การจัดการกับความใฝ่ฝันอย่างชาญฉลาด
การทำงานอย่างหักโหม ไม่ได้แสดงว่าคุณมีแรงจูงใจในการทำงาน จึงทำให้คุณสามารถทำงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ความใฝ่ฝันที่คุณมีจะนำคุณไปสู่ความสำเร็จที่คุณวาดหวังเอาไว้ได้ก็ต่อเมื่อคุณสามารถจัดการกับความใฝ่ฝันนั้นอย่างชาญฉลาด ซึ่งจะช่วยให้คุณสามารถแสดงฝีมือและผลงานเพื่อสร้างความประทับใจให้แก่นายจ้าง รวมถึงทำประโยชน์ให้แก่องค์กรได้อย่างมากมาย โดยไม่จำเป็นต้องทำงานหักโหม
การวางแผนเส้นทางสู่ความสำเร็จ
การจะสร้างแรงจูงใจในการทำงานนั้น ขึ้นอยู่กับว่า คุณกำหนดเป้าหมายในอาชีพแล้วหรือยัง หรือเพียงแค่ทำงานให้ผ่านไปแต่ละวันเท่านั้น ความทะเยอทะยานสู่ความสำเร็จของคุณนี่เอง ที่จะทำให้คุณมีการวางแผนเส้นทางสู่ความสำเร็จ โดยการวางแผนดังกล่าวนั้น คุณควรตั้งคำถามและตอบคำถามเหล่านี้ให้ชัดเจนเสียก่อน คุณกำหนดเป้าหมายในอาชีพและวางแผนเพื่อไปยังเป้าหมายนั้นอย่างไร เส้นทางที่จะดำเนินไปนั้นมีความชัดเจนเพียงใด มีโอกาสเป็นไปได้มากแค่ไหน และต้องการความช่วยเหลือหรือไม่ คุณจะสามารถกำหนดทิศทางและวิธีการเดินไปถึงจุดหมายได้โดยไม่หลงทาง
การหาความรู้รอบตัวมาประยุกต์ใช้
คุณมีบุคคลที่เป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิตของคุณหรือไม่ คนที่คุณชื่นชมและอยากเป็นได้แบบเขา คุณคิดว่าบุคคลเหล่านั้น เขาสามารถทำทุกอย่างได้ด้วยตัวของเขาเองหรือเปล่า เปล่าเลย ไม่มีใครที่สามารถทำทุกอย่างได้ด้วยตัวเอง หากคุณไม่รู้ว่าคุณจะทำบางสิ่งบางอย่างได้อย่างไร ไม่ใช่เรื่องผิดแปลกที่คุณจะหาใครสักคนเป็นต้นแบบและทำตามวิธีการของเขา โดยที่คุณสามารถเก็บเกี่ยวความรู้ต้นแบบได้รอบตัว ไม่ว่าจะเป็นจากเว็บไซต์ หนังสือ เพื่อนร่วมงาน ญาติพี่น้อง เพื่อนฝูง ตัวละครในทีวี รวมถึงผู้เชี่ยวชาญในเรื่องนั้น ๆ แล้วนำมาปรับใช้ให้เหมาะกับตัวคุณ การเรียนรู้จากความผิดพลาดของพวกเขาจะช่วยคุณประหยัดเวลาในการลองผิดลองถูกด้วยตัวเอง และช่วยให้คุณเข้าใกล้ความสำเร็จได้เร็วขึ้น
การแบ่งขอบเขตเรื่องงานกับเรื่องอื่น ๆ ที่สำคัญ
บางคนตั้งหน้าตั้งตาทำงานจนไม่มีเวลาให้กับเรื่องอื่น ๆ ที่สำคัญในชีวิต ละเลยเรื่องครอบครัว เรื่องสุขภาพของตนไป คุณควรแบ่งขอบเขตให้ชัดเจนเกี่ยวกับทำงาน เวลาพัก เวลาส่วนตัว รวมถึงเวลาสำหรับสร้างสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงาน ด้วย คนที่จะเป็นที่ยอมรับของผู้อื่นได้นั้นต้องเข้าใจว่า ทุกคนในทีมล้วนมีความสำคัญ คุณควรรู้จักที่จะส่งต่อให้เพื่อนร่วมงานคนอื่น ๆรู้จักยอมรับและเห็นความสำคัญของบุคคลอื่นด้วย เพราะคุณไม่อาจฉายเดี่ยวคนเดียวในงานทุกชิ้นได้
จงอย่าหยุดพัฒนาตนเอง
การเติบโตในหน้าที่การทำงานไม่มีที่สิ้นสุดหากคุณมีการพัฒนาทักษะต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง ในบางครั้งคุณอาจคิดว่าคุณมีงานล้นมือ ที่ทำเท่าไหร่ก็ไม่จบสิ้นเสียที จนทำให้คุณไม่มีเวลาในการเรียนรู้ทักษะใหม่ ๆ หรือพัฒนาทักษะที่มีอยู่แล้วให้สูงขึ้น อย่าลืมให้เวลากับการวางแผนพัฒนาตนเองอยู่เสมอ เพื่อให้คุณเป็นบุคลากรที่มีคุณค่าสำหรับองค์กรตลอดไป
แม้บางเวลาอาจรู้สึกท้อถอย แต่หากเรายังมีฝัน เราก็ยังมีพลังที่จะทำฝันให้เป็นจริง ปลุกไฟฝันในตัวคุณขึ้นมาอีกขึ้น เพื่อความสำเร็จที่รอคุณอยู่ ณ ปลายทาง ต่อไปนี้ผมว่าเราลองมาสำรวจกันดีไหมว่า แรงจูงใจนี้มีประโยชน์ต่ออาชีพของเราไหม จากนั้นก็ให้คะแนนด้วย ทุกวันนี้เราหางานโดยพิจารณาจากอะไรเป็นหลัก งานที่อยากทำ? ค่าตอบแทนที่จะได้รับ? การที่เราจะตัดสินใจสมัครงานในตำแหน่งใด เราต้องรู้ว่าบุคลิก หรือความชอบของเรามีความเหมาะสมกับงานนั้นหรือไม่ เพียงใด โดยต้องรู้ว่าแรงจูงใจของเราเกิดจากอะไรบ้าง แล้วเรามีคุณสมบัติเหล่านั้นแล้วหรือยัง ในช่วงเวลาที่เราต้องแข่งขันกับคนอีกมากเพื่อให้ได้งานทำท่ามกลางสภาวะคนล้นงานเช่นนี้ ชวนคุณมาทำ checklist เพื่อตรวจสอบกันก่อนที่จะเริ่มหางานให้ได้งานที่เหมาะกับคุณมากที่สุด ซึ่งเราจะแบ่งออกเป็น 3 ส่วน
แรงจูงใจจากปัจจัยภายใน เป็นแรงจูงใจและความพึงพอใจในการทำงานของคุณ ที่จะทำให้ตื่นขึ้นมาและอยากไปทำงานในแต่ละวัน
กรุณาให้คะแนน 1-5 กับแรงจูงใจต่อไปนี้ โดยข้อที่สำคัญกับคุณมากที่สุดเท่ากับ 5 คะแนน ข้อที่สำคัญกับคุณน้อยที่สุดเท่ากับ 1 คะแนน
1.คุณชอบความหลากหลายและความเปลี่ยนแปลงในที่ทำงาน
2.คุณเป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านใดด้านหนึ่ง
3.คุณชอบทำงานกับข้อมูลความรู้
4.คุณชอบช่วยเหลือผู้อื่น
5.คุณชอบช่วยเหลือสังคม
6.คุณชอบประสบการณ์แปลกใหม่และความท้าทาย
7.คุณเคารพนับถือในงานของคุณ
8.คุณชอบแข่งขันกับคนอื่น
9.คุณชอบติดต่อกับผู้คนภายนอก
10.คุณมีอิทธิพลต่อผู้อื่น
11.คุณให้ความสำคัญกับความถูกต้องแม่นยำในการทำงาน
12.คุณมีความปรารถนาที่จะประสบความสำเร็จ
13.คุณมีโอกาสที่จะแสดงออกถึงความคิดสร้างสรรค์
แรงจูงใจจากปัจจัยภายนอก เป็นเงื่อนไขจากการที่คุณได้รับประโยชน์จากภายนอก นั่นคือสิ่งที่คุณจะได้รับจากการทำงานถึงแม้ว่าคุณจะไม่ชอบงานนั้นสักเท่าไร แต่ก็เป็นเหตุผลที่ทำให้คุณสามารถทำงานนั้นได้ หรือเลือกที่จะทำงานนั้น
กรุณาให้คะแนน 1-5 กับแรงจูงใจต่อไปนี้ โดยข้อที่สำคัญกับคุณมากที่สุดเท่ากับ 5 คะแนน ข้อที่สำคัญกับคุณน้อยที่สุดเท่ากับ 1 คะแนน
1.งานนั้นทำให้คุณมีอำนาจ
2.งานนั้นทำให้คุณได้ท่องเที่ยวเป็นประจำ
3.งานนั้นให้ค่าตอบแทนสูง
4.งานนั้นทำให้คุณได้เป็นผู้บริหาร หรือ เจ้าของกิจการ
5.งานนั้นทำให้คุณได้ทำงานเป็นทีม
6.คุณได้มีชั่วโมงการทำงานที่เป็นปกติเหมือนคนอื่น ๆ
7.คุณสามารถจัดชั่วโมงการทำงานของตัวเองได้อย่างยืดหยุ่น
8.งานนั้นทำให้คุณมีฐานะทางสังคมที่สูงขึ้น
9.งานนั้นทำให้คุณได้รับยกย่องว่าเป็นผู้มีความรู้ความสามารถ
10.งานนั้นทำให้คุณมีโอกาสได้รับรางวัล / เกียรติยศ / โบนัส
11.งานนั้นทำให้คุณได้ใส่เครื่องแบบที่คุณชื่นชอบ
12.งานนั้นทำให้คุณได้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดี
แรงจูงใจจากไลฟ์สไตล์ของคุณ เป็นเหตุผลที่เกิดจากลักษณะการใช้ชีวิตของคุณในเวลาว่าง และการใช้จ่ายส่วนตัว
กรุณาให้คะแนน 1-5 กับแรงจูงใจต่อไปนี้ โดยข้อที่สำคัญกับคุณมากที่สุดเท่ากับ 5 คะแนน ข้อที่สำคัญกับคุณน้อยที่สุดเท่ากับ 1 คะแนน
1.คุณชอบเก็บสตางค์ไว้มาก ๆ
2.คุณชอบพักผ่อนในรีสอร์ทหรู
3.คุณชอบการศึกษาและเรียนรู้ทางวัฒนธรรม
4.คุณชอบกีฬาและนันทนาการ
5.คุณชอบมีบทบาทในชุมชนที่คุณอยู่
6.คุณชอบพักผ่อนอยู่กับบ้าน
7.คุณชอบมีส่วนร่วมทางการเมือง
8.คุณชอบชีวิตแบบเรียบง่าย
9.คุณชอบใช้เวลาอยู่กับครอบครัว
10.คุณชอบอยู่ในเมืองใหญ่
11.คุณชอบอยู่ต่างประเทศ
12.คุณชอบอยู่กับตัวเอง ชอบปฏิบัติธรรม
13.คุณชอบอยู่นอกเมือง
เมื่อคุณให้คะแนนทั้งสามส่วนเรียบร้อยแล้ว ลองดูว่าข้อที่คุณให้ 5 คะแนนมีอะไรบ้าง แล้วลิสต์ออกกมา คุณจะเห็นว่ามีอะไรบ้างที่คุณให้ความสำคัญมากที่สุด ในด้านต่าง ๆ ซึ่งจะสะท้อนออกมาว่า ตัวคุณมีบุคลิกอย่างไร ชอบอะไรมากที่สุด เพื่อที่คุณจะสามารถกำหนดแนวทางของตัวเองได้ว่าถ้าคุณมีแรงจูงใจแบบนี้ มีไลฟ์สไตล์แบบนี้ คุณเหมาะที่จะทำงานแบบใด
ผมหวังว่าแบบสำรวจนี้จะช่วยให้คุณรู้จักตัวเองดียิ่งขึ้น ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการเลือกอาชีพของคุณ เมื่อคุณเลือกในสิ่งที่ใช่ คุณย่อมมีความมั่นใจและสามารถทำงานนั้นได้อย่างดีที่สุด แน่นอน แล้วพบกันใหม่ครั้งหน้ากับสิ่งดีดีที่รอให้คุณอ่าน...สวัสดี


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น