วันจันทร์ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2554

เที่ยวรัสเซีย


พูดถึงความสำเร็จแล้ว ก็ไม่ใช่ง่าย ๆ นะครับที่ใครตั้งใจอะไรไว้อย่างหนึ่งแล้วจะสำเร็จได้ง่าย ๆ อย่างที่คิด ต้องผ่านสุข ผ่านทุกข์มาเยอะ ยิ่งเป็นหน่วยใหญ่ ๆ อย่างประเทศยิ่งแล้วใหญ่ การมีภูมิประเทศที่ดี มีทรัพยากร มีประชากรเยอะ ก็ไม่ใช่คำตอบว่าจะสำเร็จได้เสมอไป ดูประเทศไทยเป็นตัวอย่างก็ได้ เห็นมาก็ว่าไปคราวนี้ ผมขอพาไปประเทศที่อดีตเคยยิ่งใหญ่และจะยิ่งใหญ่ขึ้นมากในอนาคตอันใกล้นี้อย่าง รัสเซียนะครับ เมื่อเอ่ยถึงประเทศรัสเซีย ถ้าไม่ได้ติดตามข่าวคราวปัจจุบันมาก หลายคนน่าจะนึกถึงความเป็นพี่ใหญ่ของระบบคอมมิวนิสต์ ตั้งแต่สมัยเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ของสมเด็จพระ จักรพรรดินิโคลัสที่ 2 ไปเป็นระบอบสังคมนิยม เมื่อปี ค.ศ. 1917 โดยวลาดีมีร์ เลนิน นำคณะกรรมการกลางบอลเชวิกก่อการปฏิวัติสังคมนิยมครั้งใหญ่ โดยอุตสาหกรรมเป็นของรัฐและปฏิรูปการเกษตรขนาดใหญ่ ภายหลัง เลนิน สถาปนาสหภาพสาธารณรัฐโซเวียต โดยย้ายเมืองหลวงจาก ST. PETERSBURG กลับมาที่กรุง MOSCOW หลังเลนิน เสียชีวิต โจเซฟ สตาลินขึ้นกุมอำนาจ สถานการณ์ตึงเครียด มีการกวาดล้างสังหาร เนรเทศคนหลายล้านคนที่เป็นปฏิปักษ์ จนปี ค.ศ. 1985 มิคาอิล กอร์บาชอฟ เริ่มสงเสริมประชาธิปไตยจนลัทธิคอมมิวนิสต์ถึงจุดจบเมื่อปี ค.ศ. 1991 โซเวียตล่มสลายเกิดเป็นสหพันธ์สาธารณรัฐนำโดย โบริส เยลต์ซิน และ เปลี่ยนแปลงเป็นแบบเสรีนิยมมากขึ้น ในสมัยของวลาดีมีร์ปูติน ก็พอย่อๆ นะครับ สำหรับการเปลี่ยนแปลงของประเทศที่ยิ่งใหญ่อย่างรัสเซีย


หากใครเคยไปเที่ยวรัสเซียเมื่อเดือนกันยายน 2009 เที่ยวนี้หลังจากที่เคยไปมาครั้งเดียวก่อนโซเวียตล่มสลายเมื่อปี ค.ศ. 1990 ผิดกันเยอะมาก ตอนนั้นบ้านเมืองดูอึมครึม ไม่มีสีสัน มีแต่สิ่งก่อสร้างใหญ่ ๆ โต ๆ ทั้งสิ่งก่อสร้างโบราณ ตลอดจนอาคารที่พักอาศัยของคนใน MOSCOW สมัยนั้นประชากรดูขาดแคลนทุกสิ่งทุกอย่าง คงเป็นเพราะสังคมนิยมทำให้ผู้ปกครองมีชีวิตความเป็นอยู่ดี แต่คนทั่วไปย่ำแย่ เพราะขยันไปก็ไม่มีประโยชน์ ไปรัสเซียคราวนี้ ผมไป 2 เมือง คือ MOSCOW และ ST. PETERSBURG มีความเปลี่ยนแปลงจากเดิมเยอะมาก รวมถึงความแตกต่างระหว่าง 2 เมือง ที่ MOSCOW เมืองหลวงของรัสเซีย ผู้คนจะดูเร่งรีบ หน้าตาเรียบเฉย ดูจริงจัง ไม่ยิ้มแย้ม น้องจอยนักเรียนไทยที่อยู่ที่นี่มา 13 ปี และกำลังทำปริญญาเอกอยู่ บอกว่าเป็นลักษณะปกติของคนรัสเซียที่จะไม่ยอมก้มหัวให้ใคร ถ้าใครก้มหัวแสดงว่าดูถูกตัวเอง ผู้หญิงก็จะเดินตัวตรง อกผายไหล่ผึ่ง ก้าวยาว ๆ แต่งตัวดี คนที่นี่ไม่ยิ้ม ไม่หัวเราะ โดยไม่มีเหตุผล หากใครทำอย่างนั้น คนรัสเซียว่าไม่โง่ก็บ้า ถ้าได้มีการแนะนำให้ใครรู้จักเรา ให้เรายื่นมือออกไปก่อน แสดงถึงความจริงใจ ถ้าคนรัสเซียยื่น VODKA ให้เราดื่ม หมายถึงมิตรภาพ หากไม่รับแสดงถึงการปฏิเสธ ใครมีเพื่อนรัสเซียคงต้องคอแข็งกันหน่อยละครับ


ปัจจุบันรัสเซียมีการเติบโตทางเศรษฐกิจเฉลี่ย ร้อยละ 7 เนื่องจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น การลงทุนจากต่างประเทศเพิ่มขึ้น การขยายตัวการบริโภคภายในประเทศ และความมั่นคงทางการเมือง ปี 2007 รัสเซียมี GDP ใหญ่เป็นอันดับ 6 ของโลก ประชากรมีรายได้เพิ่มขึ้น ค่าครองชีพในรัสเซีย ตอนนี้ไม่ธรรมดานะครับ สูงทีเดียว ความที่รัสเซียมีแหล่งก๊าซธรรมชาติทีใหญ่ที่สุดในโลก แหล่งถ่านหินเป็นอันดับ 2 และน้ำมันที่ยิ่งใหญ่เป็นอันดับ 8 ของโลก อันนี้น่าคิดนะครับ พลังงานที่เป็นความต้องการของโลกทั้งสิ้น ต่อไปนี้โลกต้องจับตาดูรัสเซียอย่างไม่กระพริบตาเชียวแหละ ถ้าถามเด็ก ๆ รัสเซียว่าโตขึ้นอยากเป็นอะไร เมื่อก่อนตอบว่าอยากเป็นนักบินอวกาศ แต่วันนี้ผู้ชายอยากเป็นเจ้าของบ่อน้ำมัน ผู้หญิงอยากเป็นนักเทนนิส


ใน MOSCOW ตอนนี้รถติดมากพอควร รถยุโรปดี ๆ แพง ๆ วิ่งกันเกลื่อนถนน การมาเที่ยวที่นี่ ความปลอดภัยได้ตอนกลางวัน กลางคืนถ้าอยู่ในแหล่งชุมชนก็พอได้ แต่ไม่ค่อยมีคนแนะนำ เนื่องจากมีมิจฉาชีพแก๊งค์ SKIN HEAD ที่ชอบทำร้ายชาวต่างชาติ อีกทั้ง TAXI ก็หายากและไม่มีมิเตอร์ ที่นี่ ใครอยากเป็น TAXI ก็ได้ เมื่อมีคนโบกก็รับได้เลย ราคาตกลงกันเอง ยากอยู่นาสำหรับนักท่องเที่ยว ภาษาก็ไม่รู้เรื่อง TAXI ที่เป็นทางการมีน้อย คนส่วนใหญ่เดินทางโดยรถไฟใต้ดิน ที่มีสถานีสวยงามอลังการในด้านการตกแต่งอยู่หลายสถานี โดยสายแรกเปิดใช้เมื่อปี ค.ศ. 1935 เมื่อ 70 กว่าปีที่แล้ว ปัจจุบันมีถึง 180 สถานี และยังคงมีการก่อสร้างเพิ่มเติมอยู่ตลอดเวลา แต่รถไฟดูเก่าและกระโชกไปหน่อยตามสไตล์คนรัสเซีย ที่นี่ยังมีศิลปะที่สวยงามอีกมากมายให้น่าศึกษา น่าท่องเที่ยว ซึ่งคงต้องมาอีกหลายครั้งกว่าจะเที่ยวหมด ผมบอกได้ว่าสวยเลิศไม่แพ้ประเทศอื่นๆ ในโซนนี้เลยทีเดียว

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น