งานฟรีแลนซ์ อิสระของการทำงาน จริงหรือเปล่า ?
ชีวิตในเมืองต้องผจญกับมลภาวะ เป็นพิษ แถมทั้งแมงเม้าส์ แมงโม้ แมงรำคาญที่วนเวียนอยู่รอบตัว นับวันยิ่งจะคุกคามเข้ามาใกล้มากขึ้น ป่วยการที่จะฮึดสู้ ถึงเวลาที่ “มนุษย์เงินเดือน” ต้องปลดแอก หันหน้าหนีงานประจำไปโชว์เดี่ยวเสียที
ความฝันของการเป็นฟรีแลนซ์นั้นเต้นอยู่ในหัวคุณหรือเปล่า คงจะไม่ใช่คำกล่าวที่เกินเลยนัก หากจะบอกว่าสมัยนี้ผู้คนหันไปให้ความสำคัญกับเสรีภาพในการใช้ชีวิตอย่างสุด โต่ง ขณะเดียวกันบริษัทต่างๆ นั้นต้องรับภาระค่าบุคลากรที่แพงและสวัสดิการที่สูง พวกเขาจะหันไปขอความช่วยเหลือจากฟรีแลนซ์ ถ้าหากคุณมีความเชี่ยวชาญในสาขาที่โดน มีความเป็นไปได้สูงที่คุณจะสามารถเปลี่ยนมันเป็นอาชีพฟรีแลนซ์ได้ โดยการใช้ความรู้ ความสามารถที่มีในตัว ด้วยเหตุนี้เลยทำให้การเป็นฟรีแลนซ์กลายเป็นอาชีพยอดฮิตไปแล้ว
การทำงานฟรีแลนซ์มีอิสระ และในบางครั้งได้ผลตอบแทนดีกว่าคนที่มีงานประจำเสียด้วย แถมไม่ต้องทำงานซ้ำซากจำเจ ไม่ต้องวิ่งหน้าตั้งมาตอกบัตรหรือสแกนนิ้วมือ คอยนั่งมองนาฬิกาเดินให้จิตตก ในการเป็น Full-time freelance หรือ ฟรีแลนซ์เต็มเวลานั้น คุณจะทำงานเมื่อคุณอยากทำ คุณสามารถพักร้อนได้นานเท่าที่คุณต้องการ การพักผ่อนสุดสัปดาห์ก็จะไม่จำกัดอยู่แค่สุดสัปดาห์ และชุดสูทแทบจะเป็นอดีตไปเลย
ทว่าการตัดสินใจที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งก่อนที่คุณจะเริ่มการเป็นฟรี แลนซ์ อย่างจริงจังคือ การตัดสินใจไลฟ์สไตล์แบบนี้เข้ากับลักษณะนิสัยของคุณหรือไม่ คุณควรจะคิดให้ดีก่อนที่คุณจะทำการผูกมัดกับไลฟ์สไตล์และเวิร์คสไตล์ที่อาจ จะไม่เหมาะกับตัวคุณ และในขณะที่คุณไม่มีเจ้านาย คุณยังต้องรายงานตัวกับคนๆ หนึ่ง นั่นคือตัวคุณเอง นี่เป็นสาเหตุหนึ่งที่การมีวินัยในตัวเอง คือกุญแจในการนำการฟรีแลนซ์ของคุณจากงานอดิเรก ไปเป็นธุรกิจที่สามารถพัฒนาได้
การเป็นฟรีแลนซ์สามารถเป็นได้หลากหลายอาชีพ เช่น นักแสดง นักร้อง ช่างภาพ ช่างแต่งผม แต่งหน้า ตัดเย็บเสื้อผ้า เขียนบทละครโทรทัศน์ ประชาสัมพันธ์ ฯลฯ แต่เดี๋ยวก่อน เพราะเรื่องมีอยู่ว่า เมื่อ 5 ปีก่อน เว็บดีไซเนอร์ สามารถทำเงินได้ดีจากการฟรีแลนซ์บริการของพวกเขา แต่ปัจจุบันความต้องการนั้นลดลง เนื่องจากผู้คนในยุคนั้นมีมากเกินความต้องการของตลาด ในขณะเดียวกัน เจ้าของธุรกิจขนาดเล็กนั้นต้องการจะเรียนรู้วิธีการออกแบบเว็บด้วยตนเอง ดังนั้นในปัจจุบันการสอนออกแบบเว็บไซต์อาจจะน่าสนใจกว่าการลงมือออกแบบเอง
นี่คืออีกมุมหนึ่งที่น่าเป็นกังวลของการทำอาชีพอิสระหรือฟรีแลนซ์ ที่สัมพันธ์กับการบริหารจัดการการเงินส่วนบุคคล โดยสิ่งที่ต้องพึงระวังคือความไม่สม่ำเสมอของรายได้ ถ้าดูแลเงินไม่ดี เงินก็อาจชวดได้ภายในวันเดียว
ปัญหาการเงินที่พบอยู่บ่อยๆ กับคนที่ทำงานเป็นฟรีแลนซ์ คือ รายได้ไม่สม่ำเสมอและไม่มีสวัสดิการหรือหลักประกันรายในระยะยาว ซึ่งปัญหานี้ยังมีทางออก ซึ่งจากการศึกษาค้นคว้าพบว่า แหล่งข้อมูลส่วนใหญ่ให้คำแนะนำไปในทิศทางเดียวกัน
มาไขปัญหาแรกก่อนเลย คือ ความไม่สม่ำเสมอของรายได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่สามารถกำจัดให้สิ้นซากจากการทำอาชีพอิสระ แต่ก็ไม่ยากถ้าคิดจะแก้ เพียงแต่จะต้องอาศัยระเบียบวินัย และความเคารพในตนเองมากอยู่สักหน่อย
Recording จดรายได้ทุกอย่างที่ได้รับในแต่ละวันหรือแต่ละครั้ง จะจดเป็นรายวันหรือรายสัปดาห์ก็ได้ เพื่อที่จะได้รู้ว่าในแต่ละเดือนเรามีรายได้เท่าไร และสิ่งที่ควรจดคู่กันไปก็คือ รายจ่ายในแต่ละเดือน จะได้รู้ว่านิสัยการใช้จ่ายของเราเป็นอย่างไร และจะสามารถสร้างสมดุลให้เข้ากับอินพุทและเอาท์พุทของเงิน ลองจดบันทึกสัก เมื่อผ่านไปสัก 2-3 เดือน ลองนำสิ่งที่จดได้มาคำนวณหาค่าเฉลี่ยว่าแต่ละเดือนเงินเข้าออกเท่าไร เพื่อช่วยในการจัดการการเงินที่เข้ามาไม่แน่นอนในแต่ละเดือน เพราะถ้าใช้อย่างไม่คิดหน้าคิดหลัง เงินก็หมดไปอย่างไม่รู้ตัว
Saving ออมให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ โดยทั่วไปสำหรับคนที่มีเงินเดือนอาจจะกันเงินไว้เป็นเงินออม 10-30% ของรายได้ แต่ถ้าคุณเป็นฟรีแลนซ์ ควรต้องกันเงินออมออกมาไว้ก่อนทันทีครึ่งหนึ่ง แล้วส่วนที่เหลือค่อยนำไปจัดสรรเป็นค่าใช้จ่าย เพราะอิสระในการทำงานทำให้รายได้ของคุณสไม่ค่อยสม่ำเสมอ เงินออมก้อนนี้จะไปช่วยเยียวยาอนาคตในกรณีที่บางเดือนอาจไม่มีรายได้เข้ามา เลย
Changing ปรับไลฟ์สไตล์การใช้จ่ายสักหน่อย เพราะดิฉันเชื่อว่าไลฟ์สไตล์ของฟรีแลนซ์จำนวนไม่น้อยนิยมการเลี้ยงสังสรรค์ และมีงานปาร์ตี้อยู่เป็นประจำ เพราะการทำงานอิสระมีเวลาค่อนข้างมาก บางทีเพื่อนตัวดีชวนไปไหนก็ค่อนข้างไม่พลาด เพราะฉะนั้นคุณจะต้องจัดการกับเงินทองอย่างจริงจัง ลดความถี่ของการสังสรรค์ค์ลงบ้าง เลือกไปบางแมตช์ก็พอ ให้รายจ่ายลดลงจากสักสัก 1 ใน 4
ส่วนปัญหาอีกอย่างคือการไม่มีสวัสดิการหรือหลักประกันรายได้ในระยะยาว ทางออกคือทำประกันเพื่ออนาคต ไม่ ว่าจะเป็นประกันสุขภาพยามเจ็บป่วย หรือประกันอุบัติเหตุ ประกันชีวิตเดี๋ยวนี้สามารถตอบโจทย์ให้คุณได้หลายอย่าง ทั้งแบบสะสมทรัพย์ หรือซื้อกรมธรรม์ประกันชีวิตแบบคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลและค่าชดเชยยามเจ็บ ไข้ก็ได้ ส่วนในเรื่องของการลงทุนเพื่อบั้นปลายชีวิต แนะนำว่าฟรีแลนซ์ควรจะลงทุนในรูปของกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) หรือกองทุนหุ้นระยะยาว (LTF) เพราะอย่างน้อยก็เป็นการออมและลงทุนที่ช่วยประหยัดภาษี อีกหนึ่งสิ่งที่ต้องพึงระวังให้มาก คือ การเป็นหนี้ เพราะความที่รายได้ไม่แน่นอน หากสร้างหนี้ไว้มาก จนกลายเป็นหนี้เสีย อาจเสี่ยงต่อการตาดแบล็กลิสต์ในเครดิตบูโร
การเติบโตของการเป็นฟรีแลนซ์นั้นต้องใช้ เวลา ต้องใช้เวลาในการตั้งตัว และต้องใช้เวลาในการทำเงิน ทั้งหมดนี้สามารถทำให้คุณคลั่ง กินไม่ได้นอนไม่หลับ แต่ด้วยความสามารถ ความอดทน และโชคอีกนิดหน่อย การเป็นฟรีแลนซ์จะเป็นหนึ่งในวิธีการทำงานที่มีผลตอบแทนที่ดีที่สุดวิธี หนึ่ง หลังจากคุณจัดระบบตรงนี้ได้ลงตัว ต่อไปคุณก็จะทำงานอย่างมีความสุข และมีอิสระทางการเงิน เพราะการใช้ชีวิตที่มีความสุขขึ้นอยู่กับตัวเราเองแทบทั้งสิ้น
การแลกเปลี่ยนกับอิสระเหล่านั้น มีความเสี่ยงและความไม่มั่นคง ไม่มีการันตีสำหรับเงินเดือนเดือนหน้า วิธีการที่ดีที่สุดที่จะรับรองอนาคตการเป็นฟรีแลนซ์ คือ การให้บริการที่มีคนต้องการและพร้อมที่จะจ่าย ถ้าเพียงเพราะว่าอยากจะทำอะไรสักอย่าง ไม่ได้หมายความว่าจะมีตลาดที่พร้อมเพื่อธุรกิจ
ทุกอย่างต้องเปลี่ยนแปลงตามความต้องการได้เสมอถึงจะพบกับความสำเร็จในงานฟรีแลนด์ พบกันใหม่ครั้งหน้า...สวัสดี


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น