วันพฤหัสบดีที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

น้ำ น้ำ น้ำ (ดี)


และแล้ววันศุกร์ที่แสนสุขก็มาถึง แต่ตอนนี้ วันนี้ไม่ได้สุขอย่างที่คิด เพราะน้ำ.."น้ำท่วม"บ้านเรือน อาคารที่อยู่อาศัยของผู้คน ทำให้ไม่สามารถพำนักพักพิงอยู่ได้ ตอนนี้กระแสน้ำได้ไหลเข้าสู่ตัวเมืองหลวงอย่างมาก จนทำให้มีการประกาศให้เขตต่างๆ ที่ไม่สามารถควบคุมปริมาณน้ำท่วมที่สูงขึ้นได้ให้เป็นเขตอพยพ ผมได้เข้าใจดีเกี่ยวกับความรู้สึกของคนเหล่านั้นมากกับสถานการณ์แบบนี้ เพราะตอนนี้ก็กำลังประสบปัญหาน้ำท่วมบ้านอยู่เหมือนกัน วันนี้ก็เลยขอเขียนเกี่ยวกับ"น้ำ น้ำ น้ำ" แต่เป็นน้ำดีที่ดื่มได้...น้ำ เมื่อเราดื่มน้ำน้อย ไตจะทำงานหนักและขาดประสิทธิภาพในการทำงาน เป็นเหตุให้ตับซึ่งปกติจะทำหน้าที่เร่งการเผาผลาญไขมันที่สะสมในร่างกายต้องมาทำหน้าที่แทนไต จึงทำให้ร่างกายเผาผลาญไขมันได้น้อยลง และยิ่งเพิ่มการสะสมไขมันในร่างกายมากขึ้น อันเป็นสาเหตุหนึ่งของโรคอ้วนได้ ทั้งนี้ ต้องควบคู่ไปกับการควบคุมดูแลการรับประทานอาหารที่มีคุณค่า และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ วิธีการนี้จึงจะได้ผลดี หากจะกล่าวถึงสรรพคุณของน้ำ เราจะพบว่าน้ำสะอาดมีคุณประโยชน์ต่อร่างกายอีกมากมายอย่างที่เราคาดไม่ถึง อาทิช่วยย่อยและดูดซึมอาหารรวมทั้งของเสียไปตามกระแสเลือด ช่วยในการสร้างปฏิกิริยาทางเคมีของร่างกาย ช่วยหล่อลื่นและรับการเคลื่อนไหวของเอ็นและข้อต่อต่างๆ ช่วยให้ปฏิกิริยาทางเคมีและการเผาผลาญอาหารในร่างกายเป็นไปตามปกติ รวมถึงการช่วยควบคุมอุณหภูมิของร่างกายให้เหมาะสม เรามีชีวิตอยู่ได้ แม้อดอาหารเป็นเดือนๆ แต่ไม่อาจอยู่รอดได้ หากขาดน้ำเกิน 3-7 วัน...ทั้งนี้ เพราะน้ำเป็นส่วนประกอบสำคัญภายในร่างกายถึง ร้อยละ 75 ของน้ำหนักตัว เมื่อใดที่ร่างกายขาดน้ำจะมีสัญญาณสุขภาพบางอย่างเป็นข้อบ่งชี้ อาทิ ผิวหนังแห้ง ไม่ชุ่มชื้น ตาแห้ง มีกลิ่นปาก ท้องผูก เป็นริดสีดวงทวาร เป็นต้น

"น้ำ" จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการรักษาสมดุลในร่างกาย และที่สำคัญคือ น้ำยังสามารถช่วยรักษาโรคบางชนิดได้อย่างน่าอัศจรรย์ วิถีสุขฉบับนี้ขอนำเสนอเคล็ดวิธีในการดื่มน้ำอย่างถูกวิธีและถูกเวลา เพื่อช่วยยืดอายุการทำงานของอวัยวะต่างๆ ในร่างกายได้นานขึ้น
ดื่มน้ำถูกวิธีคือ ดื่มแบบกลับคืนสู่ธรรมชาติ
วิธีการง่ายๆ ในการดื่มน้ำให้ถูกวิธีคือ ถ้าดื่มในช่วงพระอาทิตย์ยังไม่พ้นขอบฟ้าต้องดื่มน้ำอุ่น แต่ถ้าพระอาทิตย์พ้นขอบฟ้าแล้ว ให้ดื่มน้ำเย็น
เนื่องจากน้ำสามารถทำลายเชื้อแบคทีเรียได้ ทำให้โอกาสในการเป็นโรคภูมิแพ้ต่ำ สามารถล้างคราบไขมันตามลำคอ และล้างลำไส้ที่มีความยาวถึง 12 เมตรได้ และที่สำคัญ ยังส่งผลดีต่อระบบการขับถ่ายให้ทำงานเป็นปกติ

14 แก้ว เพื่อสุขภาพดี(หากใครทำได้ บอกตรงๆ ว่าดีจริงๆ )
แต่ถ้าใครทำไม่ได้ ผมมีข้อแนะนำถึงปริมาณน้ำที่ควรดื่มในแต่ละวันเพื่อบำบัดรักษาโรคและเป็นการรักษาสุขภาพ โดยแบ่งน้ำสำหรับดื่มในแต่ละช่วงเวลา ดังนี้
1. เวลาตื่นนอนให้ดื่มน้ำอุ่น 4 แก้ว
2. ก่อนอาหารทุกมื้อ มื้อละ 1 แก้ว
3. หลังอาหารทุกมื้อ มื้อละ 1 แก้ว
4. ในเวลา 10.00, 14.00, 16.00 น. ครั้งละ 1 แก้ว
5. ก่อนนอนดื่มน้ำอุ่น 1 แก้ว

เพียงการดื่มน้ำสะอาดอย่างเพียงพอในแต่ละวัน ก็สามารถช่วยดูแลและลดโอกาสเสี่ยงในการเกิดโรคต่างๆ ได้ไม่ยาก...วันนี้คุณดื่มน้ำเพียงพอแล้วหรือยัง?

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น