
การทำงานใดๆ ก็ตาม ถ้าเป็นการทำงานชิ้นใหญ่ที่ไม่ใช่งานชิ้นเล็กๆ เรามักต้องได้ทำงานร่วมกับคนหมู่มาก ดังนั้น เรื่องหนึ่งที่ควรมีอย่างมากก็คือ ความเกรงใจ ไม่เพียงแต่จะเป็นคุณสมบัติที่ดี ที่ควรมีเท่านั้น แต่ยังเป็นปัจจัยหนึ่งที่จะช่วยสร้างความสุขให้เกิดขึ้นในที่ทำงานได้เช่นกัน เพราะเป็นพลังงานที่ไม่มีวันสูญหายไปไหน แต่จะสะท้อนกลับมาให้เราดีใจไม่รู้จบ หลายคนอาจจะไม่ทราบว่าความเกรงใจสำคัญอย่างไรในที่ทำงาน ผมมีคำตอบนั้นมาฝาก
เรื่องความเกรงใจ...เป็นพลังงานแห่งความสุขได้อย่างไร
ความเกรงใจและให้เกียรติกันนี้เป็นพลังงานอย่างหนึ่งที่จะทำให้เราเกิดความรู้สึกสดชื่นหัวใจทุกครั้งที่ได้รับ และจะทำให้สุขใจมากยิ่งขึ้นเมื่อความเกรงใจเกิดขึ้นในที่ทำงาน คนที่ทำงานร่วมกันสามารถแสดงออกถึงความเกรงใจต่อกันได้หลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น การทักทาย ขอบคุณ หรือขอโทษ ไม่เพียงผู้น้อยที่ควรมีความเกรงใจต่อผู้ใหญ่ ในทางตรงกันข้าม ผู้ใหญ่ที่มีความเกรงใจและให้เกียรติผู้น้อย ก็จะได้รับการเคารพนับถือจากใจจริง
เราควรเกรงใจอย่างไรในที่ทำงาน
ในที่ทำงานเราต้องรู้จักเกรงใจให้เป็น แม้จะสนิทกันมากขนาดไหนก็ตาม เราก็ต้องไม่ลืมที่จะเกรงใจ เพราะไม่เช่นนั้นอาจทำให้รู้สึกผิดใจกันจนส่งผลเสียถึงงานและความสัมพันธ์ได้ ดังนั้นเราจึงจำเป็นต้องมี “ช่องว่างแห่งความเกรงใจ” อยู่ด้วย เพื่อให้เกิดความพอดีระหว่างผู้ร่วมงาน แต่ไม่ควรมีมากเกินไปหรือน้อยเกินไปจนทำให้ระดับความเกรงใจผิดเพี้ยนไป เราสามารถบริหารความจริงใจให้ได้ทั้งงาน และความจริงใจจากเพื่อนร่วมงานได้ในคราวเดียวกัน แต่อาจจะต้องใช้ความรู้สึก ประสบการณ์ และความประณีตเข้าช่วย ตัวเราเองควรเกรงใจและให้เกียรติตนเองด้วย ไม่เพียงแต่จะต้องเกรงใจคนอื่น แต่เราต้องเกรงใจตัวเองด้วยเช่นกัน เพราะในสังคมของการทำงาน เราควรกล้าที่จะแสดงความคิดเห็นในสิ่งที่ถูก นำเสนอประเด็นให้เป็นที่ประจักษ์ เพื่อให้เกิดการเติบโตในที่ทำงาน ไม่ใช่ยอมรับความคิดเห็นของคนอื่นทั้งที่ตนเองไม่เห็นด้วย อีกทั้งยังเป็นการให้เกียรติและเกรงใจตัวเอง แต่การเกรงใจตนเองก็ต้องไม่มากไปหรือน้อยไป จึงจะทำให้เกิดความสุขในการทำงาน ผมหวังว่าเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ตรงนี้น่าจะเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้ามอย่างยิ่ง
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น