วันศุกร์ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2554

กำลังใจหมด ทำไงดี ?


กำลังใจของเราเมื่อมีมาได้ ก็หมดไปได้ แล้วต้องทำไงดี..มาลองนึกถึงตัวเราเองอย่างคนนอกมองเข้ามา มันเป็นคำตอบที่ได้มาเยอะมากที่สุดในการหาข้อมูล การนึกถึงตัวเราเองในที่นี้คิดได้ในหลายแง่ เช่น มองสภาพที่เห็นให้เป็นไปตามสิ่งที่มันเป็น อย่าเข้าข้างตัวเองเกินไป ทำตัวเป็นคนนอกแล้วดูว่า ถ้าเราเป็นคนนอกเราจะคิดอย่างไร และที่สำคัญที่สุด เวลามีปัญหาสิ่งที่ควรจะมีเป็นสิ่งแรกคือ "สติ" ดั่งคำกล่าวที่ว่า สติมาปัญญาเกิด
ลองเริ่มจากหาคนใกล้ชิดที่เรารัก สนิทที่สุดคุยกัน เช่น เมื่อเราได้อยู่กับคนที่เรารัก เช่น พ่อ แม่ พี่น้อง ผู้มีพระคุณ เพื่อนฝูงหรือคนที่เรารัก ทุกบุคคลที่ยกตัวอย่างมา ในชีวิตของคนเราคงต้องมีสักคนที่กล่าวมาแล้วเกี่ยวข้องในชีวิตของเราให้กำลังใจได้ และอย่างน้อยน่าจะมีซักคนที่เราคิดถึงหรือนึกถึงในช่วงเวลาที่เรารู้สึกแย่ๆ กับปัญหา บางครั้งในขณะที่เราจมอยู่กับปัญหา คำตอบที่เราไม่สามารถหาได้ ทางออกดีๆ หรือคำตอบของปัญหาต่างๆ อาจจะมาจากคนรอบๆ ข้างเราก็ได้ เพียงแต่เปิดใจให้กว้างและรับฟังความคิดของคนอื่น การคุยกับเพื่อนเพื่อแลกเปลี่ยนความคิด เป็นสิ่งที่ดีในยามที่เรามีปัญหา อย่างน้อยที่สุดการได้ระบายความรู้สึกออกมาก็พอจะทำให้เรารู้สึกผ่อนคลายว่ามีคนรับฟังเรา จะได้ไม่รู้สึกว่าโลกนี้มีแต่เราเพียงคนเดียว คนหลายๆ คนจะนึกถึง

ไปพึงพา "ธรรมะ"เมื่อมีปัญหาคงจะไม่ใช่สิ่งผิดที่จะคิดอย่างนั้น เพราะธรรมะเป็นเรื่องของการฝึกจิตใจให้ยอมรับความเป็นไปของโลกนี้ การฝึกนั่งสมาธิไม่ใช่เรื่องยากและยังเป็นที่นิยมในคนยุคใหม่ ถ้าคุณผู้อ่านยังไม่มีโอกาสได้ไปลองหาเวลาไปดูนะครับ อาจจะทำให้ใจที่มันร้อนอยู่ตอนนี้เย็นลงได้ แต่คงจะเป็นการดีกว่าที่เราจะเรียนรู้เรื่องของธรรมะ ตั้งแต่ตอนที่เราไม่มีปัญหาเพื่อจะเป็นเกราะป้องกันตัวเราเวลาเราต้องเผชิญ กับสิ่งร้ายๆ ที่เข้ามาในชีวิต


ทำใจ..ปลง คำๆ เดียวง่ายๆ แต่มีความหมายยากที่จะทำได้ แต่ก็ไม่เกินความสามารถของมนุษย์ที่จะทำ ปลงในที่นี้คือการทำใจยอมรับกับสิ่งที่เกิดขึ้นว่ามันเกิดขึ้นแล้ว ตัวเราคงจะไม่สามารถทำอะไรกับมันได้ สิ่งที่ทำได้เพียงอย่างเดียวก็คือการทำจิตใจของเราให้ยอมรับสิ่งที่มันเป็นไป ปลงในที่นี้ไม่ได้หมายถึงให้หมดอาลัยตายอยากกับชีวิต แต่เป็นการปลงเพื่อที่จะได้มีชีวิตอยู่และก้าวต่อไป เพื่อเจอกับสิ่งที่ดีกว่าที่จะเข้ามาในชีวิต อย่าลืมนะครับ ถ้าเราคิดว่าเราหาทางออกไม่ได้ ให้เรานึกถึงคุณพ่อ คุณแม่ เป็นอันดับแรก ในเรื่องความรักแล้วมันย่อมมาพร้อมกับความหวานชื่น แต่จะให้มันอยู่กับเราไปนานๆ ต้องทำไงดีเอย ผมมีเคล็ดลับความหวานชื่นให้อยู่กับเราไปนานๆ มาฝากกันครับ
1)นัดเดตกับคู่ของคุณอาทิตย์ละครั้งเป็นอย่างน้อย ทำให้เป็นกิจวัตร มันเป็นการหาวิธีที่จะใช้เวลาอยู่ด้วยกัน ซึ่งเป็นเรื่องจำเป็นมากของชีวิตคู่
2)อย่าปล่อยให้การสื่อสารในเรื่องปกติธรรมดามาแทนที่การคุยกันแบบคู่รัก หาเวลาที่จะคุยกันถึงเป้าหมายในชีวิต ชีวิตในปัจจุบัน ความฝัน สิ่งที่คุณมีความสุขกับมัน สิ่งที่คุณอยากจะทำ ฯลฯ
3)ลืมวันวาเลนไทน์ไปได้เลย เนื่องจากมันทำให้คนเราคิดจะโรแมนติกเฉพาะโอกาสพิเศษ แทนการทำเช่นนั้น แสดงความรักต่อกันในวันใดก็ได้ ไม่จำเป็นต้องรอโอกาสพิเศษ


หัดอยู่คนเดียวบ้าง...ก็ดีเหมือนกันนะ ทางออกอีกทางเมื่อเราได้ค้นพบตัวเอง การใช้เวลาอยู่กับตัวเองทำให้คุณมีเวลาพอที่จะค้นหาตัวตนและเข้าใจความเป็นตัวคุณมากที่สุด บางครั้งคนเรามัวแต่ชื่นชมกับศาสตร์ที่พยายามจะเข้าใจคนอื่น แต่ลืมไปว่าสิ่งที่สำคัญกว่านั้น คือ การเข้าใจตัวเองต่างหาก รู้ว่าจริงๆ แล้วเราชอบหรือไม่ชอบอะไร โดยปราศจากอิทธิพลจากภายนอกมาเกี่ยวข้อง เพิ่มความนับถือในตัวเอง การอยู่คนเดียวเป็นการเพิ่มอิสระให้กับตัวคุณ ยิ่งถ้าคุณได้ใช้ความเป็นตัวคุณเลือกและตัดสินใจอะไรด้วยแล้ว จะยิ่งเป็นการเพิ่มความมั่นใจในตัวคุณไปอีก ซึ่งมันจะค่อยแทรกซึมไปสู่การใช้ชีวิตด้านอื่นๆ ของคุณด้วย โดยเฉพาะเวลาที่คุณต้องอยู่ร่วมกับคนอื่น บางครั้งก็ไม่จำเป็นต้องใช้การประนีประนอม บ่อยครั้งที่คนเราพยายามใช้ความประนีประนอม เมื่อต้องอยู่ร่วมกับบุคคลอื่น เรามักจะอดทนทำงานร่วมกับคนอื่น เพื่อให้บรรลุข้อตกลงหรือเป้าหมายใดๆ แทนการใช้เวลานั่งกินอาหารค่ำพร้อมดูรายการทีวีสุดโปรด เพราะบางครั้ง การใช้เวลากับตัวเองก็เหมือนการปล่อยให้เราได้ตามใจตัวเอง ทำในสิ่งที่ต้องการ หรือสิ่งที่เรารักโดยไม่มีข้อแม้ใดๆ ทำให้ตัวเองกลับไปเป็นเด็กวัยรุ่นอีกครั้ง จะมีซักวันมั้ยที่คุณเลือกหลบหนีจากผู้คน เพื่อปลดปล่อยความเป็นตัวคุณ ทิ้งความเครียดไว้เบื้องหลัง แล้วพักผ่อนอย่างเต็มที่ ซึ่งช่วงเวลานั้นเหมือนเป็นการรีสตาร์ท เพื่อเปิดโอกาสให้ตัวคุณได้เข้าถึงความต้องการที่แท้จริงของตัวเอง ซึ่งบางครั้งอาจเป็นสิ่งที่คนอื่นต่อต้าน

อีกวิธีหนึ่ง หามุมมองที่สดใส การอยู่กับตัวเองทำให้คุณมีเวลาที่จะชำระล้างจิตใจ สลัดความคิดทั้งปวง และเป็นการเปิดให้เห็นความรู้สึกที่มาจากใจของคุณ โดยปราศจากอิทธิพลของคนอื่น เป็นช่วงเวลา ที่คุณจะได้สะท้อนดูว่าอะไรรคือสิ่งที่สำคัญในชีวิตของคุณ และจริงๆ แล้วคุณรู้สึกอย่างไร กับสถานการณ์ในชีวิตประวันที่คุณต้องเผชิญเป็นประจำ เห็นคุณค่าในสิ่งที่คุณรักมากขึ้น การอยู่คนเดียวเป็นการปลดปล่อยตัวคุณให้มีช่วงเวลาที่จะได้ซาบซึ้งกับช่วงเวลา ที่ได้อยู่กับคนอื่น ยิ่งถ้าคุณไม่เคยมีเวลาที่อยู่กับตัวเอง คุณย่อมปรารถนามัน ซึ่งมันเป็นเรื่องสำคัญที่คุณจะต้องหาสมดุลระหว่างมันให้ได้ เพราะหากคุณสามารถทำได้ คุณจะมีความสุขกับการมีความสัมพันธ์กับคนอื่นมากขึ้น การอยู่คนเดียว ใช่ว่าจะอ้างว้าง เปล่าเปลี่ยวเสมอไป บางทีมันก็มีอะไรๆ แอบซ่อนอยู่ก็เป็นได้ จริงไหมหนอ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น