วันศุกร์ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2554

มุมบวก+ มีดีตรงไหน


แม้ว่าข่าวเศรษฐกิจจะชี้แนวโน้มมีคนว่างงานมากขึ้นเสียจนน่าหวั่นใจ แต่ถึงกระนั้นชีวิตก็ยังต้องดำเนินต่อไปไม่ว่าคุณจะตกงาน หรือยังมีงานทำอยู่ก็ตาม สิ่งที่หนึ่งสังเกตเห็นได้ชัดในบรรดาคนที่ยังมีงานทำอยู่ก็คือ พวกเขาจะรู้สึกรักงานที่ทำมากขึ้น เพราะอย่างน้อยมีงานทำก็ยังดีกว่าตกงาน..จริงไหม สิ่งหนึ่งที่ดีได้โดยไม่ต้องรอก็คือ การคิดบวกสามารถช่วยทำให้ชีวิตของคุณเป็นสุขมากขึ้น แม้ว่างานของคุณจะเหนื่อยยากลำบากสักเท่าไร หรือค่าตอบแทนอาจจะน้อยไปสักหน่อย แต่คุณก็สามารถมีความสุขได้ เพียงคุณมองงานของคุณในมุมบวก ไม่ว่าเศรษฐกิจจะเป็นอย่างไร จงมีความสุขกับงานที่ทำ และทำมันให้ดีที่สุดเหมือนเดิม อย่าให้เรื่องของพิษเศรษฐกิจ ส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพในการทำงานของคุณ หรือถ้าจะมีก็ควรให้มันเป็นแรงผลักดันคุณให้ทำงานหนักขึ้น เพื่อพิสูจน์ให้นายจ้าง
เห็นว่า สถานการณ์สร้างวีรบุรุษ และคุณคือคนนั้น คนที่พร้อมจะอุทิศตนเพื่อบริษัทที่คุณรักในทุกสถานการณ์ และคุณมีค่ามากพอที่บริษัทจะรักษาคุณไว้ คุณเป็นคนที่โชคดี..บอกตัวเองไว้เสมอว่า ในขณะที่หลายคนตกงานแต่คุณยังคงมีงานทำ แม้ว่ารายได้ ค่าคอมมิชชัน โอที อาจลดลงไปบ้าง คุณก็ประหยัดให้มากหน่อย ใช้จ่ายให้น้อยลง รู้จักบริหารเงินที่มี คุณก็สามารถมีเงินเหลือเก็บได้ ดีกว่าต้องตกงาน และมีแต่รายจ่าย ไม่มีรายรับ ยิ่งในภาวะเช่นนี้ งานหายาก ไม่รู้ว่าเมื่อไรจะได้งาน เงินที่เก็บไว้ก็มีแต่จะร่อยหรอลงไปเสียอีก
ความสุขไม่ได้อยู่ที่ค่าจ้างเสมอไป แม้งานของคุณจะไม่ได้สร้างรายได้ให้คุณอย่างมากมายนัก แต่บางคนก็พอใจกับสิ่งที่ได้ทำ มากกว่าเงินที่ได้รับ บางคนลาออกจากงานประจำที่มีรายได้เป็นกอบเป็นกำ มาทำงานอาสาสมัครเพื่อสังคมในองค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไร การที่เรามองว่างานของเรามีคุณค่า มีประโยชน์ต่อผู้อื่น มีประโยชน์ต่อสังคม แม้จะได้เงินน้อยก็ไม่เป็นไร เพราะเรื่องเงินเป็นเพียงส่วนประกอบเท่านั้น คิดได้เช่นนี้เราก็จะมีความสุขได้
เรื่องเล็กน้อยก็สร้างความสุขได้ ข้อดีของงานที่คุณทำอาจอยู่นอกเหนือจากเรื่องงานก็ได้ เช่น คุณมีเจ้านายที่เข้าใจลูกน้อง คุณมีเพื่อนร่วมงานที่คอยเป็นกำลังใจ ร่วมทุกข์ร่วมสุขด้วยกัน หรือแม้แต่วิวด้านนอกที่มองจากโต๊ะทำงานของคุณที่ทำให้คุณรู้สึกผ่อนคลายทุกครั้งที่มองออกไป ทุกอย่างรอบตัวคุณถ้าคุณมองให้สวยงามมันก็จะสวยงามอย่างใจต้องการ และเมื่อไรที่เราต้องเผชิญกับปัญหาในการทำงาน มีคนเคยบอกให้เรา คิดบวก แล้วอะไร ๆ จะดีขึ้นเอง การคิดบวกไม่ได้จำกัดอยู่เพียง แค่เรื่องงานเท่านั้น แต่วิธีนี้สามารถนำไปใช้ได้กับทุกที่ ทุกเรื่อง แม้แต่ในวันแย่ ๆ ที่อาจทำให้ท้อแท้ เพราะว่าทัศนคตินี่เองที่เป็น ตัวกำหนดผลงานของเราในแต่ละวัน วันไหนเราสบายใจ เราก็ทำงานออกมาได้ดี มีความคิดสร้างสรรค์ แต่ถ้าวันไหนเราเคร่งเครียด เหนื่อยล้า ก็จะสะท้อนออกมาทางผลงานของเราเช่นเดียวกัน เหมือนทำงานให้ผ่านไปวัน ๆ เท่านั้นเอง แล้วเราจะยอมให้วันแย่ ๆ มีอิทธิพลกับเราถึงเพียงนั้นหรือ ถ้าเราทำงานด้วยอารมณ์ขุ่นมัว แน่นอนว่าเราจะไม่สามารถทำงานให้ดีได้ ซ้ำร้ายจะยิ่งแย่ลงไปกว่าเดิมเสียอีก เรามาหาวิธีเปลี่ยนความคิดกัน เปลี่ยนทัศนคติ เปลี่ยนโลกสีเทา ๆ ในวันแย่ ๆ ให้มีสีสัน กระตุ้นความสดใสในวันทำงานให้กลับคืนมาอีกครั้งกันเถอะ

1) ทำใจให้เป็นสุข เราจะสุขหรือทุกข์นั้นอยู่ที่ความคิดของเราเป็นตัวกำหนด ถ้าเราตื่นเช้าขึ้นมาและบอกกับตัวเองในทุก ๆ เช้าว่า วันนี้เป็นวันดี ๆ อีกวันหนึ่ง ขอบคุณที่เรายังหายใจ ขอบคุณที่เรายังเดินได้ และยังมีแรงทำงาน ลุกจากที่นอนแล้วบอกตัวเราในกระจกว่า วันนี้จะเป็นวันที่ดี วันที่สดใสของเรา บอกกับ ตัวเองอย่างนี้ทั้งวัน จนเราเชื่อว่ามันเป็นอย่างนั้นจริง และให้มันเป็นไปโดยอัตโนมัติ ความสุขจะเกิดขึ้นที่ใจของเราเอง ซึ่งทำให้เราทำงานด้วยความสุขตลอด ทั้งวัน แม้ว่าจะเจออุปสรรคปัญหานานาประการ แต่เราจะผ่านพ้นไปได้ด้วยทัศนคติดี ๆ ที่เรามี ช่วยเปลี่ยนร้ายให้กลายเป็นดีด้วยตัวของเรา และใจของเราเอง

2) เติมเสียงหัวเราะในทุกสถานการณ์ ถึงแม้บางคราวเรารู้สึกว่ายากเหลือเกินที่จะทำใจให้สนุก นั่นเป็นเพราะเราเคร่งเครียดและจริงจังมากเกินไป ถึงเวลาแล้วที่เราต้องปลดปล่อยมันออกมา ยารักษาความเครียดที่ดีที่สุดคือเสียงหัวเราะ การมองเรื่องแย่ ๆ ในแง่บวก ยิ้มและหัวเราะให้กับเรื่องที่เราเจอ แทนที่จะปล่อยให้ตัวเองติดอยู่กับความทุกข์ จะช่วยให้เราผ่อนคลาย และรู้สึกดีขึ้น

3) ใช้เวลากับสิ่งที่ก่อให้เกิดประโยชน์ การยึดติดกับความผิดพลาดที่เกิดขึ้นถือเป็นเรื่องที่เปล่าประโยชน์มาก ๆ ก่อนอื่นเราต้องยอมรับว่า สิ่งที่เกิดขึ้นแล้วเราตามไปแก้ไขอะไรไม่ได้อีก เปลี่ยนความหม่นหมองเป็นพลังผลักดันในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ ให้เกิดประโยชน์จะดีกว่า ไม่เพียงแต่เราจะสามารถลดความวิตกกังวลได้แล้ว ยังช่วยให้เรารู้สึกดีกับความสำเร็จในครั้งใหม่อีกด้วย

4) หยุดพักความคิด ถ้าเรารู้สึกว่า เราชักจะจมอยู่กับความผิดหวังความท้อแท้ ดิ่งลึกลงไปทุกทีแล้วล่ะก็ ควรจะหยุดพักความคิดสัก 10 นาที หรือ 1 ชั่วโมง แล้วหันไปทำอย่างอื่นเพื่อดึงตัวเองให้หลุดออกจากปัจจัยต่าง ๆ ที่ทำให้เราเกิดทัศนคติทางลบ เมื่อเราถอยออกมาจากเหตุการณ์นั้น ถอยออกมาเพื่อมองย้อนกลับเข้าไปใหม่ เราอาจเห็นทางออกของปัญหาที่รุมเร้าก็เป็นได้

5) เตือนตัวเองด้วยข้อความให้กำลังใจ บนโต๊ะทำงานนอกจากเอกสารกองโตแล้ว อาจจะหากระปุกลูกอมบรรจุกระดาษม้วน ๆ ข้างในเป็นข้อความแทนความ รู้สึกดี ๆ จากครอบครัว จากเพื่อน หรืออาจเป็นข้อความจากที่อื่นที่เราประทับมาใส่ไว้ เมื่อไรก็ตามที่เรารู้สึกท้อแท้กับวันแย่ ๆ ให้หยิบข้อความขึ้นมาอ่าน ความรู้สึกดี ๆ จะถูกดูดซึมผ่านเข้าสู่จิตใจของเรา และทำให้เรามีรอยยิ้ม และมีกำลังใจขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง

จำไว้อย่างหนึ่งว่าไม่มีใครสามารถกำหนดทัศนคติของเราได้ ตัวเราเท่านั้นที่จะเป็นคนทำให้ทุกอย่างดีขึ้นหรือแย่ลง ดังนั้น การคิดมุมบวกเอาไว้ดีกว่า เมื่อไรก็ตามที่เรารู้สึกแย่ ลองเปลี่ยนวิธีคิดแล้วชีวิตจะดีขึ้นเอง ที่สำคัญควรใช้ชีวิตให้มีความสุข สนุกกับงานที่ทำ ให้รางวัลกับตัวเอง เติมกำลังใจให้สู้เสมอ แม้ปัญหาเศรษฐกิจจะรุมเร้าเพียงใดก็ตาม ผมคอยเป็นกำลังใจให้เสมอ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น