วันอังคารที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2554

ความไว้วางใจที่ดี


จากประสบการณ์ในด้านการบริหารบุคคลที่ผ่านมา ผมเชื่อเสมอว่า..รากฐานสำคัญของการเป็นผู้นำที่จะ “สร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้อื่นนั้น” ก็คือ ตัวผู้นำเองจะต้องสร้างความคิดในเชิงบวกให้เกิดขึ้นกับตนเองอย่างต่อเนื่อง จากนั้นจึงขยายถึงความสัมพันธ์เบื้องต้นระหว่างบุคคลต่อบุคคล โดยจะต้องสร้างให้เกิด “ความไว้วางใจ (Trust)” จากบุคคลผู้เกี่ยวข้อง เพราะความไว้วางใจจะนำไปสู่เรื่องอื่นๆที่จะตามมา
ความไว้วางใจคืออะไร
สภาวะอารมณ์ความรู้สึกของบุคคคลหรือของกลุ่มบุคคลใดกล่มบุคคลหนึ่ง ที่มีความเชื่อมั่นต่ออีกบุคคคลหรือกลุ่มบุคคลว่า จะดำเนินการ ปฏิบัติ หรือแสดงออกในทิศทางที่ตนเองคาดหวัง ไม่ทำความเสื่อมเสียหรือเสียหายให้เกิดขึ้น ความไว้วางใจเปรียบได้กับเป็น “กาวที่มองไม่เห็น” ที่เชื่อมโยงระหว่างผู้นำกับบุคลลอื่น ความน่าไว้วางใจถือเป็นมาตรฐานการดำรงอยู่ของการเป็นผู้นำ เป็นองค์ประกอบพื้นฐานของทุกๆองค์กร ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในการธำรงรักษาองค์กรเอาไว้ได้ ความไว้วางใจไม่สามารถซื้อหา ความไว้วางใจไม่สามารถร้องขอได้ ความไว้วางใจไม่สามารถบังคับได้ แต่ความไว้วางใจจะต้องเกิดจากการถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้ได้รับการยอมรับการเกิดความไว้วางใจ

การจะเปลี่ยนแปลงบุคคลอื่นหรือองค์กร จะต้องเริ่มต้นจากการสร้างความไว้วางใจให้เกิดขึ้นให้ได้ก่อน เพราะสิ่งนี้จะเป็นรากฐานที่สำคัญของความสัมพันธ์ในระดับที่กว้างขึ้นไป โดยการเกิดความไว้วางใจจะต้องเริ่มจากตัวของเราก่อนเป็นลำดับแรก
* การมีค่าควรแก่การไว้วางใจ (Trustworthiness)การที่คนคนหนึ่งจะได้รับการยอมรับ หรือไว้เนื้อเชื่อใจได้ จะต้องเกิดจากตัวของเขาได้แสดงออกให้ผู้อื่นเห็นหรือไม่ว่า เขามีคุณค่า มีคุณสมบัติพอที่จะให้ความไว้วางใจ ซึ่งจะต้องใช้เวลา และสถานการณ์ที่เหมาะสม หากเป็นต้นไม้เปรียบได้กับรากที่เป็นการหยั่งลึกเป็นฐานรากของการเกิดความไว้วางใจ
* การเกิดความไว้วางใจระหว่างบุคคล (Mutual Trust)เมื่อคนคนหนึ่งได้ทำให้ผู้อื่นเห็นว่า เขามีคุณค่า มีคุณสมบัติพอที่จะให้ความไว้วางใจ ก็จะเกิดสิ่งที่เรียกว่า การเกิดความไว้วางใจระหว่างบุคคล เป็นความไว้วางใจที่เป็นรากฐานให้กับความไว้วางใจที่จะแผ่ขยายออกไป
* การเกิดความไว้วางใจระหว่างกัน (Inter-Trust)ความไว้วางใจกันระหว่างบุคคล 2 คน จะสร้างบรรยากาศของความเชื่อมั่น และไว้วางใจที่แผ่วงว้างจากออกไป จากความไว้วางระหว่างคน 2 คนเป็น ความไว้วางใจกลุ่มคนในหน่วยงาน และเป็นความไว้วางใจทั่วทั้งองค์กร องค์กรที่มีบรรยากาศของความเชื่อมั่นและไว้วางใจระหว่างกัน จะเป็นองค์กรที่มีพลังและความสามารถที่จะเปลี่ยนแปลง และสร้างสรรสิ่งใหม่ๆให้เกิดขึ้นได้

การสร้างความน่าไว้วางใจต่อผู้อื่นสำหรับนักบริหาร ความน่าไว้วางใจจะเกิดขึ้นได้จาก
1. ต้องมีความรู้ความสามารถอย่างลึกซึ้งและเชี่ยวชาญในงานบริหารคน และรู้กว้างในเรื่องอื่นๆเช่น ธุรกิจหลักขององค์กร กระบวนการผลิตการบริการ เพราะเป็นการสร้างความน่าเชื่อถือในเบื้องต้น การมีความเข้าใจในธุรกิจองค์กร จะทำให้การเข้าไปมีส่วนร่วมในการบริหารองค์กรเปิดกว้างมากขึ้น และจะนำไปสู่การเกิดความไว้วางใจมากยิ่งขึ้น

2. เมื่อมีความรู้ความเข้าใจในงานและธุรกิจขององค์กรอย่างดีแล้ว จะต้องพร้อมเข้ารับอาสางานโดยไม่ต้องรอให้ผู้บริหารมอบหมายหรือร้องขอให้ทำ ผู้บังคับบัญชาส่วนใหญ่ไม่มีใครที่ต้องการผู้ใต้บังคับบัญชาที่ทำงานเพียงตามคำสั่งหรือในขอบเขตงานที่ได้รับมอบหมาย

3. เมื่อได้รับมอบหมายในเรื่องใดแล้ว จะต้องกำหนดเป้าหมายและกล้าให้สัญญาที่จะทำงานนั้นๆให้สำเร็จ การกำหนดเป้าหมายจะเป็นการทบทวนร่วมกันระหว่างผู้เกี่ยวข้องและการให้คำมั่นสัญญาเป็นการสร้างความเชื่อมั่นเบื้องต้นจากผู้บังคับบัญชาและเพื่อนร่วมงาน

4. เมื่อให้คำสัญญาไปแล้ว จะต้องยึดมั่นต่อคำสัญญาที่ได้ให้ไปดำเนินการให้ได้ตามเป้าหมายที่ได้กำหนดไว้จากผลการสำรวจความคิดเห็นผู้บริหารชาวต่างชาติที่ทำงานในประเทศไทย พบว่า สิ่งที่ผู้บริหารต่างชาติต้องการให้คนไทยเปลี่ยนแปลงมากที่สุด คือ เมื่อรับปากแล้วจะต้องทำให้ได้ตามที่รับปากไว้ หากทำได้ก็จะต้องทำได้ หากไม่ได้ก็ควรบอกว่าไม่ได้ เพราะที่ผู้บริหารต่างชาติพบจากคนไทยก็คือ คนไทยมักจะรับปากว่าจะทำด้วยความเกรงใจนายหรือกลัวตัวเองเสียหน้า แต่เมื่อถึงกำหนดเวลาที่นัดหมายก็ขอผลัดไป หรือแจ้งว่าทำไม่ได้ จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ผู้บริหารทรัพยากรมนุษย์จะต้องสร้างนิสัยและวัฒนธรรมการทำงานที่ยึดมั่นกับเป้าหมายที่วางไว้

5. สุดท้าย จะต้องทำอย่างเต็มกำลังเพื่อให้สิ่งที่ได้ให้คำมั่นสัญญาไว้เกิดขึ้นจริง เพราะไม่ว่าจะวางแผนงาน หรือเป้าหมายไว้สวยงามเพียงใดก็ตาม หากไม่สามารถทำให้เกิดขึ้นความเชื่อมั่นหรือไว้วางใจขึ้นได้

อย่างที่เขียนไปข้างบน เมื่อสามารถสร้างความไว้วางใจให้เกิดขึ้นได้แล้ว สิ่งที่เป็นความสามารถเชิงสมรรถนะที่สำคัญถัดไปสำหรับภาวะผู้นำของนักบริหารก็คือ เป็นเรื่องของความสัมพันธ์ที่ขยายวงกว้างกว่าระดับบุคคลต่อบุคคล คือ การสื่อข้อความที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งผมจะขอเขียนถึงในครั้งต่อไป

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น