
“ นี่คุณ! เมื่อไรคุณจะหย่ากับเค้าซะที ?” ประโยคนี้เราคนไทย คงเคยได้ยินกันมาบ่อยในละครน้ำเน่าหลังข่าว ว่าแต่เพื่อนๆชาวนัดเดททราบมั้ยคะว่า ในโลกแห่งความเป็นจริง ก็มีผู้หญิงจำนวนไม่น้อย ที่ต้องพูดคำนั้นออกไป เมื่อตกอยู่ในสถานการณ์ที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก อย่ารอให้ถึงคิวของคุณเองเลย เรามาทำความเข้าใจกับสถานการณ์ดังกล่าวกันดีกว่า ถ้าอีกหน่อยต้องเจอกับตัวเอง จะได้ไม่มีปัญหาในการรอคอย ถึงแม้ว่าที่พ่อม่ายคนใหม่ หวานใจของคุณจะแค่หลอกให้ความหวัง หรือตั้งใจจะเลิกกับแฟนเก่าของเขาจริงๆก็ตาม (เหอะ!)…….
1. ทดเวลาบาดเจ็บ
การที่เขาอยู่ในช่วงกำลังหย่าขาดจากคนรักเดิมนั้น นอกจากจะต้องวุ่นวายอยู่กับการจัดการเรื่องเอกสารตัวเลข เพื่อแบ่งสมบัติมากมายแล้ว ยังจะมีความกดดันจากการต้องปรับสภาพอารมณ์ด้วย เพราะต่อให้เข้มแข็งชินชาแค่ไหน แต่การเปลี่ยนแปลงแบบปัจจุบันทันด่วน ไม่มีใครสามารถปรับตัวได้ในทันทีหรอก มันต้องมี after shock กันบ้าง ดังนั้นถ้าเปรียบเป็นกีฬาชนิดนึง คุณก็ควรมีน้ำใจให้กับเขา ยืดขยายเวลาในการ ‘เดินเรื่อง’ออกไปสักระยะ อาจจะซัก 50% ของที่กำหนดไว้เดิม ถือซะว่าทดเวลาบาดเจ็บก็แล้วกันน่า
2. ค่อยๆเติมน้ำแก้วใหม่
ต่อให้ตอนหย่าร้างจะดูดุเดือดเพียงใด แต่ไม่มีคู่รักใดหรอกนะที่จะไม่เคยมีความทรงจำดีๆร่วมกันเลย (ไม่งั้นคงไม่แต่งงานแต่แรกแล้ว)ดังนั้นคุณอย่าไปทำท่าหึงหวงให้มากนัก เวลาที่เขากำลังเหม่อลอยคิดถึงอดีตอันตราตรึงกับแฟนเก่า….การที่คนเราคิดถึงสิ่งใด ไม่ได้หมายความว่าต้องการได้สิ่งนั้นกลับมา และต้องเข้าใจว่าความสมองคนเราไม่ใช่กระดานดำที่จะเอาแปรงลบความทรงจำหายไปได้ในพริบตา สิ่งที่คุณทำได้ในเวลานี้ คือ “อยู่ที่นั่น”เพื่อเขาตลอดเวลา เมื่อใดที่เขาสับสนขึ้นมา แล้วหันไปเห็นหน้าคุณอยู่เคียงข้าง เดี๋ยวไม่นานคุณก็เข้าไปแทนที่ในหัว(ใจ)เขาแทนคนเก่าเอง
3. อย่าเร่ง
ยิ่งเร่งยิ่งช้า ยิ่งว่ายิ่งระแวงไปกันใหญ่……หากคุณเคยลองเล่นพนันเล็กๆน้อยๆมาบ้าง คุณน่าจะเข้าใจได้ว่า เวลาที่คนเรากำลังเสียเดิมพันบางอย่างไป การตัดสินใจในเกมส์ต่อไปจะต้องระมัดระวังมากยิ่งขึ้น เป็นกลไกป้องกันตัวตามสัญชาติญานอย่างหนึ่งของมนุษย์เรา…ดังนั้น ระหว่างที่รอขำหย่ากับคนรักเก่าอย่าไปเซ้าซี้ขี้ประชดให้เขารู้สึกกดดันเข้าไปอีก มันจะเป็นการตอกย้ำความ’ไม่น่าเชื่อถือ’ผู้หญิงของเขา และมีอคติกับความสัมพันธ์เข้าไปอีก ทีนี้ละจบเห่กันเลย….ช่วงนี้ควรจะเป็นช่วงสร้างรากฐานในใจเขา ไม่ใช่เผาให้ยิ่งไหม้เกรียม ใจเย็นๆค่า
สุดท้าย หากผู้หญิงคนไหนกำลังเผชิญกับสถานการณ์ในทำนองนี้อยู่ล่ะก็ ขอให้อดทน และเอาใจเขามาใส่ใจเราด้วยนะว่า แฟนของคุณกำลังเผชิญกับอะไรอยู่ จู่ๆจะให้หย่าขาดปุ๊บปั๊บกับแฟนเก่า คงทำไม่ได้……เฮ้อ ไหนๆก็รักกันแล้ว รอให้โอกาสเขาอีกหน่อยก็แล้วกันนะ
สำหรับหนุ่มสาวใดที่ไม่อยากให้เกิดสภาพแบบนั้นล่ะ ควรทำไงดี ผมมีวิธีมาแนะนำครับ เพื่อไม่ให้ความรัก(หย่า)ร้างนั้นเกิดขึ้น
การหย่าร้างกลายเป็นประเด็นที่ส่งเสียงดังขึ้นในสังคมทุกวันนี้ จากอดีตในปี 2551 คนกรุงเทพฯ มีสถิติการหย่าร้างที่เพิ่มสูงขึ้น คู่รักนัดกันมาเซ็นหย่าที่สำนักงานเขตรวม 16,810 ราย เทียบกับปี 50 ตัวเลขดังกล่าวอยู่ที่ 15,796 ราย สาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดการหย่าร้างเพิ่มมากขึ้น (จนเหมือนเป็นเรื่องปกติธรรมดา)คือ พฤติกรรมทางสังคมที่เปลี่ยนไป ผู้หญิงยุคปัจจุบันสามารถยืนด้วยลำแข้งของตัวเอง สามารถหาเงินเลี้ยงตัวเองได้โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาคู่สมรส จึงเป็นปัจจัยหนุนนำให้ผู้หญิงกล้าที่จะขอหย่า 'ทางใครทางมัน' กับผู้ชาย คงไม่มีใครอยากเห็นรักของหญิงชายที่ร่วมหอลงโลงกันกลายเป็นรักร้าง ที่ลงเอยด้วยการหย่าร้าง วิธีต่อจากนี้..อาจช่วยให้คู่ชีวิตเรียนรู้ที่จะอยู่รวมกันอย่างตลอดรอดฝั่ง
1 จริงอยู่ที่ความโรแมนติกช่วยเติมเต็มให้รักสมบูรณ์ แต่หากโรแมนติกเกินไปจนกลายเป็นการเสแสร้งแกล้งทำ คงยากที่จะอยู่กันยืด ดังนั้น คู่รักควรปฏิบัติต่อกันด้วยความจริงใจ และมองคู่ชีวิตในแง่ดี
2 ยามชีวิตเผชิญความทุกข์ หากเป็นสมัยวัยรุ่นอาจมีพ่อแม่หรือเพื่อนคอยซับน้ำตา แต่พอแต่งงานมีครอบครัว คนที่จะมาทำหน้าที่เหล่านั้นแทนคือสามีหรือภรรยา การให้กำลังใจกันและดูแลอีกฝ่ายหนึ่งเป็นสิ่งสำคัญ
3 หมั่นแสดงความยินดีเมื่อคู่ชีวิตประสบความสำเร็จในสิ่งต่างๆ เพราะมนุษย์ทุกคนยอมต้องการการยอมรับ แต่ต้องเป็นน้ำจิตน้ำใจที่มาจากส่วนลึกของจิตใจ ไม่ได้หวังอะไรเป็นการตอบแทน
4 'จิตใจที่แข็งแกร่งมาจากร่างกายที่แข็งแรง' นอกจากชวนกันไปออกกำลังกายเมื่อมีเวลาว่าง ควรควงแขนกันไปตรวจสุขภาพประจำปีด้วย เพราะนั่นจะทำให้รู้ว่า คนรักของเราสุขภาพเป็นอย่างไร ต้องดูแลอะไรเป็นพิเศษไหม
5 เมื่อมาใช้ชีวิตร่วมกันต้องช่วยกันวางแผนด้านการเงิน ยอมรับรายจ่ายที่เพิ่มขึ้นมากกว่าตอนใช้ชีวิตเพียงลำพัง รวมทั้งตั้งงบประมาณการใช้จ่ายของแต่ะคนไว้ด้วย แล้วทำให้ได้ตามนั้น
6 บริหารจัดการเวลาให้เหมาะสม ทั้งเวลางาน เวลาที่ให้กับครอบครัว และเวลาส่วนตัว ต้องมีความสมดุลกัน พยายามอย่าเอียงกะเท่เร่ไปทางใดทางหนึ่ง (ฟังดูง่ายๆ แต่ทำยากฉิบหาย)
7 ให้อีกฝ่ายได้มีช่วงเวลาส่วนตัวบ้าง อย่าคิดเล็กคิดน้อยหากสามีหรือภรรยาไปสังสรรค์กับก๊วนเพื่อนแล้วกลับบ้านดึกดื่น เพราะคนเราต้องมีสังคมกันบ้าง
8 สองปีแรกช่วงสมรสควรหมั่นทำกิจกรรมร่วมกัน ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ทั้งสองคนเต็มใจและสนุกที่จะทำ แต่อย่ากำหนดกิจกรรมและวันเวลาอย่างตายตัว ควรยืดหยุ่นกันบ้าง
9 ปัญหาเซ็กซ์เป็นปัจจัยหนึ่งที่มีส่วนทำให้คู่รักเลิกร้างกันไป หากรู้ว่าเกิดปัญหาอะไรขึ้น ควรรีบปรึกษาแพทย์โดยด่วน อย่าปล่อยให้เรื้อรังจนอีกฝ่ายหงุดหงิดหรือรำคาญ เพราะนั่นคือสัญญาณแห่งการจากลง
10 การใช้ชีวิตคู่เป็นเรื่องของคนสองคน เพราะฉะนั้น ทำเป็นหูหนวกตาบอดกับบางเรื่องราวหรือกับข้อบกพร่องของอีกฝ่ายเสียบ้าง และยอมรับความแตกต่างหลากหลายเพื่อชีวิตรักที่ยั่งยืน
ทีนี้ความรักไม่มีทางร้างอีกต่อไปแล้วล่ะ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น