
ในช่วงใกล้วันหยุดยาวนี้มีหลายครอบครัวคงกำลังเตรียมพาบุตรหลานไปเที่ยวพักผ่อนตามสถานที่ยอดนิยม และผมเชื่อว่ามีอยู่ที่หนึ่งที่บุตรหลานของท่านน่าจะเที่ยวคือ สวนสัตว์ เนื่องจากทั้งเด็ก และผู้ใหญ่จะมีกิจกรรมที่ได้สนุกร่วมกันเรียนรู้ธรรมชาตินานาพันธุ์ไปพร้อมกันด้วย ไหนๆ ก็ไปเที่ยวสวนสัตว์ทั้งทีต้องถ่ายภาพเก็บไว้ วันนี้ผมจึงขอแนะนำเทคนิคง่ายๆ ในการถ่ายภาพสวนสัตว์ให้ดูสวยงามน่าสนใจ ถ่ายออกมาแล้วดูสวย ดังนี้
1. เลือกเลนส์ที่มีความยาวโฟกัส สูงสักหน่อย เช่น 80-200 mm. หรือ 70-120 mm. หรือมากกว่าถ้ามี หากเป็นเลนส์ทางยาวโฟกัสเดียวเช่น 135 mm. หรือ 200 mm. ยิ่งดี เพราะว่าสัตว์ที่อยู่ในสวนสัตว์ต้องอยู่ในกรง เราต้องถ่ายภาพผ่านกรงจึงไม่อาจเข้าใกล้ได้ แน่นอนคุณคงไม่อยากเดินเข้าไปถ่ายเสือ ในกรงแน่ๆ
2. เปิดหน้ากล้องให้กว้าง เมื่อถ่ายผ่านกรงหรือตาข่าย สิ่งนี้เองช่วยให้สิ่งที่เป็นฉากหน้า ในภาพเบลอหรือหลุดออกจากโฟกัสไปเลย เลนส์ที่ราคาสูงมีหน้ากล้องกว้าง F/ 2.8 พวกนี้จะใช้ได้สมราคาก็ตอนนี้แหละครับ
3. หลีกเลี่ยงฉากหลังที่เป็นสิ่งประดิษฐ์ เช่น กรง ตาข่าย เสาต่างๆ ควรมองหามุมที่เป็นธรรมชาติ เพื่อความกลมกลืน หรือเราโม้กับเพื่อนได้ว่าไปถ่ายกระทิงมาจากเขาใหญ่ ใช้เวลาซุ่มรออยู่เกือบอาทิตย์ อะไรก็ว่าไป (ถ้าไม่อายนะ!!)
4. ใช้แฟลชเปิดเงา ส่วนมากสัตว์ในสวนสัตว์จะอยู่ในร่มเพราะต้นไม้รอบๆ บริเวณสวนสัตว์มักเป็นไม้ใหญ่มีร่มเงา การใช้แฟลชจะช่วยให้มีรายละเอียดของสีผิว และแน่นอนประกายที่ดวงตาช่วยทำให้ภาพดูมีชีวิตชีวาขึ้น สัตว์บางประเภทที่มีสีสันสดใส เช่น นกแก้ว เมื่อเปิดแสงแฟลชช่วยสีสันจะออกมาอิ่ม แต่ควรชดเชยแฟลชให้อันเดอร์เล็กน้อย เพื่อความเป็นธรรมชาติให้ใช้แสงธรรมชาติ เป็นหลัก แฟลชเป็นเพียงแสงเสริมเท่านั้น
5. แยกแฟลชเลยเป็นไง ทำงานกันแบบมืออาชีพดีกว่า บางคนแม้จะมีอุปกรณ์แบบสมัครเล่น แต่ในปัจจุบันแฟลชยี่ห้อดังๆ หลายรุ่น ออกแบบให้มีการใช้โหมด Slave Flash สามารถแยกแฟลชออกจากตัวกล้อง งานนี้อาจให้คุณลูกช่วยถือแฟลชในตำแหน่งที่คุณพ่อต้องการ เช่น เอียงทำมุม 45 องศากับแบบที่จะถ่าย แต่คงไม่ถึงกับให้ถือเดินเข้ากรงสิงโตนะครับ อะหย่อย!
6. เลือก Crop ภาพบางส่วนเป็นการมองหามุมมองใหม่ๆ เช่น ถ่ายภาพช้างตัวใหญ่ๆ แต่ถ่ายเน้นเฉพาะงวงช้างขณะที่กำลังรับผลไม้จากมือคน (สวย) ด้วยแล้วคุณอาจได้ภาพแนวสารคดีแบบ National Geographic เลยก็ได้
7. ภาพทีเผลอ Candid ใช้ได้ดีกับงานถ่ายภาพในสวนสัตว์เพราะสัตว์ต่างๆ มักจะไม่วางมาดหล่อ สวย ต่อหน้ากล้อง ยกเว้นมนุษย์ ช่างภาพบางคนเทียวไปเทียวมาที่เขาดินหลายครั้งเพียงเพื่อรอเก็บภาพฮิปโปหาว ของแบบนี้ต้องมีโชคมาช่วยเล็กน้อย แต่ต้องเตรียมกล้องให้พร้อมเสมอเนื่องจากเราไม่สามารถรู้ล่วงหน้าว่าจะเกิดขึ้นเมื่อใด Mode Auto ช่วยให้ทำงานง่ายขึ้น เนื่องจากลดขั้นตอนการวัดแสง แต่ควรชดเชยแสง เปิดแสงล่วงหน้าว่าสภาพแสงอยู่ในระดับที่สามารถใช้มือถือกล้องถ่ายได้หรือไม่
8. ย้อนแสงก็ไม่เลว บางครั้งการถ่ายภาพสัตว์ในลักษณะย้อนแสงก็ทำให้ได้ความรู้สึกแปลกใหม่ไปอีกแบบ แต่ควรเลือกสัตว์ชนิดที่มีรูปร่างเด่นๆ เช่น ช้าง ยีราฟ ลองนึกดูภาพยีราฟคอยาวเป็นเงาดำ มีพระอาทิตย์กำลังตกเป็นฉากหลัง เพื่อนๆ อาจนึกว่าคุณไปถ่ายถึงแอฟริกามาก็ได้ใครจะรู้

9. ลองใช้เลนส์มาโครดูบ้าง บรรยากาศในสวนสัตว์ส่วนใหญ่จะร่มรื่นด้วยพันธุ์ไม้ สัตว์เล็กๆ เช่น หอยทาก แมลง อาจมีให้เห็นลองใช้เลนส์มาโครของคุณเก็บภาพโลกใบเล็กเหล่านี้ไว้ก็น่าจะดี อย่างน้อยก็บอกใครๆ ได้ว่า นี่คือการถ่ายภาพ Wild life อย่างแท้จริง (ฮ่าฮ่า..)
10. ข้อสุดท้ายสำคัญมาก คือ การไม่รบกวนสัตว์มากเกินไป เช่น การยิงแฟลชระยะใกล้ หรือยิงตรงไปยังดวงตาของสัตว์บางชนิด อาจมีผลในอนาคต คิดถึงอกเขาอกเรานะครับ ให้มีความเมตตา กรุณา เอื้ออารีเป็นที่ตั้ง ทุกชีวิตมีคุณค่าเท่ากันไม่ว่าคนหรือสัตว์ล้วนรักชีวิต ไม่อยากโดนรังแกหรือกลั่นแกล้ง อยู่ในกรงแล้วยังมาโดนแฟลชวูบวาบๆ คงน่ารำคาญไม่น้อย ขอให้สนุกกับการถ่ายภาพและอย่าลืมส่งภาพสวยมาอวดฝีมือกันบ้างนะครับ
เมื่อรู้เทคนิคการถ่ายภาพสัตว์แล้ว ทีนี้ก็มาเลือกสถานที่ถ่ายภาพสัตว์กันดีกว่า ผมมีไว้ 3 ที่ ดังนี้
1. การถ่ายภาพสัตว์เลี้ยงในบ้าน สัตว์ที่เลี้ยงในบ้าน เช่น สุนัข แมว นก ปลา แต่ละชนิดก็มีรูปร่างลักษณะ สีสัน กิริยาท่าทาง และนิสัยที่แตกต่างกันออกไป เป็นสัตว์ที่น่ารักทั้งสิ้น สามารถเลือกมุมถ่ายภาพให้มีความสวยงามและน่ารักได้ พยายามใช้ความรวดเร็วในการจับภาพในจังหวะที่น่าประทับใจต่าง ๆ

2. การถ่ายภาพในสวนสัตว์ ในสวนสัตว์จะเป็นที่รวมของสัตว์หลายชนิด ซึ่งมาจากทั่วทุกมุมโลก การถ่ายภาพสัตว์ในส่วนสัตว์ควรไปถ่ายภาพในตอนเช้า ที่อากาศไม่ร้อน สัตว์จะมีอารมณ์ดี โดยเฉพาะเวลาให้อาหารสัตว์เป็นเวลาที่เหมาะที่สุดในการถ่ายภาพ เพราะสัตว์จะแสดงกิริยาต่าง ๆ ในกรณีที่ต้องการถ่ายภาพ ผ่านลูกกรงเหล็ก หรือรั้วกัน ควรเปิดช่องรับแสงของเลนส์ให้กว้าง ให้กล้องหากจากลูกกรงประมาณครึ่งเมตร ลูกกรงหรือรั้วกั้น จะพ้นระยะชัดเกิดความพร่ามัว ทำให้มองเห็นเฉพาะภาพสัตว์และยังช่วยหลบฉากหลังที่รกรุงรังให้หายไปได้อีกด้วย กล้องที่ใช้ถ่ายภาพสัตว์ ควรใช้กล้องแบบ 35 มม. สะท้อนเลนส์เดี่ยว โดยใช้เลนส์ซูมหรือเลนส์ถ่ายระยะไกล้ 135 มม. – 250 มม. เพื่อให้สามารถดึงภาพให้มีขนาดใหญ่ได้ ส่วนฟิล์มควรใช้ฟิล์มที่มีความไวแสงสูง 250 ISO หรือ 400 ISO
3. การถ่ายภาพสัตว์ป่า เป็นการออกไปถ่ายภาพสัตว์ในป่าเขาตามธรรมชาติ ซึ่งในบ้านเมืองเราคงหาโอกาสได้ยาก เพราะไม่ค่อยมีสัตว์ป่าให้ได้เห็นกัน จะมีบ้างก็พวกเก้ง กวาง ในป่าสงวนบ้างแห่งเท่านั้น การรอบถ่ายภาพสัตว์ป่า จำเป็นต้องถ่ายจากบังไพร หรือซุ้มไม้มิดชิดเพื่อไม่ให้สัตว์มองเห็นและกลัว ควรต้องศึกษาแหล่งที่พักหลับนอน แหล่งอาหาร และแหล่งน้ำของสัตว์อย่างน้อยจะทำให้มีโอกาสการถ่ายภาพได้ง่ายเข้า อุปกรณ์ที่จำเป็นที่สุดในการถ่ายภาพสัตว์ป่าคือเลนส์ระยะไกล มีความยาวโฟกัสสูง ไม่ต่ำกว่า 400 มม. – 1200 มม. หรือใช้ Teleconverter 2X เพื่อช่วยให้สามารถถ่ายภาพในระยะไกล ๆ ได้ กล้องควรตั้งบนข้างตั้งใช้ฟิล์มที่มีความไวแสงสูง จะได้ภาพที่มีความคมชัด แน่นอน
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น