วันพฤหัสบดีที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

โกรธ กะ เกลียด (หายได้นะ)

หมดไปเสียทีกับเดือนที่ช่างแสนร้อนแบบที่ใครๆ ก็หนีไม่พ้น ทำให้ผมต้องหาวิธีการลดความร้อนด้วยทุกวิธีการ ซึ่งปัญหาความร้อนนี้มีส่วนทำให้เกิดอารมณ์โกรธ กะ เกลียด ได้ง่ายมาก และหนึ่งในวิธีที่ผมชอบใช้ในการทำให้สิ่งเหล่านี้หายไปได้ก็คือ การใช้หลักพุทธศาสนาสอนให้ตัวเราดีขึ้นได้แม้ความร้อนเป็นตัวจุดระเบิดก็ตาม นั่นย่อมหมายถึง ผมสามารถกำหนดความโกรธและความเกลียดนั้นได้ ต่อให้โกรธและเกลียดในระดับที่ใครอยากจะนำไปต้มยำทำแกงให้หายแค้น จนตายกับมือมันก็ยังไม่หนำใจ หรือจะเอาไปเผาไฟให้ไหม้กลายเป็นจุลอีกสักกี่ร้อยหนก็ตามใจ ทว่าบาดแผลความเจ็บปวดที่เขาทำกับคุณไว้นั้น มันก็ยังคงฝังลึกอยู่ ไม่หายไปไหน มันคงฝังแน่นอยู่ในใจของคุณไปจนตราบชั่วฟ้าดินสลาย มีหนทางเดียวเท่านั้นที่จะสามารถเยียวยารักษาบาดแผลในใจคุณให้หายเป็นปรกติได้ นั่นคือ "การให้อภัย" ฆัตวาสูตรที่ ๑ เทวดานั้น ยืน ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่งแล้ว ได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคด้วยคาถาว่า ฆ่าอะไรหนอจึงอยู่เป็นสุข ฆ่าอะไรหนอจึงไม่เศร้าโศก ข้าแต่พระโคดม พระองค์ชอบฆ่าอะไรซึ่งเป็นธรรมอันเดียว ฯ พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า ฆ่าความโกรธเสียได้จึงอยู่เป็นสุข ฆ่าความโกรธเสียจึงไม่ เศร้าโศก แน่ะ เทวดา พระอริยเจ้าทั้งหลาย สรรเสริญ การฆ่าความโกรธ ซึ่งมีรากเป็นพิษ มียอดหวาน เพราะฆ่า ความโกรธนั้นเสียแล้วย่อมไม่เศร้าโศก ฯ สุตตันต. เล่ม๗ สังยุตตนิกาย สคาถวรรค ข้อ ๑๙๘-๑๙๙ หน้า ๕๗

วิธีที่จะทำให้คนที่เราโกรธและเกลียดชังหายไปจากโลกนี้ ก็อย่างที่เกริ่นไว้ข้างต้นนั่นแหละครับ ว่าถึงแม้จะทำลายคน ๆ นั้นให้กลายเป็นผุยผง ความเกลียดชังนั้น ก็ยังคงอยู่กับเราไม่หายไปไหน ทีนี้จะทำอย่างไรดี เคล็ดลับอยู่ตรงนี้ครับ คือท่านบอกให้ "ฆ่า" เลย แต่เป็นการ "ฆ่า" ที่ตัวต้นตอ คือความโกรธเกลียดที่อยู่ในใจของเรา ท่านว่าใครฆ่าเจ้าตัวนี้ได้ คนที่เราเกลียดจะหายวับไปกับตา จะกลับกลายเป็นเพื่อนมนุษย์ที่น่าเห็นอกเห็นใจมาแทนที่ คนที่ไม่มีความโกรธเกลียดอยู่ในใจนั่น แน่นอนว่า โลกของเขาย่อมจะกลายเป็นโลกแห่งความสุขสดชื่น ไม่มีคำว่าโศกเศร้าอีกต่อไป แต่ขออภัย.. งานนี้ พูดง่ายแต่ทำยาก เพราะจิตใจของคุณจะต้องมีความมั่นคงหนักแน่น และ ไม่ยอมแพ้ คุณจะต้องมั่นใจตนเองว่า คุณสามารถทำได้ ถ้าคุณมีความมั่นใจตนเอง คุณก็จะสามารถทำให้คนที่คุณโกรธและเกลียดหายหมดไปจากโลกนี้ทุกคน ด้วยฝีมือของคุณเอง เทคนิค"ฆ่า" ความโกรธและเกลียด ที่พระพุทธองค์ได้แนะนำไว้ในพระไตรปิฎก เครือข่ายฯขอนำมาอธิบายเป็นกระบวนการปฏิบัติที่เข้าใจง่าย ขอเพียงแต่คุณมีความเชื่อมั่นพร้อมที่จะต่อสู้กับอุปสรรคต่าง ๆ ที่จะมาท้าทายคุณ แล้วคุณก็จะพบด้วยตัวของคุณเองว่า เมื่อใดที่ "ความโกรธและเกลียด" ของคุณหมดสิ้นไป คนที่คุณโกรธและเกลียดชังรอบๆ ตัวคุณก็จะค่อย ๆ หายหมดไปทีละคน ๆ อย่างน่ามหัศจรรย์ มาเริ่มจากความโกรธก่อนว่าควรทำอย่างไรดี

1. หลีกเลี่ยง "การหลีกเลี่ยง" กับ "การหลีกหนี" แตกต่างกันนะครับ การหลีกเลี่ยงไม่ได้หมายความว่าคุณขลาดกลัว หรือไม่เป็นลูกผู้ชาย ตรงกันข้ามวิธีนี้กลับเป็นสิ่งที่แสดงวุฒิภาวะในการควบคุมอารมณ์ของคุณต่างหาก คุณอาจจะออกมาเดินเล่น ผ่อนคลาย ประนีประนอม หรือไม่ก็พับงาน - กิจกรรมนั้นไว้ว่ากันวันหลังที่อารมณ์ดีขึ้นแล้ว ต้องจำให้ขึ้นใจนะครับว่าไม่ใช่การหลีกหนีโดยไม่รับผิดชอบ หรือก่อความเสียหายไว้ให้คนอื่นต้องตามแก้

2. ระบาย นะครับ ไม่ใช่ "ระเบิด" และต้องรู้จักเลือกคนที่เราจะระบายด้วยนะ ควรเป็นคนที่เข้าใจ และไว้ใจได้ เพราะขืนไประบายกับคนที่ไม่เข้าใจ และพวกปากประชาสัมพันธ์แทนที่จะระบายจะทำให้คุณสบายใจ สบายหัว การระบายโดยไม่เลือกนิสัย และสันดานของบุคคลที่สาม อาจกลายเป็นการจุดชนวนระเบิดตูมใหญ่ให้คุณดีๆ นี่เอง

3. กิน มีใครจะปฏิเสธบ้างว่าการกินคือ วิธีสร้างสุขอย่างดีวิธีหนึ่งของมนุษย์ โดยเฉพาะการกินอาหารอร่อยถูกปาก คุณเอ๋ย...สุขอย่าบอกใคร ทุกครั้งที่ลิ้นได้รับรสอันโอชะของอาหารจานโปรด เชื่อสิว่าความโกรธจะดับวูบลงราวกับโยนไม้ขีดไฟลงแม่น้ำเลยละ โดยเฉพาะอาหารจำพวกขนมหวาน เพราะมีการพิสูจน์แล้วว่า สามารถดับพิษแห่งความโกรธได้ชะงัด อ้อ...อย่าโกรธบ่อยจนอ้วนก็แล้วกัน

4. ดื่ม โดยเฉพาะดื่มเครื่องดื่มเย็นๆ รสซาบซ่า ฉ่ำใจ อาจจะเป็น น้ำเปล่า น้ำผลไม้ น้ำอัดลมเย็นเจี๊ยบสักแก้ว จะซดเฮือกๆ ให้หายโกรธ หรือค่อยๆ จิบละเลียดช้าๆ ก็ไม่ว่ากัน ตราบใดที่ความเย็นยังบรรเทาความร้อนได้ น้ำเย็นก็สามารถบรรเทาความโกรธได้ตราบนั้น ที่สำคัญถ้าคุณระงับความโกรธด้วยแอลกอฮอล์เย็น อย่าเมาแล้วขับ หรือหลับข้างถนนก็แล้วกัน

5. หัวเราะ มีหลายอย่างที่จะทำให้คุณหัวเราะได้ การพูดคุยกับคนที่มีอารมณ์ขัน การอ่านหนังสือ ดูตลกในทีวี หรือแม้แต่การส่องกระจกดูหน้าตาตัวเองที่กำลังโกรธเกรี้ยวเป็นไอ้บ้าอยู่ก็ตาม เอาเป็นว่าทุกเรื่อง ทุกคนที่กระตุ้นต่อมฮาของคุณได้ก็โอเค ทุกครั้งที่โกรธ จงหัวเราะดังๆ ให้เท่ากับความโกรธที่มันจุกอกอยู่ รับรองว่าต่อมฮาฆ่าความโกรธกระจาย (แต่อย่าเผลอหัวเราะตอนเจ้านายกำลังด่าคุณก็แล้วกัน)

6. ร้องไห้ การร้องไห้เป็นกลไกของร่างกายตามธรรมชาติที่ช่วยระบายความเครียด ความคับข้องในจิตใจให้หมดสิ้นไป รวมทั้งการระบายความโกรธ ดังนั้น ผู้ชายร้องไห้จึงไม่ใช่เรื่องแปลก เว้นเสียแต่ว่าคุณจะแหกปากร้องไห้ หรือสะอื้นฮักๆ ต่อหน้าธารกำนัล ถ้าโกรธตอนอยู่คนเดียวแล้วไม่รู้จะทำยังไงหรืออยากจะร้องไห้ ลองปล่อยน้ำตาให้ไหลโดยไม่ต้องบังคับดูสิ แล้วคุณจะรู้ว่าร้องไห้ช่วยไล่ความโกรธได้จริงๆ

7. ร้องเพลง เพลงอะไร กับใคร ที่ไหน ร้องไปเถอะ จะร้องเบาๆ หรือแหกปากร้องก็เอาเลย สังคมไทยไม่เคยรังเกียจคนร้องเพลง (ยกเว้นร้องเพลงรักในงานศพ) นักจิตวิทยาบอกว่า การร้องเพลงจะช่วยให้กล้ามเนื้อที่ตึงเครียดผ่อนคลาย และหายโกรธได้ ถ้าโกรธจนนึกไม่ออกว่าจะร้องเพลงอะไร ขอแนะนำว่าให้ร้องเพลงไทยยอดนิยมตลอดกาล "เพลงชาติ" หรือ "เพลงช้าง" ที่ร้องได้ตั้งแต่ชั้น ป. 1 รับรองว่าทั้งคนร้อง คนฟังฮาครืน ครื้นเครง

8. พักผ่อน หากิจกรรมที่คุณทำแล้วเพลิดเพลิน ออกกำลังกายช้อปปิ้ง ดูหนัง ฟังเพลง อะไรก็ได้ที่ทำแล้วคุณรู้สึกว่าได้ผ่อนคลายความตึงเครียด ความโกรธ และไม่ทำให้ตัวเองและคนอื่นเดือดร้อนทำไปเถอะ มีข้อแม้อยู่นิดเดียวว่าการพักผ่อนนั้น อย่าทำให้คุณเสียงาน และเสียเงินจนเกินไปก็แล้วกัน

9. นอนหลับ เคยสังเกตไหมว่า เวลาที่คุณโกรธ หรือเครียดมากๆ เป็นเวลานานๆ คุณจะรู้สึกหนักหัว และง่วงนอนมากๆ นั่นแหละคือ สัญญาณที่ร่างกายต้องการบอกคุณว่า ถ้าได้หลับเต็มอิ่มสักงีบ อารมณ์โกรธของคุณจะได้รับการปลดปล่อยโดยกลไกธรรมชาติ หากจะพูดถึงกระบวนการระบายความโกรธในขณะนอนหลับคงจะยืดยาวน่าเบื่อ เอาเป็นว่าถ้าไม่เชื่อลองนอนหลับดูก็แล้วกัน

10. ให้อภัย ฟังดูแล้วอาจจะพระเอ๊กพระเอก แต่ทุกครั้งที่เราให้อภัยคนที่ทำให้โกรธ เชื่อสิว่าถึงไม่ได้อะไร แต่เราก็ภาคภูมิใจ สบายใจอยู่ลึกๆ การให้อภัยคือ การปล่อยวาง และให้โอกาสทั้งตัวเองและผู้อื่น ให้โอกาสผู้อื่นได้แก้ตัว ปรับปรุงตัว ให้โอกาสตัวเองได้เป็นผู้ให้ ได้ฝึกนิสัย และจิตใจตัวเองให้เย็นลง และรู้จักปล่อยวาง รู้สึกดีทั้งผู้ให้ และผู้ได้รับการอภัยเลยละ

มาต่อกันในความเกลียดครับ ต่อไปนี้ คือขั้นตอนในการปฏิบัติ ขอเชิญติดตามได้เลยนะ

1. ขั้นแรก ให้เตือนตัวเองก่อนเลยว่า ถ้าคุณไม่ชอบหน้าใคร ยิ่งคุณไปนึกถึงความชั่วของเขาทุกวัน คุณก็ยิ่งจะเกลียดเขามากขึ้นเป็นทวีคูณ และ ความเกลียดชังที่คุณสะสมไว้นี่เอง ที่มันจะเป็นเชื้อไฟเผาอกคุณให้ร้อนอกร้อนใจตลอดไป

2. ขั้นที่สอง ตามหลักพุทธพจน์ที่ยกมาข้างต้น อาวุธที่จะสามารถ "ฆ่า" ความโกรธได้อย่างมีประสิทธิภาพ คือ "ความเมตตา" "ความคิดปรารถนาดี " และ "ความคิดเห็นคุณค่าคุณความดี" ต่อคนที่เราเกลียดชังนั้น ขอให้คุณมั่นใจใน "อาวุธ" ฆ่าความโกรธนี้ว่าสามารถช่วยคุณได้แน่นอน

3. ขั้นที่สาม ให้เริ่มต้นด้วยการตั้งสัจจะกับตัวเอง ( ยิ่งกล่าวต่อหน้าพระพุทธรูป จะได้ผลดีที่สุด ) ว่า นับตั้งแต่วันนี้ ต่อไปนี้ ข้าพเจ้าจะ ไม่คิดในแง่ร้าย ต่อนาย หรือ นส. หรือ นาง ....(คนที่เราเกลียด) ...อย่างเด็ดขาด แต่จะคิดในสิ่งที่ดีๆ มองให้เห็นในแง่ดี , มองด้วยความ กรุณา , ยกย่องในส่วนที่ดี (ไม่ใช่ยกยอนะ) , มองแต่ในเชิงบวก จะระดมความคิดในแง่ดีถึงคน ๆ นี้ ทุกครั้งที่ได้เห็น ได้ยิน หรือ นึกถึง ทุกครั้งไป โดยจะไม่ยอมเผลอพลาดพลั้งไปคิดแง่ร้ายกับเขาแม้แต่เพียงครั้งเดียว

4.เมื่อตั้งสัจจะแล้ว ต่อไปคุณก็จะได้สนุกกับการ "เล่น" กับความคิดของตนเอง เพราะมันจะมีเหตุการณ์หลาย ๆ อย่างมาท้าทายคุณ ว่าจะ สามารถทำได้หรือไม่ คุณจะสามารถคิดดีต่อเขาไปได้ตลอดรอดฝั่งหรือไม่ ขอให้คิดว่ามันเป็น"เกม" ที่ท้าทายว่าคุณจะทำได้หรือไม่

5.หากคุณทำได้ตามที่ตั้งกติกากับตนเองไว้ อานิสงส์ที่จะเกิดขึ้น คือ คนที่คุณเกลียดชังแต่ละคน ก็จะค่อยๆ หายจากโลกนี้ไป คงเหลือแต่คนที่น่าสงสาร น่าเห็นอกเห็นใจ มาแทนที่ และจะไม่มีใครมาให้คุณต้องเกลียดชังอีกต่อไป ขอให้ถึงวันนั้นเร็ว ๆ นะครับ
ทุกอย่างล้วนแต่เป็นเรื่องของอารมณ์ทั้งนั้น สิ่งสำคัญที่ผมขอแน้นมากๆ นอกจากวิธีการที่บอกไป นั่นคือ การตัดซึ่ง ขันธ์ 5 อินทรีย์ 6 ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ได้เมื่อไหร่ เมื่อนั้นชีวิตก็หมดซึ่งความโกรธ และเกลียดได้ในที่สุดใช่หรือไม่...

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น