วันอังคารที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2554

ทำงานไม่ก้าวหน้า เพราะอะไร ?


แค่ความตั้งใจ ความขยัน และความรู้เดิมที่สูงมาก..คงไม่ได้เป็นเครื่องวัดอะไรได้ว่า เมื่อเราทำงานมานานแล้วจะต้องก้าวหน้าได้ดี จากการทำงานที่ผมพบมากับตัวเองนานพอควรที่จะสรุปได้ว่า คนเราเมื่อเรียนจบก็อยากทำงานและมีความก้าวหน้าในการทำงาน อยากได้เงินเดือนสูง มีตำแหน่งหน้าที่ที่ดี มีอนาคต และมีความสุขในการทำงาน แต่ก็มีคนจำนวนมากที่ไม่ก้าวหน้าในการทำงาน และมักก่อให้เกิดปัญหาในที่ทำงานด้วย เป็นที่หนักใจของผู้บริหารองค์กรนั้น เวลาที่ผมไปนำสัมมนาตามบริษัทและองค์กรต่าง ๆ ก็มักได้รับการปรึกษาจากผู้บริหารถึงวิธีพัฒนาบุคคลเหล่านี้ ซึ่งบางคนก็พัฒนาได้ง่าย บางรายก็ยากมากในการจะหาทางช่วยเหลือบุคคลเหล่านี้ให้พัฒนาตัวเองให้ดีขึ้น เราต้องเชื่อว่ามนุษย์ทุกคนอยากดีขึ้นทั้งนั้น ทุกคนอยากได้รับรางวัล อยากมีความสุข แต่ที่เขาทำตัวไม่เหมาะสม หรือมีบุคลิกทำให้เกิดปัญหาในการทำงานและไม่ก้าวหน้าในการทำงานนั้น อาจมาจากปัญหาสิ่งแวดล้อมในชีวิต พื้นฐานนิสัยและบุคลิกภาพ ปมด้อย หรือแรงกดดันต่าง ๆ ซึ่งเราต้องเข้าใจและหาทางช่วยเหลือต่อไป ผมได้รวบรวมลักษณะของคนที่มักไม่ก้าวหน้าในการทำงาน หรือมักมีปัญหาในการทำงาน ก็ลองดูสิว่าใช่ตัวเราไหมหนอ
1)มีปัญหาในการสื่อความหมาย นับเป็นปัญหาสำคัญมาก เป็นพวกที่พูดกันเข้าใจยาก เข้าใจผิดบ่อย ๆ ขาดสมาธิในการฟัง มีความผิดปกติในการพูดและสื่อความหมาย บางรายทำให้เกิดความเสียหายแก่องค์กรมาก
2)ก้าวร้าว ไม่สามารถควบคุมอารมณ์ของตัวเองได้ มักแสดงออกเต็มที่(เป็นพวก Impulsive Personality)เมื่อแสดงความก้าวร้าวไปแล้วมักเสียใจ อยากแก้ตัว แต่ก็ทำซ้ำ ๆ อีก แต่บางคนก้าวร้าวจนเป็นนิสัย (Aggressive Personality) มักทำเป็นประจำและไม่รู้สึกผิดด้วย
3)ใจแคบ ไม่ยืดหยุ่น ทำให้เปลี่ยนแปลงวิธีการทำงานได้ยาก ไม่เห็นใจคนอื่น ไม่มีการอะลุ้มอล่วย มักทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่ได้ง่าย
4)ย้ำคิดย้ำทำ ชอบทำอะไรซ้ำ ๆ คิดซ้ำ ๆ เปลี่ยนแปลงยาก มักเป็นคนที่หวังผลการทำงานเต็มร้อย แต่ก็ทำไม่ได้ ชอบตำหนิคนอื่น ทำให้ขาดพลังในการทำงานเป็นทีม
5)ใจน้อย ทำให้โกรธง่าย มักประชดหรือแกล้งประท้วง และทำผิดได้ง่าย ต้องการให้คนชื่นชมและสนใจเขา บางรายถูกนายตำหนิเกิดความใจน้อยขนาดแกล้งทำให้เครื่องจักรในโรงงานเสียหายก็มี
6)ระแวง มักมองคนอื่นเป็นคู่แข่งและศัตรู มักอิจฉา แข่งขันสูง ขาดวินัยในตัวเอง
7)ขี้เกียจ เป็นบุคลิกภาพที่ไม่ดี
8)ต่อต้านสังคม ชอบขัดนโยบาย กฎเกณฑ์ต่าง ๆ ชอบประท้วง โกหก และทำผิดได้ง่ายแม้การทำผิดกฎหมาย
9)ไม่รับผิดชอบ ขาดคุณธรรม มักเอาแต่ได้
10)พวกดีแต่พูด ขาดวุฒิภาวะ มักขาดสติ และไม่ค่อยมีสมาธิในการทำงาน
11)ขาดกำลังใจ มักลาป่วยบ่อย ๆ เวลาขาดกำลังใจ เป็นคนอ่อนแอ
12)ดีแต่คิด แต่ไม่ลงมือทำ กลัวการทำผิดพลาด ขาดความมั่นใจตัวเอง ทำให้ขาดผลงาน
13)มีความเป็นเด็กสูง ขาดวุฒิภาวะ ไม่รับผิดชอบ แต่ชอบสนุกสนานเฮฮาไปวันหนึ่ง ๆ
14)หลงตัวเอง คิดว่าตัวเองเก่ง ถูกต้อง หรือดีอยู่คนเดียว มักดูถูกคนอื่นและแยกตัว เป็นที่เกลียดชังของคนในองค์กร
15)พวกดูถูกตัวเอง มักมองตัวเองต่ำต้อย ชอบบ่นถึงความไร้วาสนาและด้อยคุณภาพของตน น่ารำคาญ
16)พูดไม่เป็น บางคนปากกับใจตรงกันมากไป มักพูดดูถูกคนอื่น หรือพูดไม่เพราะ พูดในสิ่งที่ไม่ควรพูดและคนอื่นไม่อยากฟัง มีศัตรูในองค์กรมาก
17)โรคจิต ประสาท บางรายเข้าข่ายเป็นโรคประสาท มีความกังวลมาก มักทำให้บรรยากาศรอบตัววุ่นวายและไม่มีความสุข บางคนเข้าข่ายโรคจิต สร้างโลกของตัวเอง กว่าจะรู้ว่าเป็นโรคจิตก็เสียหายไปมาก
18)อารมณ์ไม่ดี ไม่มีความสุข (EQ ต่ำ)ทำให้คนรอบข้างไม่เบิกบาน
19)กังวลเกี่ยวกับผลตอบแทนมากไป เช่น งกเงิน อยากได้ค่าตอบแทนมาก ๆ มักท้อถอยในการทำงานหรือออมแรงในการทำงาน
20)ขาดความรู้เฉพาะตัวเฉพาะงานของตน ขาดความสามารถทางเทคโนโลยี เช่น เป็นพนักงานขาย แต่ไม่รู้วิธีขาย เป็นพนักงานบัญชี แต่ไม่รู้เรื่องบัญชี

ในการพัฒนาบุคลากรเหล่านี้ต้องอาศัยความรู้ทางจิตวิทยาและวิธีการที่เหมาะสม เพื่อพัฒนาให้เขาเป็นบุคลากรที่มีคุณภาพดีขึ้น ซึ่งเป็นหน้าที่ของผู้บริหารร่วมกับแผนกพัฒนาทรัพยากรบุคคล โดยการพัฒนากันเองหรืออาจเชิญวิทยากรภายนอกเข้าช่วยพัฒนาด้วย
ถึงแม้ว่าการทำตามนี้มีความยากมากแค่ไหนก็ตาม ผมขอให้ตัวเราลองฝืนๆ ฝึกๆ จนเป็นนิสัย แล้วทีนี้..เดี๋ยวการงานก็ก้าวหน้าเองได้น่าจะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น