วันศุกร์ที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2554

Shopping...(e)


ไหนๆ ก็เข้าสู่โลกออนไลน์แล้ว วันนี้ขอเขียนต่อเรื่อง การช้อปปิ้งออนไลน์ ที่กำลังอยู่ในช่วงขาขึ้น (อย่างแท้จริง)หลังจากล้มลุกคลุกคลานมานาน โดยมีตัวที่ช่วยทำให้ธุรกิจนี้มีชีวิตชีวาอย่างดีคือ การซื้อเป็นกลุ่มแล้วได้ดีลราคาลดพิเศษ หรือ Group Buying และห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ที่เข้ามาเปิดเว็บไซต์ช้อปปิ้งออนไลน์เอง ทำให้ธุรกิจเติบโตจากมูลค่าไม่กี่ร้อยล้านบาท กลายเป็นหลักหลายหมื่นล้านบาทในช่วงเวลาไม่ถึง 10 ปี ดังนั้น ใครอยากกระโดดเข้ามาในธุรกิจนี้ จึงไม่ควรพลาดในการทำความรู้จักว่าใครบ้างคือ ผู้ซื้อตัวจริง ไลฟ์สไตล์ จะขายพวกเขาได้ตอนไหน และด้วยวิธีการอย่างไร

ปัจจัยที่ทำให้การช้อปปิ้งออนไลน์ หรือ e-Commerce เติบโตนั้น ผมมีข้อมูลระบุว่ามาจาก 6 ปัจจัยหนุน คือ 4 อย่างแรกที่มีมากขึ้น 1.ความรู้ ความนิยมของผู้ใช้ 2.ความเร็วของอินเทอร์เน็ต 3.อายุเฉลี่ยผู้ใช้ และ4.เซ็กเมนต์สินค้า ขณะที่อีก 2 ข้อที่อยู่ในโหมดลดลง คือราคาหรือต้นทุนผู้ประกอบการร้านค้าในออนไลน์ และความยุ่งยากในการใช้งานลดลง เรื่องความเร็วของอินเทอร์เน็ตทำให้เกิดคอนเทนต์ที่น่าสนใจกว่าเดิม พัฒนาจากการนำเสนอเพียงตัวอักษร ภาพนิ่งกลายเป็นภาพวิดีโอที่ทำให้เพลิดเพลินยิ่งขึ้น จึงทำให้ผู้บริโภคใช้เวลาในอินเทอร์เน็ตมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มที่มีพฤติกรรมช้อปปิ้งออนไลน์มากที่สุด คือกลุ่ม 18-35 ปี ที่มีกำลังซื้อ มีความต้องการหลากหลาย และคุ้นเคยกับไลฟ์สไตล์ในการออนไลน์ บางทีสาเหตุมาจากการเชื่อเพื่อนและข้อมูลบอกต่อมากกว่าโฆษณา เทรนด์หนึ่งที่ทำให้สินค้าออนไลน์เกิดได้ง่าย คือการเติบโตของโซเชี่ยลเน็ตเวิร์ค ที่ทำให้พฤติกรรมการตัดสินใจซื้อของกลุ่มเป้าหมายเปลี่ยนแปลงไป สิ่งที่ถูกพบเพิ่มขึ้นก็คือ ผู้บริโภคส่วนใหญ่ตัดสินใจซื้อจากการบอกต่อหรือแนะนำของเพื่อนและข้อมูลที่ลูกค้าบอกต่อในออนไลน์ มากกว่าโฆษณา ดังนั้น หากใครทำสินค้านำเสนอได้น่าสนใจคนในโลกออนไลน์บอกต่อก็มีโอกาสในการขายได้มากขึ้น โดยเฉพาะโอกาสของ Group buying ที่เพื่อนมักแนะนำต่อให้เพื่อนถึงดีลสินค้าที่น่าสนใจ
นี่คือ สาเหตุของการตัดสินใจซื้อสินค้าออนไลน์หลังจากรับรู้ข้อมูลมาแล้ว
สิ่งที่เพื่อนแนะนำ 90%
ลูกค้าโพสต์ในออนไลน์ 70%
เว็บไซต์ของแบรนด์ 70%
บทความ เช่น จาก นสพ. 69%
การเป็นสปอนเซอร์ 64%
ทีวี 62%
หนังสือพิมพ์ 61%
นิตยสาร 59%
บิลบอร์ด สื่อนอกบ้าน 55%
วิทยุ 55%
อีเมลที่สมัครรับข้อมูลข่าวสาร 54%
โฆษณาก่อนหนังฉาย 52%
ผลการค้นหาในเว็บเสิร์ช 41%
โฆษณาวิดีโอออนไลน์ 37%
แบนเนอร์โฆษณา 33%
ข้อความโฆษณาในมือถือ 24%

และติดตามมาด้วยการดูเว็บช้อปปิ้งติดท็อป 5 ซึ่งเว็บไซต์เกี่ยวกับช้อปปิ้งเป็นเว็บที่คนเข้าดูเป็นอันดับ 5 นี่คือโอกาสทางธุรกิจที่บ่งบอกว่าคนสนใจการช้อปปิ้งพอๆ กับสนใจข่าวสารเลยทีเดียว
ทีนี้มาดู พฤติกรรมการดูเนื้อหาเว็บไซต์ (10 อันดับแรกที่คนดูสูงสุด)
ประเภทเว็บไซต์ สัดส่วนเพจวิว คิดเป็น %
เว็บบันเทิง 39.90
เกม 10.64
บุคคล สังคม 8.62
ข่าว สื่อ 7.24
ช้อปปิ้ง 6.24
อินเทอร์เน็ต 5.06
ธุรกิจ 3.78
กีฬา 2.74
ยานยนต์ 2.59
การศึกษา 2.31

คนรุ่นใหม่นิยมเปิดช้อปออนไลน์
สำหรับกลุ่มที่เข้ามาในธุรกิจช้อปปิ้งออนไลน์หรือเป็นผู้ขายสินค้านั้นมีแนวโน้มจริงจังกับอาชีพนี้มากขึ้น ส่วนใหญ่ทำเป็นอาชีพหลัก โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่อยากเป็นเจ้าของกิจการ คือเฝ้าหน้าจอตลอดเวลาเพื่อรับออเดอร์และดำเนินการส่งสินค้า ที่เหลือเป็นอาชีพเสริม ตรงข้ามกับอดีตที่ส่วนใหญ่เป็นอาชีพเสริม ซึ่งมีผู้ที่ทำอย่างจริงจังมากขึ้น ทำให้มีการแข่งขันสูง และมีการนำเสนอสินค้าที่หลากหลายตอบสนองทุกกลุ่มลูกค้า

ผู้ขายสินค้าออนไลน์ แบ่งเป็นงาน
เป็นอาชีพหลัก 64%
เป็นอาชีพเสริม 36%

ขายใคร ตอนไหน จึงจะได้ชัวร์ ?
จากสถิติการวิจัยพบกลุ่มคนที่เป็นนักช้อปออนไลน์ดังนี้
เป็นใคร
• กลุ่มคนในช้อปปิ้งออนไลน์ คือ 24-35 ปี คิดเป็น 65% ของลูกค้าทั้งหมด
• รายได้เฉลี่ยของกลุ่มเป้าหมาย 25,000 บาทต่อเดือน
• ผู้หญิงช้อปปิ้งออนไลน์มากกว่าผู้ชาย มูลค่าการซื้อต่อชิ้นน้อยกว่าผู้ชาย เพราะผู้หญิงซื้อสินค้ามูลค่าไม่สูง เช่นเสื้อผ้า ของตกแต่งเล็กๆ น้อย ส่วนผู้ชายซื้อสินค้าแพงกว่าเช่น Gadget
เวลาเมื่อไหร่
• เวลาที่คนเข้าเว็บช้อปปิ้งมากสุดคือ 15.00-15.59 น.(ในวันทำงาน ส่วนเสาร์-อาทิตย์น้อยตลอดทั้งวันเพราะคนไปช้อปปิ้งในห้างสรรพสินค้ามากกว่า)
• เวลาที่คนเข้าเว็บช้อปปิ้งน้อยสุดคือ 05.00-05.56 น.
• ความถี่ในการเข้าเว็บสัปดาห์ละครั้ง
ราคาเท่าไหร่
• มูลค่าการซื้อต่อครั้งเฉลี่ย 1,000-1,200 บาท
แล้วสุดท้ายสินค้ามันเป็นอะไร
• สินค้าที่ขายดีที่สุดในช้อปปิ้งออนไลน์คือ เสื้อผ้า เครื่องประดับแฟชั่น เครื่องสำอาง

วิธีปิดการขายด้วยการจ่ายเงิน
วิธีการชำระสินค้า คือ อุปสรรคหนึ่งที่ทำให้ธุรกิจช้อปปิ้งออนไลน์เติบโตช้ามาโดยตลอด เพราะผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อในอดีตห่วงเรื่องความปลอดภัยในกรณีที่ต้องชำระสินค้าผ่านบัตรเครดิต แต่เมื่อคนรุ่นใหม่เติบโตขึ้น ความกังวลนี้เริ่มลดลง เพราะคนรุ่นใหม่พร้อมจ่ายผ่านบัตรเครดิตมากขึ้น ดังนั้นเมื่อจะขายสินค้าใดกับกลุ่มเป้าหมายที่ต่างกันจึงควรพิจารณาวิธีการชำระเงิน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายสุดท้าย คือการปิดการขายด้วยคำสั่งซื้อในที่สุด
สุดท้ายมาลงที่ การตัดสินใจจ่ายเพื่อซื้อสินค้า จะคิดกันคนละแบบ
3 วัยจ่ายคนละแบบ
กลุ่มอายุมากกว่า 35 ปี รู้สึกดีกว่าถ้าให้ชำระค่าสินค้าบริการผ่านเอทีเอ็ม
กลุ่ม 25-30 ปี สะดวกพร้อมจ่ายผ่านบัตรเครดิต
กลุ่มเด็ก ใช้บัตรเงินสด หรือบัตรเติมเงินเป็นหลัก

เอาเป็นว่า ทุกกลุ่มสามารถเป็นลูกค้าได้หมด หากเราต้องการซื้อทางนี้ มีให้บริการแน่นอนนะ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น