วันพฤหัสบดีที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

เรื่องง่ายๆ ในการพัฒนาตนเอง


การสร้างเครือข่ายเพื่อการพัฒนาตนเอง (Self Development)
ในยุคปัจจุบันความสำเร็จขององค์กรมิใช่อยู่ที่การจัดระบบหรือกระบวนการภายใน การนำเอาเทคโนโลยีใหม่ ๆ เข้ามาใช้ในองค์กรเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ทั้งนี้การจัดการความรู้ (Knowledge Management)ภายในองค์กร เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่มีความสำคัญ ซึ่งหลายต่อหลายองค์กรได้เริ่มตระหนัก และให้ความสำคัญกับการสร้าง และปรับเปลี่ยนองค์กรให้เป็นองค์กรแห่งความรู้ และการเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา โดยการปลูกฝังให้พนักงานสามารถแสวงหาความรู้ และเข้าถึงข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ ได้ด้วยตนเอง

ดังนั้น แนวคิดเรื่องการพัฒนาตนเอง (Self Development) เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ด้วยตนเอง (Self Learner)จึงเกิดขึ้น มีคำถามว่า ทำอย่างไรให้พนักงานสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง? ไม่ยาก ต้องเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างองค์กร และตัวพนักงานเอง สำหรับองค์กรควรมีการสร้างบรรยายกาศแห่งการเรียนรู้ให้เกิดขึ้น เช่น การจัดห้องสมุดเพื่อให้พนักงานแสวงหาข้อมูลข่าวสาร ต่าง ๆ ด้วยตนเอง การจัดชมรมนักอ่านขึ้น การมี Poster เพื่อสื่อสารความรู้ใหม่ ๆ ให้กับพนักงาน เป็นต้น

แต่สำหรับตัวพนักงานเอง การพัฒนาตนเองของพนักงานจะเริ่มจากการปลูกฝังหัวใจของการเรียนรู้ให้เกิดขึ้นก่อน เพราะหากพนักงานมีใจที่จะ พัฒนาตนเอง อยู่ตลอดเวลา ก็จะทำให้ตัวพนักงานพยายาม ขวนขวายหาวิธี การเรียนรู้อย่างต่อเนื่องอยู่เสมอ ทั้งนี้แนวทางในการพัฒนาตนเองอีกแนวทางหนึ่งที่พนักงานทุกคนย่อมสามารถทำได้ แต่อาจไม่ได้คิดถึงนั่นก็คือ การสร้างเครือข่ายของความรู้
การสร้างเครือข่าย (Net Working)จึงเป็นรูปแบบการพัฒนาตนเองอีกรูปแบบหนึ่ง ทั้งนี้การสร้างเครือข่าย หมายถึง การแสวงหาโอกาสเพื่อรู้จักกับบุคคลใหม่ ๆ และการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับบุคคลที่พึ่งรู้จัก รวมทั้งการรักษาความสัมพันธ์อันดีกับบุคคลต่าง ๆ ทั้งที่เกี่ยวข้อง และไม่เกี่ยวข้องในสายอาชีพหรือแวดวงเดียวกัน

การสร้างเครือข่ายช่วยให้เกิดการพัฒนาตนเองได้อย่างไร? บางคนอาจคิดไม่ถึงว่าการสร้างเครือข่ายนั้นสามารถช่วยทำให้เราเกิดการพัฒนาตนเองได้อย่างไร ประโยชน์มีมายมาย ดังนี้
การเกิดการพัฒนาองค์ความรู้ใหม่ ๆ
ทั้งนี้การที่เรามีโอกาสได้พูดคุยกับบุคคลต่าง ๆ จะทำให้เราเป็นคนมีโลกกว้างขึ้น ซึ่งทำให้เรารับรู้ถึงความคิดหรือข้อมูลใหม่ ๆ อยู่เสมอ หรืออย่างน้อย ๆ ก็จะทำให้เราเป็นคนทันโลก ทันเหตุการณ์ รับรู้ว่าหน่วยงานหรือ องค์กรอื่นเค้าทำอะไรไปบ้างแล้ว เช่น การนำระบบ Training Road Map มาใช้ การนำหลักของการประเมินผลด้วยวิธีการวัดผลสำเร็จของงานมาใช้ภายในองค์กร เป็นต้น

การพัฒนาตนเองจากการประมวลผลข้อมูล
ผู้ได้เปรียบ คือผู้ที่สามารถใช้ข้อมูลที่รับรู้มาเพื่อการพัฒนาตนเอง ผู้ที่แสวงหาโอกาสที่จะสร้างเครือข่ายอยู่เสมอ ผู้นั้นย่อมจะเป็นผู้ที่มีจิตสำนึกของความพร้อม ในการเปลี่ยนเปลี่ยน หรือเปลี่ยนแปลงตนเองให้ดีขึ้นอยู่ตลอดเวลา การสร้างเครือข่ายเปรียบเสมือนโมเลกุลแห่งความตื่นตัวกับสิ่งใหม่ ๆ ที่อยู่ในตัวของคุณเอง มันจะทำให้คุณกระหายที่จะหาทางในการพัฒนาตนเอง ซึ่งจะส่งผลต่อการพัฒนา และปรับปรุงงานของตนเองตามไปด้วย

การเกิดการยอมรับจากเครือข่ายของคุณ
การยอมรับก็คือ ความศรัทธา การได้รับความไว้เนื้อเชื่อใจ และการได้รับการกล่าวถึงจากเครือข่ายของคุณว่ าคุณเป็นบุคคลที่มีความรู้ และความสามารถในสายอาชีพของคุณเอง ทั้งนี้ประโยชน์ข้อนี้จะเกิดขึ้นได้ แต่ก็อาจใช้ระยะเวลาพอสมควร เพราะนั่นหมายความว่า คุณจะต้องเป็นผู้มีความรู้ และความสามารถในระดับหนึ่งที่จะทำให้เครือข่ายของคุณยอมรับคุณ แต่เมื่อไรก็ตามที่คุณได้รับการยอมรับ จากเครือข่ายของคุณแล้วหล่ะก็ นั่นหมายถึงการประสบความสำเร็จในสายวิชาชีพของตัวคุณเอง

การมีที่ปรึกษา หากคุณเผชิญกับปัญหา
การมีเครือข่ายย่อมจะทำให้คุณมีเพื่อนที่มีหลากหลายรูปแบบ หลายความคิด และแน่นอนหากตัวคุณเองมีปัญหาหรืออุปสรรคในการทำงาน คุณเองก็สามารถสอบถามความเห็นจากเพื่อนที่เป็นเครือข่ายของคุณ ซึ่งจะทำให้คุณได้รับแนวทางเลือกที่หลากหลาย ที่จะเป็นข้อมูลมากเพียงพอที่จะทำให้คุณสามารถตัดสินใจ หาทางออกกับปัญหาหรืออุปสรรคที่กำลังเผชิญอยู่ นอกจากปัญหาจากการทำงานที่คุณกำลังเผชิญอยู่ คุณย่อมสามารถปรึกษาปัญหาชีวิตซึ่งเป็นเรื่องส่วนตัวของคุณกับเพื่อนที่เป็นเครือข่ายของคุณเซึ่งคุณไว้วางใจ

การจุดประกายความหวังใหม่
นอกเหนือจากคุณจะได้รับความรู้ และประสบการณ์ใหม่ ๆ สำหรับการพัฒนาตนเอง และพัฒนาการทำงานของคุณเองแล้ว มันอาจจะเป็นตัวจุดประกายความฝันใหม่ให้เกิดขึ้นกับตัวคุณ ซึ่งจะทำให้คุณมีความคิดริเริ่มหรือ ไอเดียใหม่ ๆ ที่แปลกแวกแนวออกไปจากงานปัจจุบันที่คุณกำลังทำอยู่ เช่น ความคิดที่จะทำร้านหนังสือ ความคิดที่จะเป็นนักเขียน ความคิดที่จะเป็นวิทยากรภายนอก เป็นต้น ซึ่งความคิดต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นเหล่านี้ มันอาจจะทำให้คุณอาจอยากได้หุ้นส่วน หรือได้ที่ปรึกษาในการดำเนินงาน เครือข่ายของคุณเองนั่นแหละ ที่จะเป็นส่วนหนึ่งที่สานฝัน ทำให้ฝันของคุณเป็นจริงได้

การสร้างเครือข่าย คุณสามารถทำให้เกิดขึ้นได้หรือไม่?..ทำได้อย่างแน่นอนถ้าหากคุณมีหัวใจของการพัฒนาตนเอง และเพื่อให้คุณเองมีพฤติกรรมของการสร้างเครือข่าย ขอให้คุณเองเริ่มปฏิบัติตามแนวทางง่าย ๆ ดังนี้
การเป็นนักแสวงหาเครือข่าย
การแสวงหาช่องทางหรือโอกาสในการสร้างเครือข่ายให้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเข้าฝึก อบรมในหลักสูตรหรือโปรแกรมต่าง ๆ การเข้าร่วมชมรมที่จัดขึ้น การเข้าร่วมงานสัมมนาต่าง ๆ หรือแม้แต่การท่องอินเตอร์เน็ทบน กระดานสนทนากับเพื่อนร่วมวงการ. คุณเองสามารถทำได้

การเป็นนักสร้างสัมพันธ์
หากคุณมีโอกาสได้พบเจอกับบุคคลต่าง ๆ แล้วหล่ะก็ อย่าปล่อยให้โอกาสลอยไป .คุณควรเริ่มต้น สร้างความสัมพันธ์ อันดีกับบุคคลต่าง ๆ ก่อน การสร้างประเด็นหรือคำถามเพื่อเริ่มต้น สร้างความสัมพันธ์ กับคนที่คุณอยาก สร้างเครือข่ายด้วย หรือการเริ่มต้นด้วยให้ความช่วยเหลือกับเครือข่ายของคุณเองก่อน ต่อจากนั้น คุณควรขอนามบัตร หรืออีเมล์ หรือขอเบอร์โทรศัพท์เพื่อการติดต่อในครั้งต่อไป

การเป็นผู้รักษาสัมพันธ์
หลายต่อหลายครั้งที่คุณหยุดการสร้างเครือข่ายด้วย การขาดการติดต่ออย่างต่อเนื่อง นักสร้างเครือข่ายที่ดี ต้องเป็นผู้รักษาความสัมพันธ์ที่ดีด้วย คุณอาจส่งข้อมูลข่าวสาร หรือบทความต่าง ๆ ที่น่าสนใจให้กับเครือข่ายของคุณเอง การโทรหรือส่งอีเมล์สอบถามสารทุกข์สุขดิบ หรือขอความช่วยเหลือจากเครือข่ายของคุณ หรือแม้กระทั่ง คุณอาจนัดพบปะ หรือ สังสรรกันเป็นบางโอกาส .อย่างน้อย ๆ ก็ไม่ทำให้เครือข่ายของคุณลืมคุณไป

ดังนั้น การพัฒนาตนเองที่นอกเหนือจากการอ่านหนังสือตำรา การเข้าฝึกอบรมสัมมนา การสอนงาน การให้คำปรึกษาในขณะทำงาน การสร้างเครือข่าย เป็นอีกวิธีการหนึ่งในการพัฒนาตนเองที่คุณอาจลืมนึกถึง การสร้างเครือข่าย จะทำให้คุณเป็นผู้มีวิสัยทัศน์กว้างไกล และมีเพื่อนมากมายที่จะให้คำปรึกษาแนะนำ และความช่วยเหลือต่าง ๆ กับคุณ

****จงเปิดโลกทัศน์ของตัวคุณเอง ด้วยการแสวงหา การสร้าง และการรักษาสัมพันธ์ที่ดีกับเครือข่ายของคุณ****

เทคนิคการสร้างภาพลักษณ์ของตนเอง (Self Image)ให้ประทับใจ
คุณเข้าใจคำว่าภาพลักษณ์ของตนเอง (Self Image)มากน้อยแค่ไหน และคุณคิดว่าภาพลักษณ์ของตนเองมีความสำคัญบ้างหรือไม่ ก่อนอื่นเรามาทำความเข้าใจความหมายของคำว่าภาพลักษณ์กันก่อนดีกว่า
ภาพลักษณ์ของตนเอง(Self Image)หมายถึง บุคลิกลักษณะ ความสามารถหรือสิ่งที่คุณเป็นและแสดงออกมา ซึ่งจะส่งผลต่อการรับรู้ของผู้พบเห็นเกี่ยวกับลักษณะ บุคลิกภาพ และศักยภาพของตัวคุณ
ภาพลักษณ์ของตนเองสำคัญไฉน…
หลายคนอาจคิดไม่ถึงว่าภาพลักษณ์ของตนเองเป็นสิ่งสำคัญมาก จนทำให้ไม่ใส่ใจและไม่ดูแลตนเอง โดยไม่สนใจว่าคนอื่นจะมองหรือคิดอย่างไร คุณรู้ไหมว่าภาพลักษณ์ที่ดูไม่ดีจะส่งผลต่อการติดต่อประสานงาน การขอความร่วมมือและความช่วยเหลือต่าง ๆ จากบุคคลอื่น การที่คุณมีภาพลักษณ์และการแสดงออกที่ดี จะเป็นเสน่ห์ที่ดึงดูดใจให้ผู้ที่พบเห็น หรือคนที่ติดต่อด้วยอยากเข้าใกล้ อยากให้ความร่วมมือและความช่วยเหลือกับคุณเอง ในที่สุดจะนำคุณไปสู่ความสำเร็จในหน้าที่การงานที่คุณได้รับการยอมรับ การสนับสนุน ความร่วมมือช่วยเหลือจากทั้งลูกค้า หัวหน้างาน เพื่อนร่วมงาน ลูกน้อง และคนรอบข้างของตัวคุณเอง

ดังนั้น การสร้างภาพลักษณ์ของตัวคุณจึงเป็นที่สิ่งสำคัญ แบบว่าภาพลักษณ์ดีมีชัยไปกว่าครึ่ง ทั้งนี้การทำให้ภาพลักษณ์ของตนเองดูดีและเป็นที่ประทับใจแก่ผู้พบเห็นนั้นไม่ยาก หากคุณคิดจะปรับเปลี่ยนตัวเองเพื่อให้คุณมีบุคลิกภาพและภาพลักษณ์ที่ดี ดังต่อไปนี้

การจัดแต่งทรงผม เสื้อผ้า และใบหน้า
คนทำงานหลายคนอ้างว่าไม่มีเวลาที่จะใส่ใจต่อการจัดแต่งทรงผม เสื้อผ้า และใบหน้า คุณเชื่อไหมว่าบางคนเดินเข้ามาทำงาน ผมเผ้ายุ่งเหยิง เสื้อผ้าดูเหมือนไม่ได้รีด ใบหน้าดูมอมแมมหรือไม่ชวนมอง ภาพที่พบเห็นเหล่านี้เป็นภาพที่ไม่น่าดูและไม่มีเสน่ห์ชวนให้อยากพูดคุยหรือช่วยเหลือเอาซะเลย ดังนั้นขอให้คุณเริ่มเอาใจใส่กับเรื่องเหล่านี้ โดยการจัดแต่งทรงผมให้ดูเหมาะสม การสวมเสื้อผ้าที่สะอาดและถูกกาลเทศะ รวมทั้งการดูแลใบหน้าให้สดใส ถ้าเป็นผู้หญิงอาจแต่งหน้าให้ดูสวยงาม แต่ถ้าเป็นผู้ชายควรโกนหนวดเคราให้เรียบร้อยแลดูสะอาดอยู่เสมอ เพราะสิ่งเหล่านี้จะเป็นภาพลักษณ์ภายนอกของคุณที่จะทำให้ผู้ที่พบเห็นเกิดความประทับใจและอยากเข้ามาพูดคุย หรือติดต่อสมาคมด้วย

การเดิน การนั่ง และการยืน
ท่วงท่าในการแสดงออกไม่ว่าจะเป็นการเดิน การนั่ง และการยืนเป็นสิ่งที่สำคัญมากต่อบุคลิกภาพที่คนอื่นมองคุณเอง ขอให้คุณสำรวจว่าคุณมีท่าเดิน ท่านั่ง และท่ายืนอย่างไร คุณไม่ควรเร่งรีบเดิน หรือเดินแบบปลงชีวิต หรือเดินแบบห่อตัว รวมทั้งยืนและนั่งหลังค่อมหรือเชิดหน้าจนเกินไป ดิฉันขอเสนอแนะว่าคุณควรจะมีท่าเดิน นั่งและยืนให้สง่า หลังตรง เวลาเดินให้แขนแกว่งไปมาอย่างพอเหมาะ คุณเชื่อไหมว่าท่วงท่าที่แสดงออกมาไม่ว่าจะเป็นการเดิน การนั่ง และการยืนสามารถบ่งบอกถึงบารมีหรือตำแหน่งหน้าที่การงานของคุณได้

การใช้น้ำเสียง และคำพูด
เสน่ห์ที่ดึงดูดใจให้คุณเป็นคนน่าคบหาก็คือ การพูด พบว่าคำพูดสามารถทำให้เปลี่ยนจากมิตรเป็นศัตรู และเปลี่ยนจากศัตรูไปเป็นมิตรได้ ดังนั้นคุณควรจะใช้คำพูดที่ไพเราะ สุภาพ ถูกกาลเทศะ คุณไม่ควรใช้คำพูดที่ก้าวร้าวหรือดูถูกผู้อื่น รวมทั้งการใช้น้ำเสียงและจังหวะในการพูดสื่อสารกับคนอื่น ควรมีจังหวะจะโคนเพื่อจูงใจและเชิญชวนให้ผู้ฟังสนใจและมีความคิด ความรู้สึกคล้อยตามในสิ่งที่พูด ขอให้คุณตระหนักไว้เสมอว่า คำพูดที่คุณพูดอย่างสุภาพ ไพเราะ และถูกต้องตามกาลเทศะนั้นจะทำให้คุณเองมีเสน่ห์ชวนพูดคุยด้วย ทำให้ผู้ฟังมีความรู้สึกเป็นกันเองและเป็นมิตรด้วย นอกจากนี้คำพูดและน้ำเสียงยังสามารถทำนายถึงนิสัยคุณได้อีกด้วย เช่น คนที่พูดเร็ว จะมีนิสัยใจร้อน รีบเร่งทำงานให้เสร็จ ส่วนคนที่พูดช้า แบบค่อย ๆ เรียบเรียงคำพูดนั้น จะเป็นคนที่คิดและทำอะไรช้าตามไปด้วย

คุณลักษณะส่วนบุคคล
คุณลักษณะส่วนบุคคล หรือ Personal Attributeเป็นทัศนคติ ความคิด ความเชื่อ หรือแรงจูงใจที่มีอยู่ภายในตัวคุณเองซึ่งเป็นสิ่งที่คุณมีและถูกปลูกผังจนติดเป็นนิสัย คุณลักษณะส่วนบุคคลจึงจัดได้ว่าเป็นภาพลักษณ์ที่คนอื่นมองตัวคุณอย่างหนึ่ง ผู้ที่มีคุณลักษณะส่วนบุคคลที่ดีจะทำให้คนอื่นอยากเข้าใกล้ อยากคบหาและพูดคุยด้วย คุณลักษณะส่วนบุคคลที่สำคัญและขอนำเสนอ ได้แก่
* การควบคุมอารมณ์และความเครียด การแสดงกิริยา คำพูด แลพฤติกรรมอย่างเหมาะสมเมื่อคุณเผชิญกับสภาวะความเครียดและปัญหาที่รุมเร้าคุณอยู่ตลอดเวลา ซึ่งจะทำให้คุณมีจิตใจที่สงบ มีสติรู้ว่าควรจะแก้ไขปัญหาด้วยวิธีการใด

* การมองโลกในแง่ดี เป็นการคิด ทำ และพูดแต่สิ่งดี ๆ และสร้างสรรค์กับตนเอง และผู้อื่น ไม่มองตนเองและคนอื่นในแง่ไม่ดี มีความมั่นใจและศรัทธาในตนเองและผู้อื่นอย่างจริงใจ คนที่มองโลกในแง่ดีจะทำให้มีเสน่ห์ชวนอยู่ใกล้ด้วย เนื่องจากเวลาที่พูดคุยด้วยแล้วจะรู้สึกสบายใจ รู้สึกว่าชีวิตนี้ยังมีหวัง
ทีนี้คงไม่ยากแล้วสินะที่จะพัฒนาตนเองให้ง่ายๆ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น