วันศุกร์ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2554

ความเชื่อ...พลังมหัศจรรย์ของโลก (3)


ทำไมผมจึงต้องกลับมาเขียนอีกครั้งในเรื่อง "ความเชื่อ" นี้ เหตุผลมีอยู่ที่มันเป็นพลังมหัศจรรย์ของโลกจริงๆ เหมือนกับการเล่นกลที่เขารู้และเชื่อว่าคนดูต้องการดูอะไร เขาก็จะทำให้เกิดแบบนั้น โดยที่เราเองลืมไปว่ามันเกิดขึ้นอย่างไร ด้วยวิธีการไหน นั้นหล่ะที่เขาทำให้เราเชื่อสนิทเลยว่าเป็นแบบนั้นได้ ทั้งๆ ที่ไม่ได้เป็นอย่างที่เราจับจ้องอยู่
ความเชื่อในตอนนี้ผมอยากจะบอกถึงว่า..ถ้าเราอยู่ในในกระแสของความโลภ ความโกรธ ความหลง แล้วเราก็จะมีความเชื่อในแบบนั้นโดยขาดที่มาที่ไป เพราะความเชื่อเหล่านั้นจะนำพาปัญหามาให้ไม่รู้จักจบสิ้น ความเชื่อของคนในยุคปัจจุบันนี้บอกไว้อย่างชัดเจนว่า ในกลุ่มคนที่มีความรู้ เวลาที่เขาเชื่อเรื่องอะไรแล้ว เขาจะหาเหตุผลสนับสนุนรองรับความเชื่อของเขา ซึ่งผมมักจะบอกเสมอว่า เหตุผลกับความจริงมันคนละเรื่องกัน คนเราพอเชื่ออะไรแล้ว ก็จะหาเหตุผลมาสนับสนุนความเชื่อของตนเอง แต่ไม่ได้หาความจริงมาสนับสนุนความเชื่อของตนเอง หรืออาจจะเอาความจริงบางส่วนมาอธิบายความเชื่อทั้งหมด เพราะฉะนั้น คนที่เวลาจะเชื่อ หรือศรัทธาอะไร เขาก็จะใช้สติปัญญา ความสามารถของเขาทั้งหมด เพื่อให้ความเชื่อของตนเองสมจริง ผมจะบอกว่านี่คือ หลุมดำของความเชื่อ แล้วก็เป็นหลุมดำของเหตุผลด้วย เมื่อเป็นเช่นนั้นเราจึงต้องกลับมามองความเชื่อของคนอื่นด้วยสติปัญญา วิเคราะห์หาสาเหตุให้ชัดเจน แล้วถามตัวเองว่า ถ้าพบสาเหตุแล้วจะเริ่มแก้ไขตรงไหน
ถ้าย้อนเวลาไปได้ขอนำเอาคำสอนเกี่ยวกับความเชื่อทางศาสนากลับมา เรื่องมีอยู่ว่า ครั้งหนึ่งในสมัยพุทธกาลเวลาที่พระพุทธเจ้าแสดงอริยมรรค มีองค์ 8 ท่านจึงเริ่มด้วยความเชื่อ ถ้าเชื่อถูก ทุกอย่างถูกหมด ถ้าเชื่อผิดทุกอย่างผิดหมด เพราะฉะนั้น คนที่เชื่อผิดจึงน่ากลัวที่สุด และคนที่เชื่อถูก จึงเป็นคนที่น่ายกย่องที่สุด เรื่องความเชื่อ จึงเป็นเรื่องที่ใหญ่มาก ดังที่มีถ้อยคำกล่าวไว้ว่า "You are what you believe. You are what you think." เชื่ออย่างไร ก็จะใช้ชีวิตอย่างนั้น เพราะความเชื่อสำคัญเช่นนี้ ธรรมจักรกัปปวัตตนสูตรเรื่องแรก พระธรรมเทศนากัณฑ์แรกที่พระพุทธเจ้าแสดงจึงเริ่มต้นด้วย "ความเชื่อ"
มาถึงตอนนี้แล้วพอจะเข้าใจหรือยังว่า ความเชื่อเป็นพลังมหัศจรรย์ได้หมดทั้งทางบวกและลบ ขึ้นอยู่กับว่าเราจะเอาทางไหนมาเชื่อดี

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น