วันพุธที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2554

อยากปรับจัง...บุคลิกภาพนี้ ตอนที่ 5


เช้าวันนี้ผมขอมาต่อกันในเรื่อง อยากปรับจัง..บุคลิกภาพนี้ เป็นตอนสุดท้าย ในตอนนี้จะขอเขียนเกี่ยวกับการรับประทานอาหาร ดังนี้
กฏพื้นฐาน 3 ข้อ ในการรับประทานอาหาร คือ
1. เรียบร้อย
2. ไร้เสียง
3. ไม่เกะกะกีดขวางผู้อื่น

แต่ในความเป็นจริงแล้วคนส่วนใหญ่มีนิสัยการรับประทานอาหารไม่ใคร่จะเรียบร้อย โดยไม่รู้ตัวใช้อุปกรณ์รับประทานอาหาร ไม่ถูกกาละเทศะ เช่น ใช้มีดป้อนเนื้อย่างเข้าปากแทนที่จะใช้ส้อม หยิบแก้วน้ำดื่มด้วยมือซ้าย (ทำให้ผู้อยู่ใกล้เคียงไม่มีแก้วน้ำดื่ม) หยิบช้อนผิด เอาช้อน สำหรับรับประทานของหวานมารับประทานซุป นำช้อนสำหรับทานซุปไปรับประทานไอศครีม เป็นต้น ทำให้เกิดการขบขัน และบั่นทอนเสน่ห์ให้ลดน้อยลงอย่างไม่น่าเชื่อ
อุปกรณ์ที่จัดไว้บนโต๊ะอาหาร ประกอบด้วย
1. เครื่องกระเบื้อง (Chinaware)เป็นภาชนะสำหรับเสิร์ฟอาหารจำพวกจาน ถ้วย ซึ่งทำจากกระเบื้องเคลือบ มีหลายขนาด และมีชื่อเรียกตามอาหารที่ใส่ดังนี้
จาน
* จานใหญ่ จานเนื้อ (joint plate)
* จานปลา (fish plate)
* จานขนมปัง (side plate)
* จานหวาน (sweet plate)
* จานสลัด (salad plate)

ถ้วย
* ถ้วยซุป (soup bowl)
* ถ้วยกาแฟและจานรอง (coffee cup and saucer)
* ถ้วยชาและจานรอง (Tea cup and saucer)

2. เครื่องเงิน (Silverware)เป็นเครื่องใช้ต่าง ๆ ที่ใช้ในการบริการที่ทำด้วยเงิน เหล็กปลอดสนิม หรือโลหะอื่น ๆ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นมีด ส้อม ช้อน ที่คีบประเภทต่าง ๆ
มีด
* มีดใหญ่/มีดเนื้อ (table/dinner knife)
* มีดปลา (fish knife)
* มีดของหวาน (dessert knife)
* มีดปาดเนย (butter knife)
* มีดแล่หั่นเนื้อ (carving knife)
* มีตัดเค้ก (cake knife)

ส้อม
* ส้อมใหญ่/ส้อมเนื้อ (table/joint fork)
* ส้อมปลา (fish fork)
* ส้อมหวาน (dessert fork)
* ส้อมเค้ก (cake fork)
* ส้อมเสิร์ฟ (serving fork)
* ส้อมช่วยแล่เนื้อ (carving fork)
* ส้อมจิ้มหอยทาก (snail/escargot fork)
* ส้อมหอยนางรม (oyster fork)

ช้อน
* ช้อนคาว (table spoon)
* ช้อนซุป (soup spoon)
* ช้อนของหวาน (dessert spoon)
* ช้อนชา/กาแฟ (tea/coffee spoon)
* ช้อนตักซอส (sauce spoon)
* ช้อนเสิร์ฟ (serving spoon)

ที่คีบ
* ที่คีบน้ำแข็ง (ice tong)
* ที่คีบน้ำตาลก้อน (sugar tong)
* ที่จับหอยทาก (snail tong)


3. เครื่องแก้ว (Glassware)ได้แก่ แก้วที่ใช้ในการเสิร์ฟเครื่องดื่มซึ่งมีรูปทรงหลายแบบ และใช้สำหรับเสิร์ฟเครื่องดื่มแต่ละชนิดโดยเฉพาะ รูปทรงของแก้วที่นิยมใช้ในห้องการมี 4 แบบ คือ
1. แก้วทรงกระบอก (Tumbler) เป็นแก้วที่มีรูปทรงต่าง ๆ อาจเว้าหรือโค้งก็ได้ ได้แก่ แก้วที่มีชื่อเฉพาะดังนี้ Short glass,Old fashioned glass,Hightall glass,Collins glass,Cooler
2. แก้วก้าน(Stem glass) เป็นแก้วที่มีก้านค่อนข้างสูง ชูตัวแก้วให้สง่า สวยงาม นิยมใช้เสิร์ฟเครื่องดื่มประเภทไวน์ และค็อกเทลบางชนิด ตัวอย่างแก้วก้าน ได้แก่ Cocktail glass,Sour glass, Margarita glass ,Champagne saucer
3. แก้วที่มีฐานรองรับ (Footed glass) เป็นแก้วที่มีตัวแก้วตั้งอยู่บนก้านสั้น ๆ และมีฐาน
รองรับ มีหลายชนิด เช่น Rocks glass ,Beer glass,Bndy snifter
4. แก้วที่มีหูจับ (Mug) เป็นแก้วที่มีลักษณะหนา หนัก และมีหูสำหรับจับโดยไม่ให้สัมผัส
ตัวแก้ว นิยมใช้เสิร์ฟเบียร์สดหรือเบียร์ขวด

การใช้เครื่องใช้บนโต๊ะอาหาร เครื่องใช้บนโต๊ะอาหาร จะจัดไว้ให้เหมาะสมกับประเภทอาหารที่จะเสิร์ฟให้แก่แขกตามรายการอาหาร (Menu)ที่ตั้งไว้บนโต๊ะ โดยทั่วไปแล้ว เครื่องใช้บนโต๊ะอาหารจะจัดวางไว้ตามลำดับก่อนหลังของการใช้ เมื่อแขกผู้รับเชิญเข้านั่งประจำที่เรียบร้อยสิ่งสำคัญอันดับแรกที่จะต้องทำคือ

1) ให้นำผ้าปูกันเปื้อน (Napkin) วางปูไว้บนตัก
2) แก้วน้ำ แก้วไวน์ หรือแก้วเครื่องดื่มต่าง ๆ วางอยู่ด้านขวามือ
3) ส้อมที่อยู่ด้านนอกสุดของจานจัดไว้เพื่ออาหารจานแรก และอันที่อยู่ใกล้จานที่สุดสำหรับอาหารจานสุดท้าย
4) ช้อน-ส้อม สำหรับของหวาน ผลไม้จะวางอยู่เหนือจากในแนวขวาง


การถือมีดและส้อม ควรจะจับบริเวณปลายด้าม อย่าจับให้นิ้วอยู่ชิดกับบริเวณปลายส้อมหรือใกล้ใบมีด การถือส้อมนั้นอาจจะทำได้ 2 ลักษณะ คนยุโรปรับประทานอาหารด้วยมือซ้าย และคว่ำปลายส้อมลง ส่วนคนอเมริกันนั้น หลังจากตัดอาหารออกชิ้นหนึ่งก็จะสลับส้อม มาที่มือขวาและหงายปลายส้อมขึ้น เพื่อตักอาหารรับประทาน ทั้ง 2 วิธีนี้ถือว่าเป็นวิธีที่ถูกต้อง แต่ถ้าเลือกใช้วิธีแบบอเมริกันแล้ว อย่าลืมวางมีดลงบนจานหลังจากตัดชิ้นเนื้อแต่ละครั้ง ถ้าถนัดมือซ้ายก็ทำตามวิธีที่กล่าวมาเพียงแต่กลับซ้ายเป็นขวาเท่านั้นเอง ส่วนในการพักมีดหรือส้อมทุกครั้ง จะต้องวางมีดหรือส้อมลงบนจานในด้านที่จัดวางไว้แต่แรก นั่นคือ ส้อมอยู่ด้านซ้าย และมีดอยู่ด้านขวา โดยให้ด้ามจับพักอยู่บนขอบจาน แต่อย่าให้ยื่นออกมามาก จำไว้ให้ดีว่าช้อนและส้อมของคุณจะต้องอยู่บนจาน…อย่าวางไว้บนโต๊ะอาหาร อย่าทิ้งช้อนกาแฟไว้ในถ้วยกาแฟเป็นอันขาด หลังจากคนกาแฟค่อย ๆ ไร้สุ่มเสียงแล้ว ยกช้อนออกมาวางไว้บนจานรองถ้วยกาแฟขวาเสมอ

ในการรับประทานซุปด้วยช้อน ให้ตักออกจากตัว เพื่อกันไม่ให้น้ำซุปกระเด็นใสเนคไทหรือเสื้อและเพื่อกันไม่ให้น้ำซุปหกเรี่ยราด หรือเกิดเสียงดังเวลาซดน้ำซุปจากช้อน ควรจะตักน้ำซุปไม่ให้ปริ่มขอบช้อนและไม่ควรดูดช้อนทั้งอันเข้าไปในปากทั้งหมด ในการขอดน้ำซุปจากก้นถ้วย ให้เอียงถ้วยซุปออกจากตัวอย่างเอียงเข้าหาตัว บางครั้งซุปจะถูกเสิร์ฟในถ้วยหู หลังจากใช้ช้อนตักรับประทานหนึ่งหรือสองช้อน ยกถ้วยซุปขึ้นดื่มได้เลย

การรับประทานอาหารบางอย่างด้วยมือ อาหารบางอย่างอาจจะใช้มีดและส้อมลำบาก ต่อไปนี้เป็นคำแนะนำบางประการในการใช้มือรับประทานอาหารบางอย่าง แต่เมื่อถึงเวลาจริง ๆ แล้ว จำเป็นต้องใช้สามัญสำนึกเข้าช่วยตัดสินใจเอาเอง
หน่อไม้ฝรั่งหรือแอสปารากัส
รับประทานโดยใช้มือหยิบใช้ช้อนกับส้อมก็ได้ ถ้าราดซอสมาค่อนข้างมาก ใช้มีดและส้อมดูจะเหมาะกว่า

เบคอน
ปกติแล้วควรรับประทานด้วยส้อม แต่ถ้าทอดจนกรอบมาก ๆ ซึ่งจะแตกเป็นชิ้นเล็ก ๆ ถ้าใช้ส้อมจิ้มก็ให้ใช้มือหยิบได้

ขนมปัง
ควรใช้มือบิขนมปังเป็นชิ้นขนาดพอดีคำก่อนเสมอ เวลาป้ายเนยบนขนมปังให้ป้ายที่จานใส่เนย และควรป้ายทีละชิ้นเล็ก ๆ เท่านั้น อย่าป้ายทีเดียวทั้งแผ่น ถ้าเนยเสิร์ฟมาในจานรวม ให้ใช้มือตัดเนยแบ่งเนยมาไว้ในจานเนยของคุณเอง หรือบนจานอาหารถ้าไม่มีจานเนยจัดไว้ให้

ไก่
ไม่ว่าจะเป็นไก่ทอด ไก่อบ ไก่ย่าง หรือบาร์บีคิว รับประทานด้วยมือเฉพาะงานเลี้ยงสังสรรค์แบบเป็นกันเองเท่านั้น ในโต๊ะอาหารเป็นทางการ การรับประทานไก่ ไก่งวง หรือสัตว์ปีกอื่นๆ ให้รับประทานด้วยมีดและส้อมเท่านั้น

ข้าวโพดทั้งฝัก
ให้รับประทานด้วยมือ คุณอาจจะหักฝักข้าวโพดออกเป็นสองท่อนก่อน หรือรับประทานทั้งฝักเลยก็ได้ บางแห่งอาจจะมีไม้เสียบมาให้อยู่แล้วเพื่อให้จับได้สะดวกขึ้น ควรจะทาเนยและโรยเกลือลงทีละแถวสองแถว อย่าทาเนยทั้งฝักในคราวเดียว

มันฝรั่งทอด(เฟรนช์ฟราย)
ถ้าเสิร์ฟมากับแฮมเบอร์เกอร์ ฮอทดอก หรือแซนด์วิช ให้ใช้มือหยิบรับประทาน แต่นอกจากนั้นแล้วให้ใช้มีดและส้อม

ผลไม้
ใช้มือหรือมีดและส้อมก็ได้ แล้วแต่ชนิดของผลไม้และโอกาส การรับประทานแอปเปิลและแพร์ ปกติให้ใช้มีดตัดผลออกเป็นสี่ส่วนก่อน หลังจากนั้นรับประทานแต่ละส่วนโดยจะใช้มือหยิบหรือใช้ส้อมและมีดปอกผลไม้ก็ได้ แตง เช่น แคนตาลูป หรือแตงฮันนี่ดิว อาจรับประทานโดยใช้ช้อนหรือมีดกับส้อมก็ได้ แตงโมอาจจะใช้มือรับประทานก็ได้ บางตำราแนะนำว่าควรจะใช้มีดและส้อม การรับประทานควรจะกินทั้งเนื้อและเมล็ดเข้าไปพร้อมกันและคายเมล็ดออกบนฝ่ามือก่อนที่จะทิ้งลงบนจาน ส่วนอีกตำราแย้งว่า ควรจะใช้ส้อมเขี่ยเมล็ดออกก่อนที่จะใช้มีดตัดเป็นคำ ๆ เข้าปาก

กุ้งก้ามกราม
อาจจะใช้มือหรือมีดกับส้อมรับประทานก็ได้ ขั้นแรกให้ใช้มือหักก้ามออกก่อน หงายตัวและเปลือกขึ้น แคะเนื้อออกด้วยส้อมกุ้ง (ถ้ามี) ถ้าเนื้อกุ้งใหญ่เกินไปก็ใช้มีดตัดให้เป็นชิ้นเล็กก่อนที่จะจิ้มน้ำซอส

กุ้งเล็ก
ถ้าเสิร์ฟเป็นอาหารจานแรก เช่น กุ้งค็อกเทล ตามปกติจะเสิร์ฟพร้อมกับส้อมค็อกเทล ถ้าตัวกุ้งขนาดใหญ่เกินคำ ให้ใช้ปลายส้อมค่อยๆ ตัดออกเป็นชิ้นขนาดเล็กลง

สปาเกตตี้
ให้ใช้ปลายส้อมพันเส้นสปาเกตตีเป็นขด ไม่จำเป็นที่จะต้องใช้ช้อนช่วย แต่คุณอาจจะใช้ส่วนโค้งของขอบจานช่วยไม่ให้เส้นไหลลื่นออกจากปลายส้อม อย่าให้ปากดูดเส้นเข้าปาก

แซนด์วิช
ปกติเราจะรับประทานแซนด์วิชด้วยมือ มีข้อยกเว้นอย่างเดียวเท่านั้น คือ แซนด์วิชหน้าเดียวที่ราดด้วยน้ำเกรวี่

สรุปข้อควรจำเกี่ยวกับมารยาทบนโต๊ะอาหาร
1. ผ้าเช็ดปากให้วางบนตักเท่านั้น อย่าเอาชายเข้าไปในขอบเสื้อหรือประโปรงหรือเหน็บไว้ใต้คาง ทันทีที่นั่งลงเรียบร้อยแล้วให้วางผ้าเช็ดปากลงบนตัก และเมื่อรับประทานอาหารเสร็จ ให้วางผ้าเช็ดปากลงบนด้านซ้ายของจาน โดยไม่ต้องพับผ้า
2. ใช้เครื่องใช้บนโต๊ะอาหารตามลำดับที่จัดวางบนโต๊ะ เริ่มจากชิ้นที่อยู่นอกสุด ไล่เข้ามาด้านในใช้มือซ้ายจับส้อมและมือขวาจับมีดและช้อน ถ้ามีจานเนย จะวางขวางอยู่บนจานเนย จานเนยและจานสลัดจะอยู่ด้านซ้ายเสมอ
3. เมื่อมีการพักระหว่างการรับประทานอาหาร วางเครื่องใช้บนจาน อย่าวางด้านจับอยู่บนโต๊ะและปลายอยู่บนจาน
4. อย่าใช้นิ้วหรือมีดดันอาหารเข้ากับส้อม
5. ตักอาหารขึ้นใส่ปาก อย่าก้มหัวลงไปหาจาน พยายามนั่งให้หลังตรง ศีรษะตั้งตรงแม้ในขณะรับประทาน
6. อย่าอ้าปากเคี้ยวอาหาร หรือพูดในขณะที่มีอาหารอยู่ในปาก
7. อย่าเท้าศอกบนโต๊ะอาหาร วางมือซ้าย (หรือมือขวา ถ้าถนัดซ้าย) ไว้บนตักในระหว่างการรับประทานอาหาร ควรจะหนีบข้อศอกทั้งสองข้างให้ชิดลำตัวเสมอ
8. รอให้อาหารเย็นลง อย่าใช้วิธีเป่าด้วยปากเป็นอันขาด เป็นมารยาทที่ไม่ควรทำอย่างยิ่ง
9. ให้วางช้อนส้อมที่ใช้แล้วบนจานหรือจานรองเท่านั้น อย่าวางไว้บนโต๊ะ และอย่าพยายามทำความสะอาดจานหรือช้อนส้อม ในภัตตาคารคุณสามารถขอช้อนหรือส้อมอันใหม่ได้ตลอดเวลา
10. การรับประทานน้ำซุป ถ้าเสิร์ฟมาในถ้วยหู ไม่ว่าหนึ่งข้างหรือสองข้าง ให้ดื่มจากถ้วยได้อาจจะจิบน้ำซุปหรือกาแฟจากช้อนก่อน แต่หลังจากนั้นให้ดื่มจากถ้วย ถ้าเป็นซุปที่ใส่ผักหรือเส้นมาด้วยให้ใช้ช้อนช่วยตักได้ เมื่อไม่ใช้แล้วให้ยกช้อนออกจากถ้วยและวางไว้บนจานรองถ้วยเสมอ
11. เมื่อรับประทานเสร็จแล้วให้วางมีดและส้อมบนจานในลักษณะที่จะไม่เลื่อนหลุดออกจากจานเมื่อเก็บจาน ส้อมควรจะวางไว้ด้านซ้ายของมีดและด้ายคมของมีดควรจะหันเข้าด้านในเสมอ อาจจะรวบมีดและส้อมวางไว้ตามแนวของตรงกลางจานหรือวางค่อนไปทางขวาก็ได้
12. ถ้าอาหารมีน้ำซอสหรือน้ำเกรวี่ ให้ราดลงบนอาหารได้เลย แต่ถ้าเป็นเยลลี่หรือเครื่องเคียงอย่างอื่น ให้ตักวางใช้ป้ายเนยทีละชิ้นหรือทีละคำ
13. ถ้าไม่มีพนักงานเสิร์ฟอาหาร การส่งผ่านอาหาร ให้ส่งผ่านทางขวามือไปรอบโต๊ะ
14. ขนมปังแผ่น ขนมปังก้อน และมัฟฟิน ก่อนรับประทานให้บิออกเป็นสองชิ้นหรือเล็กกว่านั้นเวลารับประทานใช้ป้ายเนยทีละชิ้นหรือทีละคำ
15. อย่าถ่มอะไรออกจากปาก แม้จะเป็นกระดูกที่เคี้ยวไม่ได้ ให้ใช้ลิ้นของคุณดุนออกมาที่ส้อมช้อนแล้วค่อนทิ้งลงบนจาน ถ้าคุณรับประทานผลไม้เช่น มะละกอ แตงโมง ให้ใช้นิ้วหยิบเม็ดและวางไว้บนจานได้
16. ไม่ว่ากรณีใด ๆ ห้ามทำความสะอาดฟันบนโต๊ะอาหาร ไม่ว่าจะเป็นการใช้ไม้จิ้มฟันหรือนิ้วถ้าจำเป็นให้ขอตัวไปห้องน้ำ เพื่อจัดการกับเศษอาหาร
17. ถ้ามีน้ำล้างมือใส่ถ้วยมาให้ ให้จุ่มปลายนิ้วลงไปในน้ำ เสร็จแล้วจึงเช็ดมือกับขอบผ้าเช็ดปาก มือและผ้าเช็ดปากต้องอยู่ต่ำกว่าของโต๊ะ
18. เมื่อรับประทานอาหารเสร็จ อย่าเลื่อนจานออกจากตัว และอย่าเลื่อนเก้าอี้ออกจากโต๊ะ


มารยาทในที่ทำงาน พฤติกรรมประจำวันที่บุคคลแสดงออกในที่ทำงานจะเป็นเครื่องบ่งชี้ทักษะในการเข้าสมาคม ข้อแนะนำต่อไปนี้พอจะใช้เป็นแนวทางได้ดังนี้
1. อย่านำปัญหาส่วนตัวมาเล่าให้ที่ทำงานไม่มีใครอยากรับฟัง การโอดคราญความทุกข์ยาก ส่วนตัวจะทำให้เสียภาพพจน์ของมืออาชีพ
2. ควรแนะนำญาติและเพื่อนฝูงไม่ให้แวะมาเยี่ยมเยียนที่ทำงาน เพราะที่ทำงานเป็นสถานประกอบกิจการงาน หรือธุรกิจ มิได้จัดไว้เป็นสถานที่ชุมนุมทางสังคม
3. ท่าทางที่ดูงาม ไม่ได้จำกัดแต่เฉพาะท่ายืน นั่ง หรือเดินหลังตรง อย่ายกเท้าพาดโต๊ะ นอกจากจะเสียภาพพจน์ของคนทำงานยังแสดงให้เห็นว่า ไม่สนใจรักษาทรัพย์สินของหน่วยงานและไม่ให้เกียรติเพื่อนร่วมงาน
4. อย่าเคี้ยวหมากฝรั่งในเวลางาน การเคี้ยวหมากฝรั่งเป็นภาพที่ทำความรำคาญให้แก่ผู้อื่น ไม่ควรเคี้ยวหมากฝรั่งในการประชุม ในวงสังคมธุรกิจไม่ยอมรับการเคี้ยวหมากฝรั่ง
5. การสูบบุหรี่ ขึ้นกับนโยบายของบริษัท แม้บางบริษัทจะอนุญาตให้พนักงานสูบบุหรี่ในเขตบริษัทได้ แต่เพื่อนร่วมงานที่ไม่สูบบุหรี่จะรำคาญมาก ในบางแห่งมีการจัดที่ทำงานของผู้สูบบุหรี่และผู้ไม่สูบบุหรี่แยกจากกัน อย่าถือวิสาสะจุดบุหรี่สูบ เว้นแต่จะมีที่เขี่ยบุหรี่จัดวางไว้แล้ว หากคุณไปที่ทำงานของผู้อื่น ขออนุญาตก่อนจุดบุหรี่

ในสถานที่ทำงาน บุคลิกภาพของคนทำงานจะปรากฏต่อตาของทุกคนที่ได้พบเห็น มารยาทงามจะเป็นปัจจัยที่จะหนุนให้บุคคลก้าวหน้า และรุดหน้าขึ้นไปยังตำแหน่งที่คุณตั้งเป้าหมายเอาไว้

สมบัติของผู้ดี มีพื้นฐานของผู้ดีที่ควรรักษาความเรียบร้อยทั้งหมด 3 จริยา โดยเริ่มจาก
กายจริยาคือ...
1. ย่อมไม่ใช้กริยาอันข้ามกายบุคคลอื่น
2. ย่อมไม่อาจเอื้อมในที่ต่ำสูง
3. ย่อมไม่ล่วงเกินถูกต้องผู้อื่นซึ่งไม่ใช่หยอกกันฐานะเพื่อน
4. ย่อมไม่เสียดสีกระทบกระทั่งกายบุคคล
5. ย่อมไม่ลุกนั่งเดินเหินให้พรวดพราดโดนคนหรือสิ่งของแตกเสีย
6. ย่อมไม่ส่งของให้ผู้อื่นด้วยกริยาอันเสือกใสผลักโยน
7. ย่อมไม่ผ่านหน้าหรือบังตาผู้อื่นเมื่อเขาคุยอยู่เว้นแต่เป็นที่เฉพาะไป
8. ย่อมไม่เอ็ดอึงเมื่อเวลาผู้อื่นทำกิจ
9. ย่อมไม่อื้ออึงในเวลาประชุมสดับตรับฟัง
10. ย่อมไม่แสดงกิริยาตึงตังหรือพูดจาอึกทึกในบ้านแขก

วจีจริยาคือ
1. ย่อมไม่สอดสวนวาจาหรือแย่งชิงพูด
2. ย่อมไม่พูดด้วยเสียงอันดังเหลือเกิน
3. ย่อมไม่ใช้เสียงตวาดหรือพูดจา กระโชก กระชาก
4. ย่อมไม่ใช้วาจาอันหักหาญดึงดัน
5. ย่อมไม่ใช้ถ้อยคำอันหยาบคาย

มโนจริยาคือ
1. ย่อมไม่ปล่อยใจให้ฟุ้งซ่านกำเริบหยิ่งยโส
2. ย่อมไม่บันดาลโทสะให้เสียกริยา

และแล้วก็มาถึงตอนท้ายสุด ผมอยากคุณให้ทำได้ครบตามนี้ รับรองบุคลิกภาพของท่านดีอย่างแน่นอน 100 เปอร์เซ็นต์เต็ม

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น