การจะเปลี่ยนแปลงตนเองจากคนธรรมดา ๆ คนหนึ่ง ให้เป็นคนใหม่ที่ก้าวหน้าในหน้าที่การงานนั้นไม่ง่าย แต่ก็เป็นไปได้ เพียงแต่ต้องอาศัยเวลา และความพยายามมากหน่อย นอกจากนั้น เรื่องทัศนคติ และการวางแผนที่ดี ก็เป็นสิ่งจำเป็น ที่จะพาคุณก้าวกระโดดไปในอีกขั้นหนึ่งของชีวิต
* คิดบวกมากขึ้น
เป็นที่ทราบกันดีกว่า แรงจูงใจจะกำหนดสิ่งที่เราทำ ความสามารถกำหนดสิ่งที่เราสามารถทำ และทัศนคติจะกำหนดว่าเราทำสิ่งนั้นได้ดีเพียงใด เวลาที่ผู้คนทำสิ่งต่าง ๆ สำเร็จด้วยดี นั่นเป็นเพราะเขาหรือเธอมีทัศนคติที่ดี ทำให้รู้สึกดีกับงาน อยากทำงาน และไม่กลัวความผิดพลาด นอกจากนี้ การมีทัศนคติที่ดีต่อผู้คนแวดล้อม ก็ส่งผลให้เราพูดและทำแต่สิ่งดี ๆ ทำให้ผู้คนรอบข้างรู้สึกดีและรักใคร่เอ็นดูเราด้วย เมื่อเรามีปัญหาทุกคนก็พร้อมช่วยเหลือให้สามารถผ่านพ้นอุปสรรคไปได้ หากเราอยากก้าวหน้า เราต้องคิดบวกให้มากขึ้น ทั้งทัศนคติต่อเรื่องงานและต่อผู้คนที่แวดล้อมรอบตัวเรา
* วางแผนมากขึ้น
สมมติว่าคุณมีชีวิตอยู่ได้อีกเพียง 6 เดือนเท่านั้น และลองคิดถึง 3 สิ่งต่อไปนี้ 1. สิ่งที่คุณจำเป็นต้องทำ 2. สิ่งที่คุณต้องการทำ 3. สิ่งที่ไม่จำเป็นต้องทำและไม่ต้องการทำ เมื่อคุณได้รายการทั้งสามข้อแล้ว คุณจะเห็นว่า ในช่วงชีวิตที่เหลือของคุณ คุณไม่จำเป็นต้องเสียเวลากับสิ่งต่าง ๆ ในข้อ 3 อีกต่อไป ลืมมันเสียแล้วใช้เวลาจัดการกับสิ่งที่จำเป็นและต้องการทำดีกว่า เช่นเดียวกับการทำงาน ก่อนลงมือทำควรวางแผนให้รอบคอบ เพื่อที่จะไม่ต้องเสียเวลากับสิ่งที่ไม่จำเป็น ซึ่งจะทำให้คุณทำงานได้รวดเร็ว และมีความแม่นยำมากยิ่งขึ้น คุณอาจคิดว่า เพียงสองข้อนี้คุณก็ยังเป็นคนธรรมดาอยู่ดี แต่เชื่อเถอะว่า ได้เกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้นในตัวคุณแล้ว แม้ว่าจะไม่ใช่การพลิกชีวิต แต่ชีวิตของคุณจะค่อย ๆ ดีขึ้นจากทัศนคติ และการทำงานอย่างมีระบบนั่นเอง คนทำงานบางคนไม่เคยหยุดนิ่งที่จะพัฒนาประสิทธิภาพในการทำงานของตนอยู่เสมอ คนเหล่านั้นจึงก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งสูง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว ในขณะที่บางคนทำงานไปวัน ๆ อย่างไม่มีเป้าหมาย จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่คนเหล่านั้นยังคงย่ำอยู่กับที่ทำงานในตำแหน่งเดิม ๆ และอาจจะหลุดตำแหน่งไปโดยไม่รู้ตัวก็ได้ ดังนั้น การจะมีที่ยืนอยู่ในโลกของธุรกิจนั้น คนทำงานจะต้องปรับปรุงและพัฒนาประสิทธิภาพในการทำงานอยู่เสมอ ผมจึงนำเคล็ดลับเสริมความก้าวหน้าในการทำงานมาฝาก
* ตั้งเป้าหมายเพื่อสร้างแรงผลักดัน
เคล็ดลับเสริมความก้าวหน้าอย่างแรกจะต้องเริ่มจากทำงานอย่างมีเป้าหมายเสียก่อน ไม่ใช่ทำงานให้เสร็จไปวัน ๆ ทั้งนี้ เราต้องมีธงที่กำหนดไว้ว่า จะไปให้ถึงจุดไหน เพื่อมุ่งพัฒนาตนเองไปในทิศทางที่ถูกต้องภายในระยะเวลาที่กำหนด โดยเป้าหมายที่ตั้งไว้ควรมีทั้งเป้าหมายใหญ่และเป้าหมายย่อย เป้าหมายใหญ่คือจุดหมายปลายทางที่เราจะไปให้ถึง โดยค่อย ๆ บรรลุเป้าหมาย ย่อยไปทีละอย่าง การตั้งเป้าหมายย่อย ๆ ทำให้เราค่อย ๆ พัฒนาขึ้นไปทีละขั้น โดยไม่รู้สึกว่าเป้าหมายใหญ่นั้นไกลเกิน เพราะการบรรลุเป้าหมายย่อย ๆ ช่วยให้เราเข้าใกล้เป้าหมายใหญ่ทีละน้อย พอทำเป้าหมายย่อยสำเร็จก็ให้รางวัลตัวเอง เพื่อให้มีกำลังใจในก้าวต่อไป ทำอย่างนี้ไปทีละขั้นทีละตอน ก็จะบรรลุเป้าหมายใหญ่ได้โดยไม่จำเป็นต้องหักโหมเลย
* คิดให้รอบด้าน วางแผนให้รอบคอบ
บางครั้งที่เราทำงานไปดุ่ม ๆ โดยไม่ได้วางแผน จะพบว่าเรามาผิดทาง ผิดขั้นตอน เมื่อทำงานไปได้สักระยะหนึ่งแล้ว ต้องกลับมาเริ่มต้นใหม่ ทำให้เสียเวลา งานก็ล่าช้า ไม่ก้าวหน้า คุณสามารถพัฒนาตนเองได้โดย ก่อนลงมือทำงานควรให้เวลากับการพิจารณางานนั้นอย่างรอบคอบรอบด้าน เป้าหมายของงานนั้นคืออะไร กลยุทธ์และวิธีการที่จะใช้เป็นอย่างไร จะต้องใช้เวลาเท่าไร คาดการณ์ปัญหาที่อาจจะเกิดไว้ล่วงหน้า รวมทั้งหาวิธีการป้องกัน หรือแก้ไขปัญหานั้น เพื่อให้ทำงานเร็วขึ้น ทำผิดน้อยลง ซึ่งหมายถึงการได้ผลงานที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นนั่นเอง
* เปิดหูเปิดตา เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ นำมาประยุกต์ใช้
ควรติดตามข่าวสาร เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ อะไรที่กำลังเป็นที่สนใจ คนส่วนใหญ่พูดถึงเรื่องอะไรกัน ช่วยให้เรามีแนวคิดใหม่ ๆ ไอเดียดี ๆ มานำเสนอเพื่อพัฒนางาน รวมถึงองค์กรของเราได้อย่างสร้างสรรค์ ให้เพื่อนร่วมงานและผู้บังคับบัญชาเห็นในความสามารถที่ไม่หยุดนิ่ง ซึ่งเป็นประโยชน์และมีความสำคัญต่อองค์กร
ตราบใดที่เราไม่ยอมหยุดนิ่ง เราจะก้าวหน้าต่อไปได้เสมอ โดยเริ่มกำหนดเป้าหมายในการทำงานของเรา ทำอย่างไรจึง
จะไปถึงจุดนั้น วางแผนอย่างรอบคอบ เป็นระบบ รวมทั้งนำความรู้ใหม่ ๆ มาประยุกต์ให้งานมีความหลากหลายและน่าสนใจมากขึ้น ความไม่หยุดนิ่งนี่เอง จะเป็นสิ่งที่ช่วยส่งเสริมความก้าวหน้าในการงานของคุณได้
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น