
เชื่อหรือไม่? คนเรามีเบอร์ติดตัวมาตั้งแต่เกิด เรื่องนี้ต้องขอขยายความเพิ่มเติม เบอร์ที่มีติดตัวมานั้นมีทั้งหมด 9 เบอร์ด้วยกัน ซึ่งมีอยู่เบอร์หนึ่งจะไม่อยู่เฉย และจะเข้ามาควบคุมสถานการณ์ทันที ถ้ามีการแซงคิว พนักงานพูดจาไม่ดี หรือมัวแต่คุยเล่นกันจนชักช้า เสียเวลา ฯลฯ ดังนั้น ถ้าเรารู้ว่า คนเบอร์นี้มาแล้ว ก็จะได้ระมัดระวังเอาใจใส่ทำงานมากเป็นพิเศษ ถ้าคุณอยากเห็นตัวอย่างของเรื่องนี้ที่เป็นรูปธรรมมากขึ้น ใน iPhone app ชื่อ “Know Your Type” มีหัวข้อ Excel at interactions บอกให้รู้ว่า คนแต่ละคู่ มีอะไรที่เข้ากันได้ดี มีอะไรที่อาจเกิดปัญหา หรือชงกัน และทำอย่างไร จึงจะสร้างสานสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ควรจะเข้าหากันในแบบไหนเพื่อให้เกิดประสิทธิผลที่สุด แค่นี้ก็คุ้มค่าแล้วครับ และยังมีหัวข้ออื่นๆ อีก แต่ถ้าอยากรอฉบับภาษาไทย ก็คงต้องรออีกหน่อย อ่านถึงตรงนี้ ผมต้องขอบอกให้ชัดเจนก่อนว่า ที่จริงตรงนี้เป็นประโยชน์อันดับรองของเอ็นเนียแกรมเท่านั้น การใช้ศาสตร์นี้ให้ได้ประโยชน์สูงสุดคือ ใช้เพื่อพัฒนาตนเองในหลายๆ ด้าน ซึ่งขั้นสูงสุดคือ ก้าวพ้นความเป็นตัวตน หรือการเปลี่ยนแปลงระดับ Transformation ที่เป็นรูปธรรมแล้วก็อย่างที่ผมเคยคาดการณ์ไว้ ขณะนี้ มีหลายคนพยายามหยิบเอ็นเนียแกรมมาใช้ในการอบรมหรือบรรยายในลักษณะผิวเผินทำนองรู้เขารู้เรา หรือวิเคราะห์คน ซึ่งนอกจากจะทำให้ผู้เรียนไม่ได้เห็นคุณประโยชน์ที่แท้จริงของเรื่องนี้แล้ว ยังเสี่ยงต่อการใช้เอ็นเนียแกรมในทางที่ผิดด้วย ผมขอให้เรียกเป็นเบอร์หรือหมายเลขดีกว่า เหตุผล เพราะแต่ละเบอร์มีคนตั้งชื่อหรือฉายามากมาย แต่ละชื่อก็สะท้อนแง่มุมหรือลักษณะนิสัยบางอย่างที่โดดเด่นของคนเบอร์นั้น ฟังแล้วรู้สึกดีบ้าง ไม่ดีบ้าง แต่ประเด็นสำคัญคือ มันอาจไม่ได้สะท้อนแก่นของคนเบอร์นั้น ซึ่งอยู่ลึกลงไปกว่าลักษณะนิสัยที่สื่อออกมา ดังนั้น การเรียกด้วยเบอร์ น่าจะครอบคลุม และให้ความรู้สึกกลางๆ (neutral) ที่คนแต่ละแบบในเอ็นเนียแกรมมีหลายชื่อ เพราะเรื่องนี้มีอาจารย์สอนและเขียนหนังสือเรื่องนี้มากมายหลายคน แต่ละคนจึงตั้งชื่อที่ตนคิดว่าสะท้อนบุคลิกได้ดีที่สุด อาจารย์บางคน ยังตั้งชื่อคนเบอร์เดียวกันไว้ตั้งหลายชื่อตามระดับพัฒนาการของคนเบอร์นั้นๆ ไปๆ มาๆ ชื่อต่างๆ เหล่านี้จึงมีนับร้อยชื่อที่จริง การรู้จักชื่อหรือฉายาของคนแต่ละแบบนั้น ก็มีประโยชน์ตรงที่สื่อความหมายให้เห็นภาพได้บ้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับผู้ที่ไม่ได้เข้าอบรมหรือศึกษาเรื่องนี้อย่างจริงจัง ฉบับนี้ ผมเลยขอรวบรวมชื่อต่างๆ และแง่มุมทางบุคลิกตามชื่อเหล่านี้ มาให้ดูกัน
เบอร์หนึ่ง Perfectionist
ผมแปลชื่อว่าเป็นภาษาไทยในหนังสือแปลเล่มหนาแรกของผมว่า คนสมบูรณ์แบบ แต่เล่มหลังจากนั้น ผมใช้ทับศัพท์แทน เพราะเกรงว่า “คนสมบูรณ์แบบ” สื่อความหมายของคนที่ดีเลิศไร้ที่ติ แต่ที่จริง คำว่า เพอร์เฟคชั่นนิสต์ มีนัยเชิงลบมากกว่า ที่มาของคำนี้มาจากทางจิตวิทยา ซึ่งหมายถึงคน ที่ไม่ยอมรับอะไรได้ง่ายๆ จนกว่าสิ่งนั้นจะทำได้อย่างไร้ที่ติจริงๆ ประมาณมุมห้องก็ต้องไม่มี ฝุ่น รถต้องล้างให้เอี่ยมอ่องทุกวันนื้ ห้องน้ำไม่มีน้ำกระเซ็นสักหยด ฯลฯ พูดง่ายๆ เป็นคนที่มีมาตรฐานสูงกับเรื่องที่ตนให้ความสำคัญจนมากเกินจำเป็นและสร้างปัญหาทั้งกับตัวเองและคนรอบข้าง ฉายาเบอร์นี้ก็คือ นักปฏิรูป (Reformer) ชื่อนี้สะท้อนบุคลิกที่เป็นคนมีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาปรับเปลี่ยนสิ่งต่างๆ ให้ดีขึ้น อาจเป็นการเปลี่ยนแปลงระดับสังคม เช่น การปฏิวัติ การจัดระเบียบองค์กร การรีเอ็นจิเนียริ่งในสมัยก่อน หรือการเปลี่ยนแปลงองค์กรในรูปแบบต่างๆ หรือการพยายามปรับเปลี่ยนคนอื่น หลังจากที่มั่นใจว่าพัฒนาตนเองมาแล้วคนดีชื่อนี้สะท้อนถึงภาพลักษณ์ที่คนเบอร์นี้พยายามจะเป็นและแสดงออก ซึ่งมีบุคลิกที่เน้นการทำสิ่งที่ถูกต้องตามกฎเกณฑ์ จารีตประเพณี หรือศีลธรรม ชื่อแบบไทยๆ ชื่อแบบไทยๆ ของคนเบอร์หนึ่งที่ผมนึกออกได้แก่ ครูระเบียบ คุณชาย(หญิง)ละเอียด มนุษย์ไม้บรรทัด บุคลิกแบบครูไหวใจร้ายสะท้อนภาพของคนเบอร์นี้ในแง่มุมหนึ่งได้เป็นอย่างดี ผมคิดว่า เบอร์หนึ่งมีฉายาในแบบไทยๆ มากกว่าคนเบอร์อื่น คิดต่อเองว่า บางส่วนคงเกิดจากอคติที่คนไทยส่วนใหญ่มีต่อบุคลิกแบบนี้ เพราะนิสัยของคนไทยส่วนมากช่างเป็นสิ่งตรงข้าม คนเบอร์นี้เลยถูกเพ่งเล็งเป็นพิเศษ

เบอร์สอง ผู้ช่วยเหลือ ผู้ให้
ความหมายตรงกับลักษณะที่นิสัยที่ไม่ใช่แค่มีน้ำใจแบบไทยๆ แต่การช่วยเหลือ และเสียสละเป็นแรงขับดันในชีวิตที่สำคัญของคนเบอร์นี้ตัวอย่างที่ได้ยินบ่อยๆ ในห้องสัมมนาคือ เพื่อนมาขอยืมเงิน แต่ตอนนั้นตัวเองไม่มี ก็ยังอุตสาห์ไปขอจากคนอื่นมาให้ ในระดับสากล แม่ชีเทเรซ่า เป็นตัวอย่างของคนแบบนี้ที่พัฒนาในขั้นสูงสุด พ่อพระ แม่พระ คนที่ได้ฉายานี้ มีความน่าจะเป็นที่จะเป็นคนเบอร์สอง เราเคยเห็นตัวอย่างของคนไทยหลายคนที่เป็นพ่อพระ แม่พระ เสียสละตัวเองเพื่อคนอื่น แบบถึงขั้นตัวเองเดือดร้อน เป็นหนี้เป็นสินก็มีดูเหมือนเป็นคนมีน้ำใจดีจริงๆ อันที่จริงแรงจูงใจเบื้องหลังการเสียสละจนตัวเองนี้ช่างลำำบากลำบนเกินไป ดูไม่สมเหตุผลนั้นคืออะไร ฉายาอื่นๆคนบุคลิกนี้ที่ขาดการพัฒนาตนเองก็มีปัญหาไม่ต่างกับคนเบอร์อื่น ฉายาที่บ่งบอกอาการเช่น ผู้มากด้วยเล่ห์กล จอมบงการผู้หลอกตัวเอง เผด็จการผู้ทารุณจิตใจ เป็นต้น
เบอร์สาม นักแสดง
สื่อถึงบุคลิกที่ปรับตัวกลมกลืนกับหมู่คนเพื่อให้เป็นที่ยอมรับ หรือดูดีในแวดวงนั้น คือ ปรับเปลี่ยนตัวเองได้เหมือนเป็นนักแสดง หรือจิ้งจกเปลี่ยนสี คนเบอร์นี้จึงแสดงได้เนียนสุดๆ โดยที่บางทีก็ไม่รู้ตัวเองว่ากำลังแสดงอยู่ เช่น อาจเล่นบทนักธุรกิจร้อยล้าน พันล้านผู้ประสบความสำเร็จ อาจแสดงเป็นนักพูดปลุกใจหรือนักเขียนหนังสือสอนใจโดยที่ตัวเองก็ไม่ได้เป็น หรือทำได้อย่างที่เขียน หรือเป็นนักวิชาการ ผู้รอบรู้และมีความสามารถ หรือแม้กระทั่งเป็น นักบวชที่ดูน่าเลื่อมใสศรัทธา ฯลฯ บางคนทำหน้าระรื่นได้ตลอด ไม่เคยเศร้าหรือหม่นหมองให้เห็น บางคนชอบเล่นบทโกรธ บางคนนึกจะบีบน้ำตา มันก็หลั่งออกมาได้ดังใจ ผู้ใฝ่ความสำเร็จ อันนี้ก็สะท้อนแง่มุมที่โดดเด่นของคนเบอร์นี้คือ มุ่งแสวงหา และสมสมความสำเร็จไปเรื่อยๆ ไม่มีที่สิ้นสุด ประเภทได้เอทุกวิชา กีฬาก็เก่ง กิจกรรมก็เด่น แบบเลิศไปหมดจนตัวเองนึกว่าคนอื่นต้องอิจฉา บทเรียนสำคัญที่ต้องเตือนคนแบบนี้คือ ความสำเร็จเหล่านั้นแลกมาด้วยอะไร และจะไปสิ้นสุดตรงไหน ในเมื่อเหนือฟ้ายังมีฟ้า นักสร้างภาพคนที่เราเรียกกันว่า นักสร้างภาพ น่าจะเข้าข่ายคนแบบนี้ ซึ่งก็คาบเกี่ยวกับความหมายของคำว่า นักแสดง ในชีวิตผมเจอคนแบบนี้มามาก จนกระทั่งว่า เห็นอีกคนก็รู้ได้ว่า มาอีหรอบนี้อีกแล้ว แม้ผมจะเน้นประโยชน์ของเอ็นเนียแกรมในฐานะที่เป็นเครื่องมือในการพัฒนาตนเอง แต่ผลพลอยได้อีกอย่างหนึ่งที่ผมได้คือ การตระหนักว่า มีคนแบบนี้อยู่ในโลก เป็นได้ทั้งชายหรือหญิง บางคนก็ร้ายขนาดที่ภาษิตไทยหลายๆ อันเปรียบเทียบไว้เลย (ขอเน้นว่า บางคนไม่ใช่ทุกคน)คนบ้างานเบอร์นี้อาจเป็นเหมือนกับคนเบอร์อื่นด้วย แต่คนเบอร์สามที่บ้างาน จะรุนแรงขนาดหยุดทำงานไม่ได้เลยหากไม่มีอะไรทำจริงๆ จิตใจมันจะปั่นป่วน กระวนกระวายรุนแรง ข้างในรู้สึกกลวงโหวว่างเปล่าจนน่ากลัวจับใจ (ถ้าใครเป็นเช่นนี้ ก็ระวังตัวไว้นะครับ)คราวหน้าไว้มาต่อกันในตอนต่อไป สำหรับเบอร์ที่เหลืออีก 6 เบอร์ครับ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น