วันพฤหัสบดีที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2554

24 ชม. ผ่านแล้ว ผ่านเลยนะ


เราทุกคนมีวันละ 24 ชั่วโมงเท่ากัน ดังนั้น ไม่มีใครต่ำต้อยน้อยหน้าใครไปกว่ากันเรื่องเวลาขึ้นกับฝีมือของแต่ละท่าน ว่าจะสามารถใช้เวลาตัวดีให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากน้อยแค่ไหน ที่ผ่านมาผมเคยเขียนถึงพฤติกรรมของเราที่เพียรกลั่นแกล้งเวลาให้เขางง 3 ข้อ คือ 1.ปฏิเสธไม่เป็น 2.กระจายงานไม่ถนัด 3.เรียงลำดับสับสนวันนี้ผมมีอีกประเด็นมาหารือเพิ่มเติม คือ
4. งานกระหน่ำทำทุกอย่างในเวลาเดียวกัน
คนทำงานจำนวนไม่น้อยต้องเผชิญปัญหากับภารกิจที่ประชิดตัวพัวพัน ทำให้มีพฤติกรรมเหมือนคนสมาธิสั้น ได้หน้าลืมหลัง เพราะพยายามทำทุกอย่างในเวลาเดียวกัน มีการวิจัยเชิงพฤติกรรมมากมายขยายผลจนฟันธงได้ว่า สมองก้อนน้อยของเรา เขาไม่เข้าใครออกใคร ถ้าใช้เขาไม่เป็น ให้เขาทำหลายๆ อย่างในเวลาเดียวกันก็ได้ ไม่ว่า แต่เรื่องความถูกต้องแม่นยำ ต้องทำใจยอมมองแบบขำๆ เพราะสมองจะต่อรองว่า กรุณาเลือกเอาระหว่าง ทำมาก กับ ทำถูก ยิ่งหากต้องทำเรื่องใหม่ เรื่องยาก เรื่องลำบาก ที่ต้องใช้ความคิด เช่น แอบกดโทรศัพท์ระหว่างขับรถบนถนนที่ไม่เคยคุ้น แถมสอดส่ายสายตาลุ้นในแสงสลัวว่ามีตำรวจคอยตรวจจับหรือไม่ ผลคือ หายนะเศร้าเหมาตะกร้า ที่หาดูได้ไม่ยากบนท้องถนน มีการวิจัยเรื่องข้างต้นมากมายว่า หากทำหลายอย่างระหว่างขับขี่ยานพาหนะ ความแม่นยำจะตกต่ำลง 20% เป็นอย่างน้อย และสูงถึง 50 -100% ในหลายกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ หลายท่านอาจมีประสบการณ์คล้ายๆ ทำหลายอย่างได้ดีไม่มีที่ตินะจ๊ะในขณะเดียวกัน กระนั้นก็ดี หากลองจับจ้องมองดูอย่างมีสติ จะพบว่าบางครั้งอาจทำได้ แต่ไม่นิ่ง ไม่นาน ยิ่งเป็นงานที่เราไม่คุ้น ต้องคิดต้องพิจารณา สมองจะเริ่มต่อว่า และงอแง เหมือนสั่งให้คอมพิวเตอร์ตัวเก่งเร่งทำอะไรพร้อมๆ กัน สักพักเขาจะชะงัก เล่นแฮง แพลงกิ้ง แน่นิ่งให้เห็น เพราะเราทำได้ดีทีละเรื่องเท่านั้น พูดโทรศัพท์ไปตอบอีเมล์ไป มิใช่เกิดพร้อมๆ กัน แต่เป็นการสลับช้าบ้าง เร็วบ้าง ระหว่างการฟัง คิด พูด อ่าน คิด(นิดหน่อย) พิมพ์(พลาด) กด(ใหม่ เพราะกดผิด) พูดตอบโต้ (โดยไม่ทันฟัง ทั้งยังไม่ทันคิด) อ่าน(ซ้ำ อ่านครั้งแรกไม่เข้าใจ เพราะมัวไพล่ไปพูด) งุ่นง่าน พาล จด ฯลฯ ประสิทธิภาพย่อมลดอย่างไม่ต้องสงสัย

ทักษะการจัดลำดับไหล่และแบ่งเวลาให้แต่ละเรื่องที่ต้องทำ จึงจำเป็นอย่างยิ่ง คราวที่แล้วผมเขียนถึงเรื่อง 80 /20 ไปซึ่งถือเป็นศาสตร์ที่ขาดไม่ได้ อะไรที่เป็น “หัวใจ” ต้องใส่ใจก่อน แล้วค่อยไปดำเนินการกับต่อมน้ำลาย ปลายประสาทติ่งหู และ รูขุมขน อีกหนึ่งวิธี คือ การจัดลำดับเรื่องที่ต้องทำ ว่าอะไรสำคัญมาก สำคัญน้อย เร่งด่วนมาก หรือ เร่งด่วนน้อย เราแต่ละคน จะมีตัวดูดเวลาที่แตกต่างกัน อาทิ บางคนพูดโทรศัพท์ทั้งวัน โทรศัพท์เครื่องใหม่ไม่ต้องเข้าคิวรอใคร ดังเมื่อไร ต้องรับก่อน งานอื่นใดรอได้ ไม่สำคัญเทียมเท่า

วิธีแก้คือ ต้องจัดให้ได้ว่าอะไรเร่ง อะไรสำคัญ
สิ่งที่สำคัญมากและเร่งมาก ย่อมต้องทำก่อนแน่นอน เช่น ลูกค้ารายสำคัญโกรธเป็นฟืนเป็นไฟเพราะส่งสินค้าให้ผิด สิ่งไหนที่สำคัญน้อย แต่เร่งมาก เช่น รุ่มร้อนใจต้องนินทาเจ้านายด่วน อาจต้องรอ ขอตัว ปรากฏการณ์ที่น่าสนใจ คือ สิ่งที่สำคัญมาก แต่ไม่เร่งด่วน มักถูกละเลย เหมือนเป็นประเด็นกระพี้ ไม่มีแก่นสาร สิ่งเหล่านี้ มีอาทิ การใช้เวลาคิด ใคร่ครวญ ตรึกตรองทบทวนตัวเอง การวางแผน การพัฒนาตน ทั้งด้านงาน ด้านร่างกาย จิตใจ และความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง โดยเฉพาะคนที่สำคัญกับชีวิตเรา เช่น เพื่อนแท้ พ่อ แม่ ผู้มีพระคุณ

ชีวิตนี้สั้นนัก จะดับจิตไปเมื่อไรก็ไม่รู้ อะไรที่สำคัญ เลิกผัดวันประกันพรุ่ง มิฉะนั้น มีแต่จะรุ่งริ่งเรื้อรัง ได้แต่นั่งถอนหายใจ...ไม่สนุก
วิธีแก้ คือ ตั้งใจ มุ่งมั่น เลือกแบ่งเวลาให้กับสิ่งสำคัญเหล่านี้โดยไม่หวั่นไหว ไม่เหยาะแหยะ ไม่แก้ตัวไปวันๆ ว่าไม่มีเวลา
อย่างนี้แล้วก็จะดีขึ้นในที่สุด เพราะทุกชั่วโมงมีคุณค่ามากกว่าที่คิด ขอให้บริหารให้ดีแล้วจะรู้ว่า ทุกชั่วโมงมีค่าจริงๆ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น