
วันนี้เป็นวันที่ผมยุ่งมากอีกวันหนึ่ง เลยทำให้การคลอดของบทความในวันนี้ช้าไปหน่อย สถานที่ท่องเที่ยวที่ผมขอแนะนำให้รู้จักวันนี้อยู่ไม่ไกลเลย ใกล้มากๆ เพราะเมื่ออาทิตย์ก่อนโน้นได้แนะนำให้เพื่อนฝรั่งคนหนึ่งไปเที่ยว เมื่อเขาได้ไปเที่ยวกลับมาแล้วได้เล่าถึงความรู้สึกประทับใจให้ผมฟัง ทำให้ผมก็อดไม่ได้ที่จะแนะนำให้รู้จักมีชื่อเป็นวังแต่ขึ้นต้นชื่อเรียกเป็นพิพิธภัณฑ์มาแนะนำก็คือ“พิพิธภัณฑ์วังสวนผักกาด” ซึ่งเป็นวังที่ซ่อนตัวอยู่ใจกลางเมืองครับ วังสวนผักกาด เดิมเป็นสวนผักกาด เป็นวังที่ประทับของพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุมภฏพงษ์บริพัตร กรมหมื่นนครสวรรค์ศักดิพินิต และ หม่อมราชวงศ์พันธุ์ทิพย์ บริพัตร (เทวกุล)ตั้งอยู่บนพื้นที่ 6 ไร่ บริเวณถนนศรีอยุธยาเขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร โดยสร้างเพื่อประทับในช่วงสุดสัปดาห์ และเปิดให้บุคคลภายนอกเข้าชมศิลปะและโบราณวัตถุ โดยที่เจ้าของบ้านยังใช้เป็นที่พำนักอยู่ ตั้งแต่ พ.ศ. 2495 ภายหลังจากพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุมภฏพงษ์บริพัตร กรมหมื่นนครสวรรค์ศักดิพินิต สิ้นพระชนม์เมื่อ พ.ศ. 2502 พระชายา คือ หม่อมราชวงศ์พันธุ์ทิพย์ บริพัตร ได้มอบให้วังสวนผักกาดอยู่ในความดูแลของ มูลนิธิจุมภฏ-พันธุ์ทิพย์ และเปิดเป็น พิพิธภัณฑ์วังสวนผักกาดตั้งแต่นั้นมา
วังสวนผักกาดมีอาคารและบ้านหลายแห่งด้วยกันดังนี้ ตำหนักไทยโบราณ 6 หลังโดยตำหนักไทยโบราณทั้ง 6 หลังมีวัตถุโบราณมากมาย อาทิ ภาพเขียน เงินตราโบราณรูปปั้น เป็นต้น ในหลังที่ 1 2 3 และ 4 มีทางเชื่อมติดกัน ส่วนหลังที่ 5 และ 6 อยู่ห่างกันไป หอเขียน 1 หอ เป็นของเจ้านายสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช

การเดินทางก็ไม่ยากแค่นั่งรถไฟฟ้ามาลงที่สถานีพญาไท แล้วใช้ทางออกที่ 4 เดินตรงมาตามทางประมาณ 5 นาทีก็ถึงแล้วครับ สำหรับค่าบัตรผ่านประตูสำหรับคนไทยก็คนละ 50 บาท ชาวต่างชาติ 100 บาท แต่ถ้าคุณยังมีบัตรนักศึกษา (ไม่เกินปริญญาตรี)สามารถใช้เป็นส่วนลดได้ครับ จ่ายเพียงแค่ 20 บาท ที่นี่บางส่วนจัดทำเป็นพิพิธภัณฑ์โขน เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00-16.00 น. สิ่งที่สร้างความประทับใจตั้งแต่ก้าวแรกที่ไปถึงคือความน่ารักเป็นกันเองของพนักงานครับ ตั้งแต่ รปภ.จนถึง พี่ๆ พนักงานที่คอยให้ข้อมูลตั้งแต่จุดขายบัตรรวมถึง พี่ๆ ที่ดูแลเรื่องการบริการถุงใส่รองเท้า

(บางจุดต้องมีการนำรองเท้าใส่ถุงผ้าเพื่อความสะอาดของสถานที่)ทุกคนพูดจาสุภาพใจเย็นจนน่าแปลกใจ ผมคิดว่าน่าจะเป็นผลมาจากบรรยากาศของสถานที่ครับ เพราะเมื่อเข้าไปถึงคุณจะได้สัมผัสถึงความร่มรื่นของต้นไม้ บึงน้ำและเรือนไทยครับ เรือนไทยมีทั้งหมดแปดหลังใช้จัดแสดงโบราณวัตถุต่างๆ เนื่องจากมีการห้ามถ่ายภายในเรือน ผมจึงเก็บแต่เพียงภาพด้านนอกมาให้ชมกันครับ ที่นี่ต่างจากวังอื่นๆ ในกรุงเทพ ก็คือเป็นทั้งวังและพิพิธภัณฑ์ในที่ที่เดียวกัน ที่นี่ไม่มีร้านกาแฟไว้ให้บริการ แต่สำหรับใครที่มีนัดกับคนรู้จักแล้วต้องเข้ามาในเมืองโดยใช้รถไฟฟ้าบีทีเอส ลองแวะมาชม “พิพิธภัณฑ์วังสวนผักกาด” กันได้ครับ นอกจากจะเป็นการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์แล้วยังได้รับความสบายใจจากบรรยากาศธรรมชาติที่มีต้นไม้ร่มรื่น ได้รู้สึกถึงความสดชื่นอันแสนบริสุทธิ์ของสถานที่ไปด้วยนะครับ คราวหน้าผมจะมีที่ท่องเที่ยวดีดีมาแนะนำให้อีก
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น