วันพุธที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2554

กินดีอยู่ดี อย่างเจ เจ


ทุกปีคนไทยเชื้อสายจีน รวมถึงคนจีนที่อาศัยอยู่ในเมืองไทย มักชอบมีความคิดอยากทานเจเพื่อชำระล้างสิ่งไม่ดีออกจากร่างกาย ด้วยการถือศีลกินเจเป็นระยะเวลาสั้นๆ บางคนก็ยาวนานเป็นปีๆ ก็มี ทั้งนี้อยู่ที่ใจศรัทธาและเชื่อว่าการไม่กินเนื้อสัตว์เหมือนการงดเว้นการฆ่าสัตว์ในตัว ผมก็เคยกินกับเขาเหมือนกันแต่ก็ไม่ได้เคร่งอะไรมาก สิ่งหนึ่งที่ได้รู้สึกถึงความเข้าใจที่ไม่ทานแล้วสุขภาพดีขึ้น การกินเจที่จริงแล้วสามารถทำได้ตลอดเวลา อยู่ที่ตัวเราต้องการกินไหม สมัยนี้การกินเจเกิดขึ้นกับกลุ่มคนยุคใหม่มากขึ้น พวกเขาได้หันมาใส่ใจสุขภาพ ปกติจะกินตามเทศกาลกินเจ แต่ปัจจุบันการกินเจได้รับความนิยมมากขึ้นในกลุ่มคนทั่วไปนอกเทศกาลก็มี โดยเฉพาะหนุ่มสาวยุคใหม่ต่างก็หันมากินเจกันมากจริงๆ

ข้อมูลจากชมรมโภชนวิทยามหิดล ระบุว่า ในอดีต เมื่อถึงเทศกาลกินเจ คนส่วนใหญ่มักนึกถึงอาหารประเภทแป้ง เช่น หมี่กึงซึ่งเป็นแป้งที่ทำเลียนแบบเนื้อสัตว์ ส่วนใหญ่นำไป ต้ม ทอด หรือปรุงด้วยน้ำมันปริมาณมาก และเป็นอาหารที่มีพลังงานสูง เสี่ยงต่อความอ้วนที่จะตามมา หลังหมดเทศกาลกินเจ สำหรับสาวยุคใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพโดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในวัยทำงาน การรับประทานอาหารเจแต่ละมื้อนั้นต้องมีครบทั้ง 5 หมู่ตามหลักโภชนาการเพื่อให้ได้คุณค่าทางอาหารสูงที่สุด และการกินอาหารเจเพื่อสุขภาพที่ดีนั้น ควรอุดมไปด้วยอาหารจากธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นผัก ผลไม้ และธัญพืชต่างๆ เพราะอาหารธรรมชาติเหล่านี้ล้วนแต่มีคุณค่าและสารอาหารที่แตกต่างกันออกไป ควรเลือกวัตถุดิบในการประกอบอาหารให้เหมาะสม เพื่อให้ได้รับสารอาหารที่หลากหลาย รู้จักเลือกผลิตภัณฑ์จากอาหารที่เป็นแหล่งโปรตีนจากพืชเป็นส่วนประกอบ และสามารถทดแทนเนื้อสัตว์ได้ เช่น ถั่วเหลือง และเต้าหู้
นอกจากนี้ สิ่งที่ไม่ควรมองข้ามคือ ควรเลือกรับประทานอาหารธรรมชาติที่ให้แคลเซียมสูง และมีสารต้านอนุมูลอิสระเป็นส่วนประกอบด้วย เพราะนอกจากจะช่วยป้องกันการเกิดโรคร้ายต่างๆ เช่น โรคหัวใจ และโรคมะเร็งแล้ว ยังมีส่วนช่วยในเรื่องการต่อต้านริ้วรอย ช่วยคงความอ่อนเยาว์ให้เราอีกด้วย ซึ่งอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระเป็นส่วนประกอบนั้น เป็นสิ่งที่หาได้ไม่ยากเลยในบ้านเรา เพราะมีมากในผัก ผลไม้ และธัญพืชต่างๆ โดยเฉพาะธัญพืช จะเห็นว่าในระยะหลังๆ นี้ ธัญพืชได้กลายเป็นอาหารยอดนิยมสำหรับคนไทยไม่ใช่แค่เฉพาะช่วงเทศการกินเจเท่านั้น ธัญพืชที่นิยมนำมาเป็นส่วนประกอบในอาหารเจก็คือ “งาดำ” อาหารเจส่วนใหญ่ มักจะมีงาดำเป็นส่วนประกอบ เพราะเป็นธัญพืชที่ให้คุณประโยชน์มากมาย มีแคลเซียมสูงกว่านมวัวถึง 6 เท่า ช่วยในการบำรุงกระดูก และมีสารต้านอนุมูลอิสระที่ได้จากวิตามินซี และอี ช่วยบำรุงผิวพรรณให้คงความอ่อนเยาว์ แล้วยังมีแร่ธาตุต่างๆ อีกมากมาย ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ดังนั้น เพื่อให้ในร่างกายของเราได้รับสารต้านอนุมูลอิสระมากๆ ในอาหาร 1 จาน จะต้องมีปริมาณของผัก ผลไม้ และธัญพืชครึ่งหนึ่ง ที่เหลืออีกครึ่งหนึ่งเป็นอาหารหมวดอื่นๆ ทางชมรมให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า หลักของการกินเจส่วนใหญ่แล้วจะนิยมถือศีลไปพร้อมกับการกินเจไปด้วย โดยอาหารเจเป็นอาหารที่ปราศจากเนื้อสัตว์ทั้งปวง รวมไปถึงที่เป็นส่วนผสมอยู่ในเครื่องปรุงต่างๆ ด้วย อีกทั้งยังรวมไปถึงพืชผักที่มีกลิ่นฉุนรุนแรง 5 ประเภทด้วยกัน คือ หัวหอม หัวกระเทียม กุยช่าย ใบยาสูบ และหลักเกียว เนื่องจากมีความเชื่อว่าจะเป็นส่วนในการกระตุ้นจิตใจอารมณ์ให้หงุดหงิด เร่าร้อน และอวัยวะภายในร่างกายทำงานไม่เป็นปกติ นอกจากนี้ ควรหลีกเลี่ยงอาหารรสจัด เผ็ดจัด เค็มจัด หวานจัด รวมทั้งอาหารที่มีมันจัดด้วย

ปัจจุบันอาหารเจมีให้เลือกรับประทานมากมายกว่าแต่ก่อน ทั้งอาหารปรุงสด และผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป เพราะฉะนั้นการจะเลือกกินเจให้อร่อยและมีประโยชน์ต่อสุขภาพ ต้องรู้จักกินอาหารให้ครบหมวดหมู่ ในปริมาณที่เหมาะสม เลือกอาหารจากแหล่งธรรมชาติ หลีกเลี่ยงอาหารที่มีแป้งและไขมันสูง ในการปรุงอาหารควรเน้นการ ต้ม นึ่ง อบ หรือย่าง และหลีกเลี่ยงการใช้ไขมันอิ่มตัว และอาหารที่มีไขมันมากในการปรุงอาหาร

ทั้งยังสามารถเพิ่มผักที่มีสีสัน เช่น แครอท เห็ดต่างๆ หรือถั่วลันเตา เพื่อให้อาหารเจดูมีสีสันที่น่ารับประทานมากยิ่งขึ้น เพราะสำหรับคนยุคใหม่แล้ว สีสัน และความสวยงามของอาหาร ถือเป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้คนหันมาให้ความสนใจกันมากขึ้น เท่านี้ก็กินเจได้อย่างสบายใจแล้ว อีกทั้งยังได้ชำระจิตใจให้สะอาดอีกด้วยเห็นไหมล่ะครับว่า กินดีอยู่ดี อย่างเจ เจ แจ๋วจริงท่านผู้อ่าน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น