

จากช่วงที่มีการมอบรางวัลออสการ์ (Oscar)หรือ อคาเดมีอวอร์ดส (Academy Awards)ซึ่งเป็นงานรางวัลทางภาพยนตร์ ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก จัดโดยสถาบันศิลปะและวิชาการทางภาพยนตร์ (Academy of Motion Picture Arts and Sciences หรือ AMPAS)ที่ผ่านมาผมได้ติดตามดูว่าปีนี้จะหนังเรื่องมีอะไรได้รางวัลกับเขาบ้าง เพราะทุกเรื่องที่เข้าชิงล้วนแต่เป็นหนังที่มีคุณภาพทั้งสิ้น รางวัลออสการ์นี้เขาเริ่มจัดตั้งแต่ปีค.ศ.1929 โดยในปีค.ศ.2011นี้ได้จัดงานประกาศผลรางวัลออสการ์ ครั้งที่ 83 ซึ่งมีในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ ในโกดักเธียเตอร์ของฮอลลีวูดที่ผ่านมา ตรงกับเวลาในประเทศไทยวันที่ 28 กุมภาพันธ์ เวลาประมาณ 8.30 ตอนเช้าวันนี้นี่เอง โดยพิธีกรที่ทำหน้าที่เป็นผู้ดำเนินรายการหลักคือ คู่หนุ่มสาวรุ่นใหม่ James Franco (คนที่เล่นเรื่อง 127 Hours) และ Anne Hathaway รางวัลแรกของงานประเดิมด้วยการชนะของหนังเรื่อง Alice in Wonderland คว้ารางวัลกำกับศิลป์ยอดเยี่ยมกลับบ้านไป โดยหนังที่ 4 เรื่องที่ปิ๋วรางวัลนี้ไป ไล่ตั้งแต่หนังพ่อมดภาคต่อ Harry Potter and the Deathly Hallows: Part 1, หนังคาวบอย True Grit, หนังฝันล้ำลึก Inception และหนังราชาติดอ่าง The King’s Speech ด้วยการกำกับศิลป์ของ Robert Stromberg และ Karen O’Hara ที่ใส่ซะเต็มสูบหนังจึงออกมาอลังการณ์ดาวล้านดวงได้อย่างนี้ และทำให้หนังอลิซคว้าชัยเหนือคู่แข่ง เปิดงานออสการ์ครั้งที่ 83 ได้อย่างภาคภูมิ รางวัลต่อมาเป็นทางด้านของการกำกับภาพยอดเยี่ยมมีผู้เข้าชิงด้วยกัน 5 เรื่อง คือ True Grit / The Social Network / The King’s Speech / Black Swan / Inception และเรื่องที่คว้ารางวัลกำกับภาพยอดเยี่ยมไปได้คือหนังเรื่อง Inception รางวัลนี้มอบให้กับ Wally Pfister กับการนำเสนอภาพเหตุการณ์ที่ซับซ้อนได้อย่างมีมิติ จนทำให้คนดูรู้สึกทึ่งไปพร้อมความงง! ดูกันไม่รู้กี่รอบ เพราะยังดูไม่รู้เรื่อง! จนทำให้หนังเรื่องนี้ทำรายได้เฉียด 3oo ล้านเหรียญ!! สุดยอดมากในการกำกับภาพแบบนี้ มาถึงรางวัลทางด้านของนักแสดงกันบ้าง ประเดิมด้วยรางวัลนักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยมที่ขับเคี่ยวกันมาทั้ง 5 คนได้แก่ Jacki Weaver จากเรื่อง Animal Kingdom / Hailee Steinfeld จากเรื่อง True Grit / Helena Bonham Carter จากเรื่อง The King’s Speech / Amy Adams จากเรื่อง The Fighter และ Melissa Leo จากเรื่อง The Fighter และก็เป็นทางด้านของป้า Melissa Leo ที่คว้ารางวัลนักแสดงสมทบหญิงในครั้งนี้ไป ซึ่งป้าก็กวาดมาแล้วหลายสถาบันกับการแสดงในเรื่อง The Fighter เอาไปเถอะป้า ผมรู้แล้วว่าป้าหวง! มาต่อกันทางด้านของหนังการ์ตูนอนิเมชั่นกันบ้าง สำหรับรางวัลภาพยนตร์การ์ตูนสั้นยอดเยี่ยมเรื่องที่เข้าชิงมี 5 เรื่องได้แก่ Madagascar, a Journey Diary / Let’s Pollute / The Gruffalo / Day & Night และ The Lost Thing และก็เป็นที่หนังออสเตรเลีย-อังกฤษเรื่อง The Lost Thing นั่นเองที่คว้ารางวัลภาพยนตร์การ์ตูนสั้นไปครอบครอง เมื่อมอบรางวัลให้ภาพยนตร์การ์ตูนสั้นกันไปแล้ว ออสการ์ก็มอบรางวัลให้ภาพยนตร์การ์ตูนยาวกันต่อเลย สำหรับรางวัลภาพยนตร์การ์ตูนยอดเยี่ยมปีนี้มีมาเข้าชิง 3 เรื่องคือ The Illusionist / How to Train Your Dragon และเต๋งจ๋าอย่าง Toy Story 3 และก็เป็นที่เต๋งจ๋านั่นแหละที่คว้าไป ก็เห็นเอาไม้กวาดไปกวาดมาแล้วแทบทุกสถาบันที่จัดงาน ถ้าไม่ได้ก็แปลกแล้วล่ะ แถมฮิตถล่มรายได้ไปมากสุดปีที่แล้วด้วยนะ รู้งี้ดิสนีย์อาจสร้างมาต่ออีก 7 ภาคก่อได้ถ้าไม่หมดมุกซะก่อน ต่อไปเป็นรางวัลที่มอบให้กับผู้เขียนบทที่สามารถเมกเรื่องได้น่าสนใจ รางวัลบทภาพยนตร์ดัดแปลงยอดเยี่ยมปีนี้ตกเป็นของภาพยนตร์เรื่อง The Social Network และนี่ก็เป็นรางวัลนอนมาอีกหนึ่งรางวัล ซึ่งคู่แข่งอีก 4 เรื่องที่เหลือได้แต่นั่งมองตาปริบๆ อันได้แก่ Winter’s Bone / True Grit / Toy Story 3 / 127 Hours เป็นรางวัลแรกของหนังเฟซบุ๊คในงานนี้ จะตามมาอีกกี่รางวัล ติดตามกันต่อไป ตามติดมาด้วยรางวัลบทภาพยนตร์อีกหนึ่งรางวัล สำหรับรางวัลบทภาพยนตร์ดั้งเดิมยอดเยี่ยม ผู้เข้าชิงทั้ง 5 เรื่องมีดังนี้ The Kids Are All Right / Inception / The Fighter / Another Year / The King’s Speech ผลออกมาเป็นที่หนังราชาติดอ่างอย่าง The King’s Speech ที่คว้าไปตามคาด และเป็นรางวัลแรกในงานของหนังเรื่องนี้ ที่เข้าชิงสูงที่สุดถึง 12 รางวัลด้วยกัน ในขณะที่คู่แข่งอย่าง The Social Network เข้าชิงน้อยกว่าที่ 8 รางวัล เปลี่ยนแนวมามอบรางวัลให้กับภาพยนตร์ภาษาอื่นกันบ้าง สำหรับรางวัลภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศยอดเยี่ยมปีนี้เข้าชิง 5 รางวัลคือ Outside the Law (Algeria) / Incendies (Canada) / Dogtooth (Greece) / Biutiful (Mexico) / In a Better World (Denmark) และรางวัลภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศยอดเยี่ยมก็ตกเป็นของหนังจากแดนนางเงือกอย่าง In a Better World หรือชื่อในภาษาเดนิชว่า Hævnen รางวัลต่อไปเป็นการมอบรางวัลสาขานักแสดงเป็นรางวัลที่สองของงาน รางวัลนักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม ผู้เข้าชิงทั้ง 5 คนได้แก่ Geoffrey Rush จากเรื่อง The King’s Speech / Mark Ruffalo จากเรื่อง The Kids Are All Right / Jeremy Renner จากเรื่อง The Town / John Hawkes จากเรื่อง Winter’s Bone / Christian Bale จากเรื่อง The Fighter ซึ่งรางวัลก็ตกเป็นของ Christian Bale จากเรื่อง The Fighter ที่พี่แกเล่นลดน้ำหนักซะบักโกรกมาก! อ้วน-ผอมสั่งได้ เอารางวัลไปเลยละกันครับ ต่อกันด้วยรางวัลทางด้านเสียงรางวัลแรกของงาน รางวัลดนตรีประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ปีนี้ตกเป็นของ The Social Network ที่มี Trent Reznor และ Atticus Ross ให้ดนตรีประกอบ โดยแต่ละคนที่เข้าชิงจาก 4 เรื่องที่เหลือก็เทพๆ ทั้งนั้น ซึ่งก็คือ Alexandre Desplat ให้ดนตรีประกอบเรื่อง The King’s Speech / John Powell ให้ดนตรีประกอบเรื่อง How to Train Your Dragon / A.R. Rahman ให้ดนตรีประกอบเรื่อง 127 Hours / Hans Zimmer ให้ดนตรีประกอบเรื่อง Inception แต่ก็ได้แต่มองน้ำลายไหลที่รางวัลตกไปเป็นของหนังเฟซบุ๊คอีกหนึ่งรางวัล มาถึงตอนนี้หนังเฟซบุ๊ค The Social Network นำหน้า The King’s Speech ไปแล้ว 1 รางวัลอีกรางวัลทางด้านเสียง รางวัลบันทึกเสียงยอดเยี่ยม โดยมีผู้แย่งชิงรางวัลกัน 5 เรื่องคือ True Grit / The Social Network / Salt / The King’s Speech / Inception โดย 4 เรื่องแรกแย่งไปแย่งมา ยังไงก็ไม่สามารถแย่งรางวัลไปจากหนังเรื่อง Inception ได้เพราะหนังเรื่องนี้เด็ดดวงจริง ขนาดมีนางเกลือโจลี่โดดลงมาร่วมแจมยังพลาดท่าเลย ต่อกันด้วยอีกรางวัลทางด้านเสียง กับรางวัลกำกับเสียงยอดเยี่ยม ซึ่ง Inception ก็คว้าไปอีกรางวัล โดย 4 เรื่องที่ทำได้เพียงเข้าชิงก็มี Unstoppable / True Grit / TRON: Legacy / Toy Story 3 มาถึงตอนนี้หนังฝันล้ำลึกก็กวาดไปแล้ว 3 นำหน้าเรื่องอื่นๆ ไปแล้ว มาต่อกันที่รางวัลแต่งหน้ายอดเยี่ยม สำหรับหนังที่เข้าชิงรางวัลการแต่งหน้ายอดเยี่ยมมี 3 เรื่องดังนี้ The Way Back / Barney’s Version / The Wolfman โดยรางวัลนี้ตกเป็นของหนังหมาป่า The Wolfman ที่แต่งหน้าหมาป่าซะปาไปเป็นวัน ก็ต้องให้เค้าล่ะ ส่วนเรื่องที่พลาดไปก็กลับไปซ้อมแต่งหน้าเอาหน้ากระจกกันต่อไปเถอะรางวัลออกแบบเครื่องแต่งกายยอดเยี่ยม มอบให้กับการแต่งกายที่สวยงาม หรือบางทีก็เวอร์ซะ! จะสวยหรือจะเวอร์ก็มีรางวัลการันตีนะเออ หนังที่เข้าประกวดความเวอร์ของเครื่องแต่งกายก็มี 5 เรื่องดังนี้ True Grit / The Tempest / The King’s Speech / I Am Love / Alice in Wonderland โดยเรื่องที่ได้เข้าชิงมาก็ได้การันตีจากออสการ์แล้วว่าชุดสวยเวอร์จนโดนตากรรมการ แต่เรื่องที่สวยเวอร์ที่สุดตกเป็นของเรื่อง Alice in Wonderland เรื่องนี้เล่นทั้งสีสัน ทั้งชุด ทั้งบ้า ทั้งบอ ผู้กำกับยังหัวฟูเลย จะเอาอะไรกันนักหนาเนี่ย!ก่อนที่จะบ้าไปมากกว่านี้ ออสการ์ก็เลยรีบมอบรางวัลภาพยนตร์สารคดีสั้นยอดเยี่ยมกันต่อเลยทันที โดยมีเรื่องที่เข้าชิงดังนี้ The Warriors of Qiugang / Sun Come Up / Poster Girl / Killing in the Name / Strangers No More ซึ่งเรื่องที่คว้ารางวัลไปก็คือ Strangers No More
ต่อกันด้วยรางวัลภาพยนตร์สั้นคนแสดงยอดเยี่ยม มีเรื่องที่เข้าชิง 5 เรื่อง Wish 143 / Na Wewe / The Crush / The Confession / God of Love และรางวัลภาพยนตร์สั้นยอดเยี่ยมก็ตกเป็นของหนังเรื่อง God of Love ต่อกันด้วยรางวัลภาพยนตร์สารคดียอดเยี่ยม ในปีนี้ตกเป็นของหนังเรื่อง Inside Job โดยอีก 4 เรื่องเข้าชิงที่เหลือได้แก่ Waste Land / Restrepo / GasLand / Exit Through the Gift Shop มาต่อกันที่รางวัลเทคนิคพิเศษยอดเยี่ยม มอบให้กับการเล่นภาพที่สมจริง ยิ่งใหญ่ อลังการณ์งานสร้าง โดยมีเรื่องที่บังอาจเข้าชิงถึง 5 เรื่องดังนี้ Iron Man 2 / Hereafter / Harry Potter and the Deathly Hallows: Part 1 / Alice in Wonderland โดยแต่ละเรื่องนั้นก็อัดเทคนิคพิเศษมากันไม่ยั้ง ซึ่งมี 4 เรื่องด้วยกันที่ยั้งไม่อยู่ เลยพลาดรางวัลไป รางวัลจึงไปตกกับเรื่อง Inception ซึ่งก็เป็นรางวัลที่ 4 ทำให้นำหน้าหนังทุกเรื่องแล้วตอนนี้ แล้วรางวัลนี้ก็เป็นรางวัลสุดท้ายของเรื่องนี้ที่น่าจะได้ เพราะอีกรางวัลที่ Inception ได้เข้าชิงนั้นคือ ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ก็ไม่ได้แน่ๆ จะได้ก็แค่ในฝันล่ะ ฝันระดับไหนก็ได้ ไม่รู้รางวัลที่ได้มาก่อนหน้านี้ ได้มาจริงๆ หรือฝันเอาล่ะเนี่ย! รางวัลต่อไปมอบให้กับหนังที่ตัดต่อภาพได้ลื่นไหล ซึ่งได้แก่รางวัลตัดต่อภาพยอดเยี่ยม ที่ตกเป็นของหนังเรื่อง The Social Network ตัดต่อภาพได้ลื่นไหลมาก จนรางวัลไหลไปไหนหมดก็ไม่รู้เนี่ย เรื่องที่ไม่ยอมไหลตามไปอีก 4 เรื่องได้แก่ The King’s Speech / The Fighter / Black Swan / 127 Hours พยายามโกยรางวัลกันเข้า ฮิ้วๆ ต่อกันด้วยรางวัลทางด้านเสียงรางวัลสุดท้าย กับรางวัลเพลงประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยม โดยมีหนัง 4 เรื่องส่งเพลงเข้าชิงดังนี้ เพลงไฟที่กรูเห็น “I See the Light” จากเรื่อง Tangled / เพลงกลับบ้านเถอะ “Coming Home” จากเรื่อง Country Strong / เพลงเมื่อกรูขึ้นไปได้นะมรึง “If I Rise” จากเรื่อง 127 Hours / เพลงเราเป็นผัวเมียกัน “We Belong Together” จากเรื่อง Toy Story 3 โดยเพลงที่ได้รางวัลไปก็คือ เพลงเราเป็นผัวเมียกัน “We Belong Together“ จากเรื่อง Toy Story 3 นั่นเองมาถึง 4 รางวัลใหญ่กันแล้ว มอบให้ก่อนเลยก็ผู้กำกับ สำหรับรางวัลผู้กำกับภาพยนตร์ยอดเยี่ยมปีนี้เข้าชิง 5 เรื่องด้วยกันดังนี้ David O. Russell จากเรื่อง The Fighter / Ethan Coen, Joel Coen จากเรื่อง True Grit / Darren Aronofsky จากเรื่อง Black Swan / David Fincher จากเรื่อง The Social Network / Tom Hooper จากเรื่อง The King’s Speech เอาล่ะสิ มาแต่ขาใหญ่ทั้งนั้น แต่ละท่านเจ๋งจริงๆ สำหรับรางวัลนี้นอนมาอย่างผู้กำกับ David Fincher ที่แทบกวาดเกลี้ยงทุกงานก็ตุ๊มๆ ต่อมๆ ล่ะ และเมื่อรางวัลถูกประกาศออกมา พี่ท่านก็ปิ๋วไปซะนี่ เพราะรางวัลผู้กำกับยอดเยี่ยมตกเป็นของ Tom Hooper จากเรื่อง The King’s Speech แทน เล่นเอาแทบช๊อคเลยมั้ยครับคุณพี่ฟินเชอร์ นอนมานานเกินไป ตื่นได้แล้ว!!เอาล่ะ ผมขอพอกับการบอกรายละเอียดเรื่องรางวัลไว้เท่านี้ดีกว่า เดี๋ยวจะเขียนเพลินกินพื้นที่การวิจารณ์หนังที่จั่วหัวไว้หมด ผมขอสรุปเลยดีกว่าผลรางวัล Academy Awards 2011 (Oscar) ครั้งที่ 83
• ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม The King’s Speech
• ผู้กำกับภาพยนตร์ยอดเยี่ยม Tom Hooper จากเรื่อง The King’s Speech
• นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม Colin Firth จากเรื่อง The King’s Speech
• นักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม Natalie Portman จากเรื่อง Black Swan
• บทภาพยนตร์ดั้งเดิมยอดเยี่ยม The King’s Speech
• บทภาพยนตร์ดัดแปลงยอดเยี่ยม The Social Network
• นักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม Christian Bale จากเรื่อง The Fighter
• นักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม Melissa Leo จากเรื่อง The Fighter
• ตัดต่อภาพยนตร์ยอดเยี่ยม The Social Network
• กำกับภาพยอดเยี่ยม Inception
• กำกับศิลป์ยอดเยี่ยม Alice in Wonderland
• ออกแบบเครื่องแต่งการยอดเยี่ยม Alice in Wonderland
• แต่งหน้ายอดเยี่ยม The Wolfman
• เพลงประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยม “We Belong Together” จากเรื่อง Toy Story 3
• ดนตรีประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยม The Social Network
• ตัดต่อเสียงยอดเยี่ยม Inception
• บันทึกเสียงยอดเยี่ยม Inception
• เทคนิคพิเศษยอดเยี่ยม Inception
• ภาพยนตร์สั้นยอดเยี่ยม God of Love
• ภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศยอดเยี่ยม In a Better World (Hævnen) จากประเทศ Denmark
• ภาพยนตร์การ์ตูนยอดเยี่ยม Toy Story 3
• ภาพยนตร์การ์ตูนสั้นยอดเยี่ยม The Lost Thing
• ภาพยนตร์สารคดียอดเยี่ยม Inside Job
• ภาพยนตร์สารคดีสั้นยอดเยี่ยม Strangers No More
ภาพยนตร์ที่กวาดไปมากรางวัลสุดเรียงตามลำดับดังนี้
• กวาดไป 4 รางวัล The King’s Speech และ Inception
• กวาดไป 3 รางวัล The Social Network
• กวาดไป 2 รางวัล The Fighter, Toy Story 3 และ Alice in Wonderland
• กวาดไป 1 รางวัล Black Swan, The Wolfman, Inside Job, God of Love, In a Better World, The Lost Thing และ Strangers No More
ภาพยนตร์ที่เข้าชิงสูงแต่พลาด ไม่ได้แม้แต่รางวัลเดียว
• True Grit เข้าชิงถึง 10 รางวัล
• 127 Hours เข้าชิงถึง 6 รางวัล
• The Kids Are All Right และ Winter’s Bone เข้าชิง 4 รางวัล
• Harry Potter and the Deathly Hallows Part I, How to Train Your Dragon และ Biutiful เข้าชิง 2 รางวัล
ภาพยนตร์ที่ได้รับรางวัลที่ได้รายได้รวมในอเมริกามากที่สุด
• Toy Story 3 ได้รายได้รวม 415 ล้านเหรียญ
ภาพยนตร์ที่ได้รับรางวัลที่ได้รายได้รวมในอเมริกาน้อยที่สุด (ที่เข้าฉายแล้ว)
• Inside Job ได้รายได้รวม 4 ล้านเหรียญ
ส่วนอีกรางวัลหนึ่งที่จัดก่อน ได้มีการบอกไว้ประมาณว่าถ้าได้รางวัลลูกโลกทองคำก็พอมีสิทธิ์ได้รางวัลออสการ์ด้วย เพราะแนวทางการตัดสินคล้ายๆ กัน สำหรับรางวัลลูกโลกทองคำ (Golden Globe Award)เป็นรายการแจกรางวัลประจำปีที่มอบให้กับภาพยนตร์และรายการโทรทัศน์เริ่มมาต้งแต่ปี 1944 จัดโดย Hollywood Foreign Press Association(HFPA)มีการจัดมอบให้ทุกปีเช่นกัน นี่ก็เขียนเล่าย้อนหลังการประกาศผลรางวัลมามาก เอาไว้ขอเล่าต่อภาค 2 ดีกว่าจะได้ลงลึกหนังเรื่อง 127 Hours
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น