องค์กรก็เช่นเดียวกันในมัยก่อนปัญหาที่เกิดขึ้นในองค์กร ก็ไม่ค่อยมีอะไรซับซ้อนมากเหมือนสมัยนี้ ปัญหาองค์กรมักจะเป็นเรื่อง ไม่มีเงินทุน ขาดแรงงานที่มีฝีมือ หาแรงงานไม่ได้ วัตถุดิบไม่พอ การขนส่งไม่ทันเวลา การผลิตมีของเสียเยอะ เครื่องจักรไม่ทันสมัย ฯลฯ แต่สมัยนี้มีทั้งปัญหาการเมืองในองค์กร การเมืองในธุรกิจ ปัญหาที่เกิดจากความซับซ้อนของเทคโนโลยีในการผลิต ปัญหาต้นทุนของเงินทุนเทียบกับความคาดหวังของนักลงทุน ปัญหาจากกฎระเบียบข้อบังคับของระบบมาตรฐานสากล กฎหมาย ข้อกำหนดของลูกค้า ตลาดหลักทรัพย์ หลักบรรษัทภิบาล ปัญหาวัฒนธรรมองค์กร ปัญหาสไตล์ของผู้นำองค์กร ปัญหาจริยธรรมในการทำงาน ปัญหาเรื่องภาพลักษณ์องค์กร ฯลฯ
สำหรับแนวทางการรักษาผู้ป่วยในสมัยก่อนก็ไม่มีวิธีการอะไรที่ซับซ้อนมากมาย เป็นปวดหัวตัวร้อน ท้องเสีย ก็รักษาตามอาการ เป็นอะไรก็ไปหาหมอที่เก่งด้านนั้น เป็นหลายอาการก็ไปหาหมอทีท่านเพื่อแก้ปัญหาทีละอาการ เท่านี้ก็สามารถรักษาผู้ป่วยให้หายเป็นปกติได้แล้ว แต่เมื่อโรควิวัฒนาการขึ้น แนวทางการรักษาแบบเดิมคงจะใช้ไม่ได้ผล เพราะโรคบางโรคไม่สามารถรักษาตามอาการได้แล้ว เนื่องจากอาการนั้นเป็นแค่ผลเท่านั้น ไม่ใช่สาเหตุ โรคบางโรคให้คุณหมอที่เก่งเรื่องเดียวท่านเดียวรักษาไม่ได้แล้ว เพราะโรคบางโรคมีความซับซ้อนและเกี่ยวข้องกับระบบในร่างกายหลายระบบ เราจะเห็นว่าสมัยนี้การรักษาโรคเริ่มเปลี่ยนจากการใช้ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านรักษาไปตามอาการ มาเป็นการรักษาโดยใช้ทีมที่มาจากผู้เชี่ยวชาญในหลากหลายสาขามาร่วมกันรักษา ตั้งแต่การวินิจฉัยโรค การกำหนดทางเลือกในการรักษา การดำเนินการรักษา ตลอดจนการติดตามประเมินและสรุปผลการรักษา ซึ่งจะทำร่วมกันในทุกขั้นตอน เพราะบางครั้งการรักษาโดยใช้การผ่าตัดอาจจะส่งผลกระทบเรื่องหนึ่ง รักษาโดยการฉายแสงก็จะส่งผลกระทบอีกเรื่องหนึ่ง ถ้าใช้ผู้เชี่ยวชาญเพียงด้านเดียว การรักษาผู้ป่วยก็อาจจะไม่ประสบความสำเร็จเหมือนสมัยก่อน
การจัดการกับปัญหาในองค์กรสมัยใหม่ก็เช่นเดียวกัน คงไม่สามารถปล่อยให้ใครคนใดคนหนึ่ง หน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง อาชีพใดอาชีพหนึ่ง แก้ปัญหาด้วยตัวเองได้แล้ว เช่น ปัญหาสินค้าเดทสต๊อก ถ้าเราปล่อยให้คนดูแลสต๊อกเป็นคนจัดการเหมือนสมัยก่อน คงไม่ได้ผลแล้ว เพราะสมัยก่อนการผลิตส่วนใหญ่เป็นแบบผลิตเก็บเข้าสต๊อก และเบิกไปขาย ถ้าบริหารสต๊อกดีก็ไม่มีสินค้าเดทสต๊อกอย่างแน่นอน แต่ปัจจุบันระบบการบริหารสต๊อกซับซ้อนกว่าเดิม เพราะมีระบบการบริหารจัดการสต๊อกเปลี่ยนไป ใช้ระบบแทนคน มีทั้งผลิตเข้าสต๊อก ผลิตตามออเดอร์ บริการดูแลสต๊อกให้ลูกค้า จ้างคนอื่นเก็บสต๊อก การสต๊อกสินค้าเพื่อเก็งกำไร ความผันผวนของความต้องการของตลาด ความไม่แน่นอนของวัตถุดิบ ความหลากหลายของสินค้า มาตรฐานการจัดเก็บที่แตกต่างกัน ฤดูกาลของสินค้า ความคุ้มค่าในการผลิต การบริหารสต๊อกเพื่อสร้างความได้เปรียบคู่แข่งขัน ฯลฯ
เมื่อเป็นเช่นนี้ การจัดการกับปัญหาต่างๆในองค์กรจำเป็นต้องเปลี่ยนไปจากเดิมเช่นกัน จากเดิมที่แก้ปัญหาตามอาการ แก้ปัญหาโดยใช้ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านเฉพาะเรื่องมาเป็น “การบริหารจัดการบนพื้นฐานของโซลูชั่น (Solutions Based Management)” หมายถึงการบริหารจัดการโดยยึดเอาปัญหาหรือประเด็นใดประเด็นหนึ่งเป็นตัวตั้งแล้วระดมผู้เชี่ยวชาญในทุกๆด้านที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนั้นมาช่วยกันกำหนดแนวทางในการจัดการกับปัญหาหรือพัฒนาเรื่องนั้นๆให้ตลอดจนสรุปได้ว่าได้ผลหรือไม่
ตอนนี้บางองค์กรเริ่มนำแนวทางนี้มาใช้บ้างแล้ว แต่มักจะอยู่ในรูปของคณะทำงาน เช่น คณะทำงานเพื่อแก้ปัญหาสินค้าล้นสต๊อก คณะทำงานเพื่อออกสินค้าใหม่ คณะทำงานเพื่อจัดการกับข้อร้องเรียนลูกค้า ฯลฯ เหตุผลที่ยังเป็นรูปแบบคณะทำงานอยู่ก็เพราะว่าทุกคนยังมีงานประจำที่ต้องทำตามหน้าที่ตามวิชาชีพของตัวเองอยู่ แต่ในอนาคตงานที่ต้องทำงานเป็นทีมจะเริ่มมีมากขึ้น งานประจำตามวิชาชีพจะลดน้อยลงเพราะระบบและเทคโนโลยีจะเข้ามาช่วยทำงานแทนมากขึ้น เมื่อเป็นเช่นนี้ต่อไปการจัดโครงสร้างการบริหารจัดการในองค์กรอาจจะต้องเปลี่ยนไปเป็นการจัดโครงการตามตามโซลูชั่น เช่น อาจจะมีหน่วยงาน Service Solution, Product Solution, Customer solution, Finance solution, Logistics solution, Quality solution ฯลฯ ซึ่งแต่ละหน่วยงานอาจจะประกอบไปด้วยคนจากสหสาขาอาชีพที่ต้องมาทำงานร่วมกัน และอาจจะต้องมีหน่วยงานกลางที่คอยกำกับดูแลภาพรวมของทุกโซลูชั่น (ISC : Integrated Solutions Center) เพื่อหาจุดสมดุลในภาพรวมของทั้งองค์กร
รูปแบบของการบริหารงานบนพื้นฐานของโซลูชั่นในอนาคคต แตกต่างจากที่เป็นอยู่ในปัจจุบันตรงที่ไม่ใช่รอปัญหาเกิดแล้วค่อยคิดโซลูชั่น แต่องค์กรต้องคิดโซลูชั่นที่เป็นไปได้ทั้งหมดไว้ก่อนล่วงหน้า เพราะโซลูชั่นบางอย่างเป็นโซลูชั่นเพื่อการพัฒนา และถ้าเรามีโซลูชั่นอยู่บนชั้นของการบริหารจัดการ แสดงว่ามันพร้อมที่จะถูกนำออกมาใช้ทันที โดยไม่ต้องเสียเวลาพัฒนา ค้นหา หรือปรับแต่งให้เสียเวลา ดังนั้น องค์กรจำเป็นต้องให้ทุกยูนิตคิดโซลูชั่นขึ้นมาให้พร้อมอยู่ตลอดเวลา และเมื่อสถานการณ์เปลี่ยนก็ต้องปรับเปลี่ยนโซลูชั่นนั้นๆให้ทันสมัยอยู่เสมอ
ผมเชื่อว่าในอนาคตองค์กรไหนได้นำเอาแนวคิดเชิงกลยุทธ์เกี่ยวกับ Solutions Based Management ที่ได้นำเสนอนี้ไปใช้ก่อน องค์กรนั้นน่าจะก้าวหน้าและพัฒนาองค์กรได้ดีกว่าและเร็วกว่าที่ตั้งเป้าหมายไว้ และน่าจะเป็นผู้นำในการแข่งขันที่เหนือกว่าคู่แข่งอย่างแน่นอนครับ

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น