกเวลางาน
ข้อแนะนำในการแต่งกายของท่าน
1. แต่งตัวให้สมกับบทบาทในตำแหน่งสายงาน แต่งตัวเพื่องานที่ทำ
2. อย่าแต่งตัวให้ทันสมัยเกินไป ซื้อเครื่องแต่งกายวันนี้ เพื่อแนวโน้มแฟชั่นในอนาคต
3. เลือกเสื้อผ้าที่มีคุณภาพดี จะใช้ได้ร่วมสมัย เลือกอัญมณีและเครื่องแต่งตัวที่ไม่ล้าสมัย
4. ส่องกระจกดูภาพลักษณ์ของตนเอง ทำอย่างน้อยวันละ 3 ครั้ง เริ่มงาน ตอนกลางวันและก่อนเลิกงาน
5. การเลือกสี เสื้อผ้า กางเกง รองเท้าต้องเข้ากันได้ ขอคำแนะนำจากช่างตัดเสื้อผ้ามืออาชีพ
6. ดูผู้อื่นเขาแต่งตัว
7. ซักเสื้อผ้าให้สะอาด ขัดรองเท้าให้เป็นเงา เป็นเรื่องที่น่าประหลาดที่คนส่วนมากตัดสินผู้อื่นด้วยรูปแบบการแต่งกาย และการขัดรองเท้าเป็นเงา
8. ซื้อหนังสือแนะนำการแต่งกาย และแฟชั่นมาดูบ้าง เช่น Successful style ของ Dorix Poosen หรือ Professional Development
9. รักษาอนามัยส่วนตัว ท่านต้องสะอาดทั้งตัว ดูสะอาดตา กลิ่นสะอาด เรียกว่าสวยทั้งตัว
10. สนใจ คำวิจารณ์ในเรื่องการแต่งกายของเรา ดูวัตถุประสงค์การให้ข้อมูลย้อนกลับจากเพื่อนที่ไว้เนื้อเชื่อใจได้
11. ถ้านายหรือลูกค้านั่งรถของเรา ต้องแน่ใจว่ารถต้องสะอาด
เป็นไงครับ บทวิเคราะห์การแต่งตัวที่เกี่ยวกับมารยาท น่าจะได้ประโยชน์พอสมควร คราวหน้ามีต่ออีก
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น