
เมื่อครั้งก่อนได้เคยเขียนเกี่ยวกับวัฒนธรรมองค์กรไปบ้าง วันนี้มาขอต่อกันให้จบไปเลย เรื่องวัฒนธรรม มีองค์ประกอบสำคัญที่จะเป็นตัวกำหนดความคิด ความรู้สึก และการกระทำของมนุษย์ในสังคมนั้นๆ และจะมีการถ่ายทอดจากคนรุ่นหนึ่งไปสู่คนรุ่นต่อไป กล่าวคือ
ค่านิยม (Values)หมายถึงความคิดร่วมกันของคนในสังคม อันเกี่ยวกับการให้ความสำคัญและคุณค่ากับสิ่งใด หรือไม่ให้ความสำคัญและคุณค่ากับสิ่งใด ค่านิยมวางอยู่บนพื้นฐานของการตัดสินว่าสิ่งใดสำคัญหรือไม่สำคัญ สิ่งใดดี ไม่ดี เรื่องใดถูก ผิด และอะไรคือสิ่งที่พึงปรารถนา ไม่พึงปรารถนา ค่านิยมร่วมของสังคมจะมีการถ่ายทอดทั้งในคนรุ่นเดียวกัน และต่างรุ่นกันโดยใช้ระบบสัญลักษณ์ นอกจากจะเห็นค่านิยมของแต่ละสังคมจากพฤติกรรมและการกระทำของคนในสังคมแล้ว อาจเห็นค่านิยมของแต่ละสังคมที่สะท้อนออกมาในรูปของขนบธรรมเนียม ประเพณี ศิลปะ วรรณกรรม การแสดง และสื่อต่าง ๆ ที่มีอยู่ในสังคมนั้น
บรรทัดฐานหรือปทัสถาน (Norms)คือ กฎเกณฑ์หรือข้อกำหนดที่เป็นตัวบังคับหรือควบคุมความรู้สึกความคิด และการกระทำของสมาชิกในสังคม ซึ่งสามารถจำแนกออกได้เป็น 2 แบบ คือบรรทัดฐานที่เป็นทางการ (Formal norms) และบรรทัดฐานที่ไม่เป็นทางการ (Informal norms)บรรทัดฐานที่เป็นทางการ คือ กฎเกณฑ์หรือข้อบังคับของสังคมที่มีการเขียนไว้เป็นลายลักษณ์อักษรหรือประมวลไว้เป็นกฎหมาย มีข้อกำหนดหรือการลงโทษที่ชัดเจนสำหรับผู้ที่ไม่ปฏิบัติตาม ส่วนบรรทัดฐานที่ไม่เป็นทางการ (Informal norms) คือกฎเกณฑ์หรือข้อบังคับของสังคมที่ไม่ได้เขียนไว้เป็นลายลักษณ์อักษร แต่สมาชิกส่วนใหญ่ของสังคมจะเข้าใจหรือทราบกันเป็นอย่างดี
สัญลักษณ์ (Symbols)หมายถึง สิ่งที่ใช้แทนสิ่งใดสิ่งหนึ่งเพื่อให้เกิดความหมาย โดยเฉพาะสิ่งที่เป็นนามธรรม ตัวอักษรและตัวเลขก็ถือว่าเป็นสัญลักษณ์ สัญลักษณ์จะช่วยให้เข้าใจคำพูดบางคำที่เป็นนามธรรมได้เป็นอย่างดี นักทฤษฎีสัญลักษณ์นิยมเชื่อว่ามนุษย์เป็นสัตว์ประเภทเดียวที่สามารถใช้สัญลักษณ์ได้ สัตว์จะไม่สามารถคิดแบบนามธรรม หรือสามารถให้เหตุผลได้ แตกต่างจากมนุษย์ที่มีความสามารถคิดถึงสิ่งที่เป็นนามธรรมและสามารถคิดหาเหตุและผล ความสามารถของมนุษย์ในด้านนี้ทำให้มนุษย์สามารถพัฒนาเผ่าพันธุ์ของตนเองให้มีความเจริญได้มากกว่าสัตว์
ภาษา (Language)คือ ระบบสัญลักษณ์อย่างหนึ่ง ภาษาจะมีลักษณะเด่นกว่าระบบสัญลักษณ์อื่น ๆ ตรงที่ทำให้เราสามารถติดต่อสื่อสารกับผู้อื่นได้โดยละเอียด ทั้งในเรื่องรูปธรรมและนามธรรม ในเรื่องบางเรื่องที่เป็นจินตนาการ ความรู้สึก เราก็สามารถใช้ภาษาสื่อสารให้ผู้อื่นเข้าใจได้ นอกจากนั้นภาษายังเป็นเครื่องมือที่ดีเยี่ยมอีกชนิดหนึ่งในการพัฒนาความสามารถในการคิดแสวงหาเหตุผลของมนุษย์ โดยการใช้ภาษาอย่างเป็นระบบมีหลักเกณฑ์ที่ซับซ้อนนักปรัชญาสามารถใช้ภาษาเป็นเครื่องแสวงหาความรู้ที่ลึกซึ้งได้
ส่วนวัฒนธรรมองค์กร (Organizational Culture)นั้น สรุปได้ว่าเป็นระบบความเชื่อและค่านิยมที่มีการพัฒนาขึ้นมาภายในองค์กร และชี้นำพฤติกรรมของสมาชิก หรือสิ่งที่ประกอบกันขึ้นของค่านิยม ความเชื่อ ความเข้าใจ และวิถีทางของความนึกคิด ซึ่งถูกนำมาใช้ร่วมกันโดยสมาชิกขององค์กรหนึ่งๆ และได้ถูกสอนหรือถ่ายทอดสืบต่อไปยังสมาชิกใหม่ให้รับเอาไปถือปฏิบัติ หรือมองว่าเป็นระบบที่มีความหมายร่วมกันภายในองค์กรหนึ่ง ซึ่งจะกำหนดวิธีการที่บุคคลนำมาปฏิบัติที่เป็นระบบ และถูกกำหนดโดยสมาชิกที่ทำให้องค์กรหนึ่งแตกต่างจากองค์กรอื่น ๆ หรือเป็นความเชื่อค่านิยม และความคาดหวัง ที่พนักงานในองค์กรรับรู้ร่วมกันและถ่ายทอดจากบุคคลหนึ่งไปยังอีกบุคคลหนึ่ง ซึ่งมีผลกระทบต่อพฤติกรรมของพนักงานในองค์กรนั้น ๆ
จากที่ได้กล่าวไปนี้ สรุปและทำความเข้าใจได้ว่า วัฒนธรรมองค์กร มีคุณลักษณะพื้นฐานที่สำคัญหลายประการ ซึ่งได้แก่
1) วัฒนธรรมองค์กร เน้นในเรื่องของการให้พนักงานได้รับการกระตุ้นให้เกิดความคิดด้านนวัตกรรมและการยอมรับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในองค์กร
2) วัฒนธรรมองค์กร สร้างความสนใจของบุคลากรในทางลึกในเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่องค์กรปลูกฝังหรือหล่อหลอมให้บุคลากรในองค์กรเป็น
3) วัฒนธรรมองค์กร มุ่งความสำคัญที่ผลลัพธ์มากกว่าเทคนิค และกระบวนการที่ใช้เพื่อบรรลุผลลัพธ์นั้น
4) วัฒนธรรมองค์กร มุ่งความสำคัญที่คนหรือบุคลากรภายในองค์กร
5) วัฒนธรรมองค์กร มักมีมิติที่มุ่งความสำคัญไปยังทีมงานมากกว่ามุ่งที่รายบุคคล
6) วัฒนธรรมองค์กร เป็นเรื่องที่ท้าทายต่อการเปลี่ยนแปลง และต้องการแข่งขันมากกว่าความสะดวกสบาย และสุดท้าย
7) วัฒนธรรมองค์กร เป็นเรื่องคาบเกี่ยวกับกิจกรรมองค์การมุ่งรักษาสภาพความมั่นคงขององค์กรมากกว่าความเจริญเติบโต
คุณลักษณะของวัฒนธรรมองค์กรในแต่ละมิติเช่นที่กล่าวไปนี้ จะมีอยู่ในทุกองค์กรมากน้อยแตกต่างกันไปแต่ละองค์กร โดยทั่วไปงานวิจัยต่าง ๆ มักจะทำการประเมินวัฒนธรรมองค์กรจากคุณลักษณะต่าง ๆ ดังที่ได้นำเสนอสรุปมานี้ อันจะช่วยให้สามารถทำความเข้าใจถึงความรู้สึก ทัศนคติ ค่านิยมที่บุคลากรมีต่อองค์กร อันสามารถนำไปใช้กำหนดหรือการวางแผนกลยุทธ์ขององค์กร งานเขียนของนักวิชาการที่เป็นกูรูด้านพฤติกรรมองค์การและการบริหารจัดการองค์กรต่างสะท้อนให้เห็นในทำนองเดียวกันว่า องค์กรที่มีผลการดำเนินงานที่ดีนั้น มักจะเป็นองค์กรที่มีวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็งโดยบุคลากรขององค์กรจะได้รับการกระตุ้นให้เกิดความสามารถในการปรับตัว นวัตกรรม และการพัฒนางานอย่างต่อเนื่องในงานที่รับผิดชอบ ซึ่งทำให้พนักงานมีโอกาสที่จะได้รับการเลื่อนตำแหน่งเป็นผู้บริหารระดับสูงขององค์กร ช่วยสนับสนุนการดำเนินงานขององค์การให้สามารถบรรลุเป้าหมาย เนื่องจากบุคลากรในองค์กรได้รับแรงจูงใจในการปฏิบัติงานเพิ่มมากขึ้น องค์กรมีความได้เปรียบทางการแข่งขันและย่อมให้ให้บรรลุผลสำเร็จขององค์กรในระยะยาว
วัฒนธรรมองค์กรที่โน้มนำทำให้องค์กรมีผลการดำเนินงานบรรลุเป้าหมายหรือเกิดประสิทธิผลในการบริหารงานที่เป็นวัฒนธรรมแข็งนั้น มีนักวิชาการด้านพฤติกรรมองค์กรท่านหนึ่งได้เสนอไว้ว่า เป็นเพราะวัฒนธรรมทำให้เกิดความรู้สึกที่เป็นเอกลักษณ์แก่สมาชิกขององค์กร ช่วยก่อให้พนักงานเกิดความผูกพันร่วมกัน ช่วยส่งเสริมความมั่นคงของระบบทางสังคม และช่วยเป็นเครื่องชี้แนะแนวทางสำหรับพนักงานในการกระทำกิจกรรมต่างๆ ขององค์การ ตลอดจนเป็นเครื่องชี้แนะในพฤติกรรมการทำงานที่เหมาะสม เป็นต้น ในทำนองเดียวกันเมื่อวัฒนธรรมมีผลกระทบที่ดีต่อพฤติกรรมของพนักงานด้วยสอดคล้องกับงานที่ได้ทำการวิจัยกับองค์กรต่าง ๆ จำนวนกว่า 200 องค์กร พบว่า วัฒนธรรมองค์กร เป็นปัจจัยที่สำคัญซึ่งสามารถส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานในระยะยาวขององค์กร และสามารถใช้ในการคาดการณ์สำหรับการดำเนินงานขององค์กรว่า สามารถบรรลุผลสำเร็จหรือไม่ สำหรับช่วงระยะเวลา 10 ปีข้างหน้า นอกจากนี้ ยังพบว่า แม้องค์กรนั้นจะประกอบไปด้วยบุคลากรที่มีคุณภาพเพียงใดก็ตาม หากไม่มีวัฒนธรรมองค์กรที่ช่วยสนับสนุนให้ผลการดำเนินงานขององค์กรดีขึ้น รวมทั้งการออกแบบองค์กรและวัฒนธรรมองค์กรที่เหมาะสมแล้ว โอกาสที่องค์กรนั้นจะอยู่รอดได้นับเป็นเรื่องยากอย่างยิ่ง งานวิจัยของนักวิชาการและนักวิจัยจำนวนมาก ได้สะท้อนให้เห็นถึงอิทธิพลของวัฒนธรรมที่มีต่อประสิทธิผลองค์กร โดยได้แก่งานที่พบว่า วัฒนธรรมองค์กร เป็นสิ่งที่ช่วยสนับสนุนในการวางแผนกลยุทธ์และการออกแบบโครงสร้างองค์กร และส่งผลต่อประสิทธิผลการดำเนินงานขององค์การภายใต้สภาพแวดล้อมที่องค์การเผชิญอยู่ นอกจากนี้ ยังมีงานวิจัยวัฒนธรรมองค์กรขององค์กรต่าง ๆ มากกว่า 1,000 องค์กร ในระยะเวลานานกว่า 15 ปี โดยผลจากการงานวิจัยดังกล่าวได้องค์ความรู้ชุดหนึ่งที่เป็นข้อสรุปทั่วไปสำหรับการจำแนกมาตรวัดวัฒนธรรมองค์กรที่มีผลกระทบต่อประสิทธิผลองค์กร อันจำแนกออกได้เป็น 4 มิติ ประกอบด้วย
1) วัฒนธรรมองค์กรที่เน้นความสามารถในการปรับตัว (the adaptability culture) เป็นการมองวัฒนธรรมองค์กรโดยให้ความสนใจต่อปัจจัยสภาพแวดล้อมภายนอกองค์กร ที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา และนำปัจจัยดังกล่าวมาใช้ในการวางแผนกลยุทธ์เพื่อให้การบริหารงานองค์การมีลักษณะที่ยืดหยุ่น ปรับตัวและเรียนรู้จากการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ เช่น การเปลี่ยนแปลงของลูกค้า คู่แข่งขัน รวมไปถึงการเรียนรู้จากการดำเนินงานที่ผิดพลาด เป็นต้น
2) วัฒนธรรมองค์การที่เน้นพันธกิจขององค์กร (the mission culture) เป็นวัฒนธรรมองค์กรที่เน้นถึงการมีวิสัยทัศน์และความมุ่งหมายที่ชัดเจนที่องค์กรต้องการจะบรรลุเป้าหมาย ภายใต้มโนทัศน์สำคัญที่ว่า องค์กรที่ประสบความสำเร็จในการดำเนินงาน มีการกำหนดวัตถุประสงค์ เป้าหมายการวางแผนกยุทธ์ และวิสัยทัศน์ขององค์กรที่ต้องการไปให้ถึงในอนาคตอย่างชัดเจน
3) วัฒนธรรมองค์กรที่เน้นการเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้อง (the involvement culture)ซึ่งหมายถึง วัฒนธรรมองค์กรที่ให้ความสำคัญเกี่ยวกับการเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องและการเข้ามามีส่วนร่วมในการปฏิบัติงานของพนักงาน และความสามารถในการเปลี่ยนแปลงการดำเนินงานได้อย่างรวดเร็ว ที่มีสาเหตุมาจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมภายนอกองค์กร ในขณะเดียวกับที่ให้ความสำคัญต่อความต้องการของพนักงาน โดยการมอบอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบแก่ทีมงานภายในองค์กร ซึ่งเป็นการพัฒนาความสามารถให้แก่พนักงานในทุกระดับชั้น ทำให้ผลการดำเนินงานขององค์กรดีขึ้น เนื่องจากการที่องค์การเปิดโอกาสให้พนักงานเข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินงาน พนักงานจะเกิดความรู้สึกที่มีความรับผิดชอบเพิ่มมากขึ้น ทำให้เกิดความรู้สึกของการเป็นเจ้าของ ซึ่งเท่ากับเป็นการสร้างข้อผูกมัดของพนักงานที่มีต่อองค์กรนั้น และ
4) วัฒนธรรมองค์การที่เน้นความสอดคล้อง (the consistency culture)เป็นวัฒนธรรมองค์กรที่ให้ความสำคัญที่มีความสอดคล้องภายในองค์กรในกรณีที่สภาพแวดล้อมที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงค่อนข้างสูง และการดำเนินงานภายในองค์กรมีการประสานงานเป็นหนึ่งเดียว โดยที่องค์การในลักษณะนี้จะมีวัฒนธรรมองค์กรช่วยสนับสนุนให้ การดำเนินงานขององค์กรเป็นไปอย่างมีระเบียบแบบแผน ที่มีค่านิยมร่วม ความเชื่อ สัญลักษณ์บุคคลที่ประสบความสำเร็จ และแบบแผนที่เคร่งครัดที่คอยช่วยในการกำหนดนโยบายและวิธีการดำเนินงาน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายขององค์กรในที่สุด
เห็นไหมครับว่า รายละเอียดที่จะแสดงถึงวัฒนธรรมองค์กรนั้นมีมากพอที่จะนำไปปรับใช้ให้ได้อย่างมีประโยชน์จริง ถ้าเราต้องการนำไปใช้.. ร่ายมายืดยาวถึงวัฒนธรรมองค์กรจากแนวความคิดในเชิงทฤษฎี สำหรับครั้งหน้าผมจะมาว่ากันต่อในเรื่องของวัฒนธรรมของการบริหารทรัพยากรบุคคล..โปรดติดตามครั้งต่อไป
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น