วันอาทิตย์ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2554

Life Planning


การวางแผนชีวิต ในส่วนตัวผมคิดว่ามีความสำคัญมาก เพราะไม่ได้เป็นเรื่องง่ายเลยหากคิดจะพิชิตเส้นชัยโดยไม่มีการวางแผน ที่ผ่านมาว่ากันว่าคนเรามักจะต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งระหว่างชีวิต ครอบครัวและหน้าที่การงาน ถ้าไม่ได้เกิดมาบนกองเงินกองทองเราก็คงเป็นเหมือนหลายๆ คนที่การงานดีแต่ชีวิตครอบครัวไม่เป็นดังหวัง ในขณะที่อีกคนครอบครัวสมบูรณ์พร้อมแต่ชีวิตการงานไม่ได้สดใสเหมือนใครๆ เราจึงมีวิธีการวางแผนให้ชีวิตประสบความสำเร็จไปพร้อมๆ กับชีวิตครอบครัวที่มีความสุข แม้ว่าชีวิตมีสิ่งที่เราควบคุมไม่ได้ ก็ยังดีกว่าเดินไปตามทางโดยที่ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะถึงจุดหมายปลายทาง

สิ่งสูงสุดในชีวิตคืออะไร
บางคนก็ว่าการมีบ้านสักหลังกับพื้นที่ไว้ปลูกต้นไม้หลังเกษียณ หรือการได้เป็นเจ้าของธุรกิจที่อยากจะทำ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นเป้าหมาย ในชีวิตที่เราทุกคนมี หรือหากใครยังหาไม่เจอลองมองหาสิ่งที่อยากจะทำไว้สัก 2-3 อย่างและลองลงมือทำเราจะรู้เองว่าเราถนัดกับสิ่งไหนมากที่สุด แต่การตั้งเป้าหมายของชีวิตนั้นอย่าลืมว่าชีวิตไม่ได้มีเพียงด้านเดียว ยังมีด้านครอบครัว ด้านการงาน ด้านสุขภาพ ด้านความมั่นคงในชีวิต เป็นต้น เราต้องรู้ตัวเองว่าสิ่งที่ต้องการสูงสุดในแต่ละด้านของเรานั้นคืออะไร และตั้งเป้าหมายไว้ในจุดที่เหมาะสม จุดที่เหมาะสมที่ว่าก็คือ การประมาณตนนั่นเอง คิดและทำแต่พอประมาณและเราจะไม่รู้จักคำว่าผิดหวังกับทุกๆ สิ่ง

เริ่มการวางแผนการงานการเงินและครอบครัวเสียแต่วันนี้
เมื่อเรากำหนดเป้าหมายในแต่ละด้านได้แล้วนั้นก็เข้าสู่เส้นทางการวางแผนกำหนดชีวิตซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่สุด การวางแผนอย่างง่ายๆ สามารถทำได้ด้วยการประเมินกำลังของตัวเองในแต่ละด้าน ได้แก่
1.ด้านการเงิน
สถานะการเงินในปัจจุบันสามารถบ่งบอกอนาคตได้ถึง 30 เปอร์เซ็นต์ คนที่มีการเก็บออมเงินที่ดีย่อมมีโอกาสสร้างอนาคตได้ดีกว่าคนที่ไม่ได้เก็บเลย การวางแผนด้านการเงินนั้น ควรมีการเก็บออมอย่างต่อเนื่องและใช้เมื่อจำเป็นที่สุดเท่านั้น สำหรับคนที่ต้องการนำเงินไปลงทุนในธุรกิจของตัวเองก็ควรมีเงินทุนสำรองอย่างน้อยครึ่งหนึ่ง สำหรับเหตุฉุกเฉินที่ไม่คาดคิด นอกจากนี้ถ้ารายรับมีไม่พอกับรายจ่าย เราอาจจะต้องหารายได้เสริมทางอื่นด้วย


2.ด้านการงาน
การงานที่ทำอยู่จัดว่าเป็นตัวกำหนดหลักอีกตัวที่จะช่วยดูทิศทางในอนาคต หากคุณทำงานอยู่ในบริษัทที่มั่นคง มีโอกาสก้าวหน้าในอาชีพการงาน มีการขึ้นเงินเดือนอย่างต่อเนื่องทุกปี จะช่วยให้เรากำหนดการวางแผนเรื่องอนาคตการงานได้ แต่หากงานที่ทำไม่มั่นคงและเสี่ยงต่อการตกงาน เราคงต้องหางานอื่นๆ ในลำดับต่อไป งานที่จะช่วยให้เราประสบความสำเร็จได้อย่างรวดเร็วที่สุดก็คือ การหาอาชีพเสริมสร้างรายได้พิเศษอย่างน้อยๆ เงินที่ได้จากงานส่วนนี้เอาไว้เป็นเงินพิเศษเพื่อใช้จ่ายสิ่งอำนวยความสะดวกและความสุขของคนในครอบครัวไปด้วย

3.ด้านครอบครัว
ด้านครอบครัวนี้นอกจากพ่อแม่พี่น้องแล้วยังหมายความรวมถึงภรรยาและลูกๆ ด้วย สิ่งเหล่านี้จะเป็นภาระที่ต้องดูแล ดังนั้นเราจึงต้องวางแผนเผื่อสำหรับคนเหล่านี้ให้รอบคอบโดยเฉพาะเด็ก และพ่อแม่ ที่ต้องมีเรื่องต้องดูแลมากมาย สำหรับคู่ชีวิตนั้นคือคู่คิดที่ดีที่สุดไม่มีใครรู้เรื่องตัวคุณและคนในครอบครัวได้ดีเท่า ดังนั้นการปรึกษาเรื่องสำคัญไม่ควรมองข้ามความคิดเห็นของคนข้างกายเป็นอันขาด

4.ด้านสุขภาพ
ก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ควรนำมารวมไว้ในการวางแผน เพราะชีวิตที่สวยงามอาจจะต้องจบลงเพราะปัญหาด้านสุขภาพก็เป็นได้ วางแผนการพักผ่อนและการออกกำลังกายในแต่ละวัน และการตรวจสุขภาพทุกๆ ปี จะช่วยให้ร่างกายแข็งแรงและพร้อมจะอยู่ดูความสำเร็จในอนาคต

5.ด้านความมั่นคงของชีวิตอื่นๆ
ทรัพย์สินที่เป็นมรดกตกทอด การประกันชีวิต ญาติพี่น้องที่สามารถให้ความช่วยเหลือและไว้ใจได้แน่นอน นี่คือ ความมั่นคงของชีวิตที่ควรกำหนดไว้เป็นทางออกสุดท้ายเวลาเจอปัญหา แต่ไม่ใช่ว่าทุกคนจะมีมาแต่กำเนิดหากคุณเริ่มต้นชีวิตจากศูนย์ หลักความมั่นคงที่ง่ายที่สุดคือการซื้อประกันชีวิต ประกันสุขภาพ และประกันความมั่นคงด้านต่างๆ ไม่ใช่การแช่งตัวเอง แต่นี่คือการวางแผนอนาคตที่มั่นคงที่สุดสำหรับคนเริ่มจากศูนย์

การเดินตามแผนชีวิตจะให้ดีควรเดินไปพร้อมๆ กับเรื่องของความรัก เมื่อเราได้เส้นทางแผนชีวิตคร่าวๆ ในด้านการงานการสร้างฐานะแล้ว การปฏิบัติต่อคนรอบข้างก็เป็นสิ่งที่ควรให้ความสำคัญมากที่สุด และผมขอหยิบยกเอาคำสอนของพระพุทธเจ้าที่ท่านทรงให้แนวทางในการใช้ชีวิตอันแสบเรียบง่ายด้วยหลักทิศทั้ง 6 เอาไว้คือ
1.ทิศเบื้องหน้า คือบิดามารดา การแสดงความกตัญญูรู้คุณต่อ บิดามารดา ด้วยการดูแลและเลี้ยงดูท่านเมื่อยามแก่ชรา คือสิ่งที่เราควรทำเพื่อตอบแทนคุณ เมื่อลูกหลานเห็นสิ่งที่เราทำก็จะเป็น เยี่ยงอย่างที่ดีต่อไป

2.ทิศเบื้องขวา การเคารพต่อครูบาอาจารย์ ไม่ทำตัวเป็นศิษย์ล้างครู ท่านจะคอยแนะนำและช่วยเหลือให้เรามีความเจริญในหน้าที่การงาน

3.ทิศเบื้องหลัง เป็นความสัมพันธ์อันเหมาะสมระหว่างสามีกับภรรยาและลูก ที่จะต้องปฏิบัติต่อกันโดยยกย่องนับถือ ไม่ดูถูกเหยียดหยาม ไม่ประพฤตินอกใจ ให้เกียรติ ให้ความเป็นอยู่ที่เหมาะสม ไม่เกียจคร้านในกิจการงานบ้านเรือน ก็จะครองชีวิตคู่อย่างมีความสุข สำหรับลูกให้อบรมเลี้ยงดูตามฐานะและประพฤติ ตัวเป็นแบบอย่างที่ดีกับลูกๆ พวกเขาจะเป็นกำลังใจที่ดีที่สุด

4.ทิศเบื้องซ้าย คือมิตรสหาย ที่ต้องร่วมการแบ่งปัน ด้วยการเสมอต้นเสมอปลาย ด้วยคำวาจาไพเราะ และให้ประโยชน์ไม่ละทิ้งเมื่อพบความลำบาก แล้วเพื่อนจะให้ความช่วยเหลือเมื่อเราต้องการเช่นกัน

5.ทิศเบื้องล่าง คือผู้ที่อยู่ต่ำกว่า ลูกน้อง ลูกจ้าง ให้จัดการงานให้ทำตามกำลังความสามารถ ให้อาหารหรือค่าจ้างรางวัล แบ่งปันเงินได้พิเศษให้เป็นครั้งคราว ช่วยรักษาพยาบาล เวลาเจ็บไข้ ให้หยุดงานตามความสมควร เมื่อลูกน้องดีการทำธุรกิจการงานอะไรก็จะประสบความสำเร็จได้อย่างง่ายดาย

6.ทิศเบื้องบน คือพระสงฆ์ ที่ควรให้ความเคารพ และทำบุญตามกำลังความสามารถ ผลบุญจะส่งให้ชีวิตพบแต่สิ่งที่ดีๆ

เราจะเห็นได้ว่าหลักปฏิบัติของทิศทั้ง 6 จะเน้นไปที่การปฏิบัติดูแลบุคคลรอบกาย ให้เหมาะสมต่อสถานภาพ จึงสามารถนำหลักการทางศาสนาพุทธมาช่วยในการครองเรือนให้ชีวิตครอบครัวมีความสุข ควบคู่ไปกับการวางแผนชีวิตอย่างเป็นขั้นเป็นตอนหากทำได้เช่นนี้ชีวิตจะไม่มีความสุขไปได้อย่างไร

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น