วันพฤหัสบดีที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2554

Technic of Social Media


ที่ผ่านมาได้มีการทำเว็บไซต์กันเกิดขึ้นมากมาย แต่เมื่อทำมาแล้วจะทำอย่างไรถึงจะได้ผู้เข้าชมเว็บไซต์เราจากสังคมออนไลน์มากขึ้น?ต้องการที่จะแปลงเว็บไซต์ธรรมดาของคุณให้น่าสนใจมากขึ้นด้วยการเชื่อมต่อกับเว็บไซต์สังคมออนไลน์หรือไม่? บทความต่อจากนี้ไปผมจะเป็นผู้ให้คำตอบกับคุณเอง คุณจะสามารถเปลี่ยนเว็บไซต์จากธรรมดาๆ ให้น่าสนใจมากขึ้น สามารถเพิ่มผู้เข้าชมเว็บไซต์ได้มากขึ้น ที่สำคัญไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ และก็ไม่ใช่เรื่องที่ยากอีกด้วย ในเครือข่ายสังคมออนไลน์จะทำให้กลยุทธ์การตลาดออนไลน์ของคุณประสบความสำเร็จได้ง่ายมากขึ้น สามารถแปลงผู้เข้าชมเว็บไซต์ (Visitors) ไปสู่ลูกค้ามุ่งหวัง (Prospects) และก็เป็นลูกค้า (Customers) ในที่สุด เพราะลูกค้าออนไลน์ในวันนี้ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของเว็บไซต์เครือข่ายสังคมออนไลน์ไปแล้ว ข้อมูลของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในประเทศไทย ณ วันที่ 23 พ.ค.2554 มากกว่า 9 ล้านคน เป็นสมาชิกของเว็บไซต์ Facebook คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 53.94 ของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทั้งหมดในประเทศไทย หรือร้อยละ 14.20 ของประชากรประเทศไทย นี่เป็นเพียงข้อมูลจากเว็บไซต์เครือข่ายสังคมออนไลน์เพียงเว็บไซต์เดียวเท่านั้น ยังไม่รวมถึง Twitter, YouTube, LinkedIn และอื่นๆ ต่อไปนี้ ผมจะแนะนำเทคนิคในการนำเว็บไซต์และเครื่องมือต่างๆ ของสังคมออนไลน์มาทำให้เว็บไซต์ของคุณมีชีวิตชีวามากขึ้น รวมไปถึงการสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ที่ดีให้กับลูกค้าบนอินเทอร์เน็ตอีกด้วย
เทคนิคที่ 1:ติดตั้งปุ่มหรือไอคอนไปยังสังคมออนไลน์บนหน้าโฮมเพจ
วิธีนี้ง่ายที่สุดในการแปลงเว็บไซต์ให้เป็นเว็บไซต์เพื่อสังคมออนไลน์ จะต้องมีบัญชีผู้ใช้งานของเว็บไซต์สังคมออนไลน์ต่างๆ เสียก่อน เช่น Facebook, Twitter, YouTube Channel เป็นต้น จากนั้นก็สร้างปุ่มหรือไอคอนที่จะบอกให้ผู้เข้าชมเว็บไซต์ได้ทราบว่า คุณมีเว็บไซต์สังคมออนไลน์อยู่ด้วย นอกเหนือจากเว็บไซต์ปกติ จริงแล้วก็ไม่เพียงแต่คุณจะวางปุ่มหรือไอคอนเหล่านี้ไว้ที่หน้าโฮมเพจอย่างเดียว ควรจะต้องมีปุ่มหรือไอคอนเหล่านี้อยู่ในทุกหน้าของเว็บไซต์ของคุณด้วยเช่นกัน เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมเว็บไซต์สามารถคลิกไปยังเว็บไซต์สังคมออนไลน์ของคุณได้มากที่สุด

เป้าหมายของการวางปุ่มหรือไอคอนเหล่านี้ก็เพื่อให้ผู้เข้าชมได้เป็นสมาชิกของคุณในเว็บไซต์สังคมออนไลน์ของคุณ ถ้าเป็น Facebook คุณก็จะแนะนำ Page แล้วให้พวกเขาคลิก Like เพื่อติดตามข้อมูลอัพเดททุกครั้งที่คุณโพสต์ข้อความ ถ้าเป็น Twitter คุณก็จะแนะนำให้พวกเขาคลิก Follow คุณ เพื่อติดตามความเคลื่อนไหวของคุณ ทุกครั้งที่ทวีตข้อความ ถ้าเป็น YouTube Channel คุณก็อยากให้พวกเขาคลิก Subscribe เพื่อติดตามข้อมูลคลิปวีดิโออัพเดทจากคุณ ทุกครั้งที่คุณอัพโหลดวีดิโอ อย่างไรก็ตามบางทีคุณอาจจะเสียโอกาส แทนที่ผู้เข้าชมจะเข้าชมเว็บไซต์ของคุณอย่างเดียว แต่กลับไปดูข้อมูลต่างๆ ในเว็บไซต์สังคมออนไลน์ของคุณแทน ผมแนะนำให้คุณเปิดหน้าต่างวินโดว์ใหม่หรือแท็บใหม่ของบราวเซอร์สำหรับเว็บไซต์สังคมออนไลน์ของคุณ วิธีนี้จะป้องกันไม่ให้ลูกค้ามุ่งหวังหายไปจากเว็บไซต์ปกติของคุณได้
อีกวิธีที่จะป้องกันไม่ให้ลูกค้ามุ่งหวังของคุณหายไป ก็ด้วยการติดตั้งแถบเมนูด้านล่างของเว็บไซต์ของคุณแทน วิธีนี้จะเป็นการ Pop up หน้าต่างใหม่ของเว็บไซต์สังคมออนไลน์โดยมีเว็บไซต์ของคุณเป็น Background อยู่ คุณสามารถใช้เครื่องมือฟรีเหล่านี้ได้ เช่น Wibiya.com หรือ Conduit.com ก็ได้ ตัวอย่างเว็บไซต์ที่ใช้เครื่องมือนี้ เช่น www.sundae.co.th เป็นต้น ผมมักจะเจอคำถามข้อแรกๆ ที่พนักงานในองค์กรพูด และบอกผม คือ "บริษัทเราบล็อกไม่ให้พนักงานใช้ โซเชียล มีเดีย เช่น เฟซบุ๊ค ทวิตเตอร์" ทุกครั้งที่ผมมีโอกาสไปพูดให้ความรู้กับองค์กรต่างๆ เกี่ยวกับเรื่อง "โซเชียล มีเดีย" ผมมักจะเจอคำถามข้อแรกๆ ที่พนักงานในองค์กรพูด และบอกผม คือ "บริษัทเราบล็อกไม่ให้พนักงานใช้ โซเชียล มีเดีย เช่น เฟซบุ๊ค ทวิตเตอร์" และได้มีโอกาสคุยกับหัวหน้าของพนักงานเหล่านั้น ส่วนใหญ่จะบอกว่า "ต้องบล็อกเอาไว้ ไม่อย่างนั้น ก็ไม่ทำงานกันพอดี มัวแต่เล่นเกมกันทั้งวัน" ซึ่งตอนนี้หลายๆ องค์กรเริ่มมีการนำ โซเชียล มีเดีย มาใช้เป็นอีกช่องทางในการสื่อสารขององค์กร บ้างก็ทำได้ดี บ้างก็เพิ่งจะเริ่มต้น แต่มันจะดีไหมครับ หากเราสามารถดึงให้คนในองค์กรเข้ามามีส่วนร่วมกับการสื่อสารขององค์กร ผ่านโซเชียล มีเดียของเขา เพราะมันจะเป็นช่องทางที่มีประสิทธิภาพ มากกว่าองค์กรสื่อสารออกไปเอง เรามาดูกันครับว่า จะทำอย่างไร ถึงทำให้คนทั้งองค์กรมีส่วนร่วมกับการสื่อสารผ่านช่องทางนี้

เทคนิคที่ 2:การเข้าใจคนในองค์กร
ก่อนจะเริ่มนำ โซเชียล มีเดีย มาใช้กับคนในองค์กร เราต้องเข้าใจก่อนว่า พฤติกรรมของคนในองค์กรเราเป็นอย่างไร ชอบใช้อะไร เช่น เฟซบุ๊ค, ทวิตเตอร์ หรือ โซเชียล มีเดีย และส่วนใหญ่เค้าทำอะไรกันในนั้น เช่น พูดคุย เล่นเกม หรือ อ่านอย่างเดียว? เพราะเมื่อเราเข้าใจ เราจะสามารถเข้าถึงและสร้างรูปแบบความร่วมมือจากคนในองค์กรได้ง่ายขึ้น โดยอาจทำผ่านการสำรวจแบบง่ายๆ วิธีการสอนให้เข้าใจ การสร้างความเข้าใจอย่างถูกต้องเกี่ยวกับการใช้ โซเชียล มีเดีย ดูจะเป็นแนวทางหนึ่ง ที่จะช่วยทำให้คนในองค์กรคุณเข้าใจมากขึ้น อาจจะจัดการอบรมภายใน หรือสื่อสารออกไปเพื่อสร้างความเข้าใจว่า โซเชียล มีเดีย คืออะไร เขาและองค์กรจะได้อะไรจากการสื่อสารประเภทนี้ เมื่อทุกคนเข้าใจแล้วผมเชื่อว่าเราก็จะสามารถทำให้ทุกเห็นถึงความสำคัญของสื่อประเภทนี้ได้

เทคนิคที่ 3:การกำหนดว่าอะไร "ควรทำ" และ "ไม่ควรทำ"
เราควรกำหนดกรอบในการสื่อสารผ่าน โซเชียล มีเดีย ขององค์กรให้ชัดเจน โดยเน้นในสิ่งที่ "ควรทำ" มากกว่า การไปห้ามอะไรต่างๆ มากมาย เพราะจะทำให้เขาเกิดความรู้สึกไม่ปลอดภัยกับการที่มาพูดคุยเรื่ององค์กร ทำให้เขาไม่อยากพูด แต่ก็ต้องทำให้เข้าใจว่า อะไรคือสิ่งที่ไม่ควรสื่อสารออกไปเช่นกัน รวมถึงการมีข้อตกลงบางอย่างร่วมกัน เช่น ห้ามเล่นเกมบนเฟซบุ๊คในเวลางาน ซึ่งบริษัทสามารถบล็อกพวกเกมต่างๆ ได้ แต่ก็ยังคงใช้สื่อสารผ่านช่องทางนี้ได้อยู่

เทคนิคที่ 4:การกระตุ้นให้เกิดการสื่อสาร
เราควรจะกระตุ้นให้คนในองค์กรพูด และสื่อสารออกไปใน โซเชียล มีเดียอย่างเป็นประจำที่ถูกรูปแบบและถูกวิธี อาจมีการจัดประกวดว่า ใครที่ส่งข้อความออกไปใน โซเชียล มีเดีย และได้ผลตอบรับมากที่สุดในแต่ละสัปดาห์หรือเดือน ทางบริษัทอาจจะมีรางวัลมอบให้ หรือจัดแข่งขันระหว่างทีมก็ได้ จะทำให้การสื่อสารผ่าน โซเชียล มีเดียขององค์กรเป็นเรื่องที่น่าสนุกมากขึ้น

เทคนิคที่ 5:การมีแนวทาง และความเป็นตัวของตัวเอง
สิ่งสำคัญที่สุดในการสื่อสารผ่าน โซเชียล มีเดีย ขององค์กร เราควรแนวทาง หรือคีย์เวิร์ดในการให้คนในองค์กรสื่อสารออกไปในแต่ละครั้ง หรือมีการกำหนด คำพิเศษ หรือแฮชแท็ก (#)เอาไว้ เพื่อทำให้การสื่อสารออกไป มีรูปแบบที่ไปในทิศทางเดียวกัน และเพื่อเป้าหมายที่ชัดเจน รวมถึงยังติดตามได้ง่าย นอกจากนี้ ควรจะให้แต่ละคนมีวิธี และรูปแบบการสื่อสารที่เป็นตัวตนของเขาเอง ไม่ใช่เอาคำ หรือข้อมูลจากองค์กรไปยัดให้เขาพิมพ์ออกไป แต่องค์กรควรกำหนดแนวทางการสื่อสารว่า องค์กรต้องการสื่อสารอะไร เพื่อที่เขาจะได้นำไปสื่อสารต่อได้ในรูปแบบและวิธีของแต่ละคน

สุดท้าย การมอนิเตอร์และติดตาม
เราสามารถให้คนในองค์กร ทั้งหมดเป็นคนช่วยกันดูแลตรวจสอบกันเอง เพราะมันเหมือนกันเพื่อนๆ ช่วยดูแลกัน แต่องค์กรเองก็ควรจะมีระบบและวิธีการสอดส่องว่า สิ่งที่แต่ละคนสื่อสารออกไป เป็นอย่างไรบ้าง เช่น ระบบค้นหาคำ หรือคีย์เวิร์ด ที่เกี่ยวข้องกับองค์กรทาง โซเชียล มีเดีย หรือระบบ ที่ให้แต่ละคนมารายงานว่า เขาได้สื่อสารอะไรออกไปบ้างผ่านทาง โซเชียล มีเดีย ก็จะทำให้องค์กรสามารถติดตามผลลัพธ์ของการสื่อสารได้ดีขึ้น แต่เชื่อไหมครับ สิ่งที่สำคัญที่สุดของการนำ โซเชียล มีเดีย มาเป็นช่องทางการสื่อสารขององค์กร คือ "ผู้บริหารหรือหัวหน้า ต้องเข้าใจและเห็นประโยชน์ของสื่อประเภทนี้จริงๆ เพราะมิฉะนั้นแล้ว การขับเคลื่อนนำ โซเชียล มีเดีย มาใช้กับองค์กรจะไม่สามารถเกิดขึ้นได้เลย" ยกตัวอย่าง ผู้บริหารของไทยที่ใช้โซเชียลมีเดีย เช่น เฮียฮ้ออาร์เอส (@HereHorRS), คุณสุทธิชัย หยุ่น (@suthichai) หรือ คุณพาที นกแอร์ (@Patee122) จะได้เห็นว่าองค์กรที่มีผู้บริหารใช้สื่อ โซเชียล มีเดีย เป็นประจำ องค์กรนั้นจะมีวิธีการสื่อสารผ่าน โซเชียล มีเดีย ได้อย่างดีเยี่ยม เอาละหากคุณเป็นผู้บริหาร หรือหัวหน้าคน ถึงเวลาต้องเข้าใจเรื่อง โซเชียล มีเดีย จริงๆ จังๆ แล้วละแต่หากคุณเป็นลูกน้องคุณควรให้อ่านบทความนี้จากคอมบนโต๊ะหัวหน้าคุณได้เลยครับ 555

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น