
คนเราแต่ละคนย่อมต้องการพลังงานที่แตกต่างกัน คนที่กำลังควบคุมน้ำหนัก หรือคนที่เป็นนักกีฬา คนท้อง หรือแม้แต่คนธรรมดา ก็ต้องการพลังงานและสารอาหารที่แตกต่างกันไป มาดูกันว่าสารอาหาร 5 หมู่ที่เราท่องจำกันมาตั้งแต่เด็ก มันให้อะไรกับเรากันแน่ เพื่อที่เราจะได้นำไปปรับใช้กับตัวเองได้ถูกต้อง เหมาะกับแต่ละคน มาเริ่มที่...
โปรตีน หลายคนท่องว่า ให้พลังงาน นั่นจริงส่วนหนึ่ง แต่จริง ๆ แล้ว โปรตีนจะไปเสริมสร้างเนื้อเยื่อให้กับร่างกาย และซ่อมแซมเซลล์และเนื้อเยื่อที่สึกหรอไป โปรตีนจึงมาก ๆ กับคนที่เป็นนักกีฬา หรือคนที่กำลังออกกำลังกาย เพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อของตน สำหรับคนธรรมดาเราควรทานเป็นประจำ แต่การทานมากเกินไป จะทำให้ตับและไตทำงานมากเกินจำเป็น เพราะโปรตีนจะถูกจับออกมาในรูปของปัสสาวะ ทำให้ร่างกายขาดน้ำด้วย
คาร์โบไฮเดรต อาหารให้พลังงานอย่างแท้จริง แป้ง หรือสารอาหารคาร์โบไฮเดรต เมื่อร่างกายรับเข้าไปจะถูกย่อยให้เป็นน้ำตาลและถูกใช้เป็นพลังงาน หากเหลือ จะแปรรูปเก็บอยู่ในรูปไกลโคเจน เพื่อเป็นพลังงานสะสม หากเรารับประทานอาหารจำพวกแป้งมากเกินไป ร่างกายใช้ไม่หมด ก็จะถูกเก็บสะสมมากขึ้น ๆ นานวันเข้า มันจะกลายเป็นไขมัน ทำให้เราอ้วนอีก ดังนั้นทานแป้งก็ทานแต่พอดี จะให้ดี ทานแป้งที่เป็นคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน อย่างพวกธัญพืช ต่างๆ ข้าวไม่ขัดสี หรือขนมปังก็เลือกแบบโฮลวีท รับรองไม่อ้วน แถมยังได้วิตามินอีกด้วย
ไขมัน เป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย เพราะปกติร่างกายจะดึงพลังงานจากคาร์โบไฮเดรตออกมาใช้ก่อน จากนั้นจึงดึงไขมันออกมาใช้ หากเราขาดไขมันมาก ๆ ร่างกายจะดึงเอาโปรตีนออกมาใช้แทน ทันนั้นจึงเป็นเหตุผลว่า คนที่ขาดสารอาหาร ร่างกายถึงได้ผอมแห้งเหี่ยว เหมือนหนังหุ้มกระดูก เพราะร่างกายต้องใช้พลังงานทุกวัน แต่ร่างกายไม่สามารถถึงเอาไขมันและคาร์โบไฮเดรตออกมาใช้ได้ โปรตีนจึงถูกดึงมาใช้แทน ดังนั้นจึงควรทานทุกอย่างให้สมดุล

วิตามิน อยู่ในรูปของผักและผลไม้เสียเป็นส่วนใหญ่ แต่ในธัญพืช ก็มีวิตามินอยู่ไม่น้อย เช่นวิตามินบี 6 และ บี 12 วิตามินจะช่วยเพิ่มภูมิต้านทานให้กับร่างกายได้ ไม่ทำให้เราเจ็บป่วยง่ายนัก
เกลือแร่ หากบริโภคอาหารครบทั้ง 5 หมู่ ก็จะได้รับเกลือแร่ครบถ้วนแล้ว นอกจากนี้ควรรับประทานอาหารที่มีธาตุเหล็กและวิตามินซีสูง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดูดซึมด้วย
น้ำ สิ่งจำเป็นต่อชีวิตที่ขาดไม่ได้ ทั้งช่วยคลายความร้อนในร่างกาย นำสารอาหารไปหล่อเลี้ยงอวัยวะต่าง ๆ ปริมาณที่ควรดื่ม ขึ้นอยู่กับอุณหภูมิและการเคลื่อนไหวของร่างกาย
เมื่อรู้แล้วว่าอะไรเป็นอะไร ผมขอสรุปว่า กุญแจสำคัญของสุขภาพที่ดี อยู่ที่การทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ดื่มน้ำให้พอกับความต้องการของร่างกาย ออกกำลังกาย และทำจิตใจให้สดชื่นอยู่เสมอ แค่นี้สุขภาพดีก็อยู่ไม่ไกลเกินมือคุณแล้ว ผมขอเสริมต่ออีกนิดเรื่องความเข้าใจเกี่ยวกับ "ไข่ " แหล่งโปรตีนราคาถูกที่มักกล่าวหาไปในทางดีและทางร้ายอยู่ตลอดเวลา ทีนี้อะไรคือข้อเท็จจริง ?
การกล่าวหาว่า ไข่เจียวร้อน ๆ กับพริกขี้หนูสด ฟาสต์ฟู้ดคนไทยที่อร่อยสุดยอด หรือไข่ออมเลตแบบอเมริกันเบรกฟาสท์ กินไข่ปลอดภัยหรือทำร้ายหัวใจของเรา สำหรับผู้ที่รักสุขภาพมากมายเริ่มรังเกียจความอร่อยของไข่ เพราะกลัวโคเลสเตอรอลที่มากับไข่แดง บางคนถึงกับแยกกินเฉพาะไข่ขาวปราศจากไข่แดง น่าเสียดาย เรากำลังโยนทิ้งคุณค่าอาหารที่ดีที่สุดในไข่แดงเหมือนกับเรากินข้าวขัดสีสวยงามที่ขัดเอาวิตามินออกไปเสียหมด ไข่แดงมีโคเลสเตอรอลสูง เป็นข้อเท็จจริงที่ปฏิเสธไม่ได้ แต่ร่างกายเราจำเป็นต้องมีโคเลสเตอรอลที่เหมาะสมในกระบวนการเผาผลาญอาหารหล่อเลี้ยงเซลล์ต่าง ๆ ในร่างกาย หากเรากินอาหารที่มีโคเลสเตอรอลต่ำตลอดเวลา ร่างกายก็ต้องผลิตออกมาเพื่อสร้างความสมดุล ถ้าคุณมีโคเลสเตอรอลสูงกว่าปกติอยู่แล้ว ไข่แดงก็ควรจะหลีกเลี่ยง แต่ทว่าขอให้ระลึกไว้ด้วยว่า ภาวะโรคหัวใจ โรคหลอดเลือด โคเลสเตอรอลไม่ได้เป็นปัจจัยเดียวที่ก่อให้เกิดปัญหา(ส่วนใหญ่เกิดจากความเครียด ไม่ออกกำลังกายหรือกินมากไป)

การเลือกกินเฉพาะไข่ขาวเพราะกลัวโคเลสเตอรอล ทำให้คุณพลาดคุณค่าที่ดีของไข่แดง เพราะในไข่แดงมีสารอาหารมากมายไม่ว่าจะเป็นวิตามินบี วิตามินเอ โฟเลต โคลีน และบรรดาเกลือแร่ต่าง ๆ แคลเซี่ยม เหล็ก กินไข่ไขมันดีเพิ่ม มหาวิทยาลัย North Carolina สหรัฐอเมริกา สนับสนุนให้กินไข่ทุกวันเพราะเป็นแหล่งสารอาหารที่ถูกมากโดยเฉพาะโคลีนที่มีมากในไข่แดง ซึ่งช่วยให้ระบบเซลล์สื่อประสาททำงานได้ดี ช่วยเรื่องความจำ เด็ก ๆ ควรกินสม่ำเสมอเพราะไม่ต้องห่วงเรื่องโคเลสเตอรอล กินไข่ทำให้โคเลสเตอรอลตัวดี HDL เพิ่มมากขึ้น การมี HDL เพิ่มมากขึ้นทำให้อัตราส่วนโคเลสเตอรอลรวมกับHDL ดีขึ้น สัดส่วนที่ดีหมายถึงเอาโคเลสเตอรอลรวมหารด้วย HDL ค่าที่ดีควรอยู่ที่ 2-3 ในผู้หญิง และ 3-4 ในผู้ชาย
กินไข่ไม่ทำให้อ้วน จากการติดตามศึกษากลุ่มคนที่รับประทานอาหารเช้าเป็นไข่เทียบกับกลุ่มที่ทานซีเรียลและขนมปัง เปอร์เซ็นต์ของผู้ที่กินไข่เป็นอาหารเช้าจะมีน้ำหนักตัวเฉลี่ยต่ำกว่าอีกกลุ่ม เป็นเพราะโปรตีนจากไข่ร่างกายจะค่อย ๆ ย่อยเป็นพลังงานอย่างช้า ๆ ไม่เหมือนกับการกินคาร์โบไฮเดรตหรือไขมันที่จะย่อยเร็วกว่า จึงทำให้หิวเร็วกว่าและทานซ้ำมากกว่า
แม้ว่าไข่จะมีโคเลสเตอรอลสูงถึง 200 มิลลิกรัมซึ่งสมาคมโรคหัวใจของอเมริกา (American Heart Association) ได้ให้ข้อกำหนดว่าเราควรกินอาหารที่มีโคเลสเตอรอลไม่เกิน 300 มิลลิกรัมต่อวัน มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดได้ทำการศึกษาว่าการกินไข่มากกว่าวันละฟองไม่ทำให้ความเสี่ยงของโรคหัวใจเพิ่มขึ้น แต่การปฏิเสธไม่กินไข่เลยหรือเลือกกินเฉพาะไข่ขาวไม่ใช่เรื่องที่ควรทำเพราะร่างกายหากได้โคเลสเตอรอลไม่เพียงพอร่างกายเราก็จะพยายามผลิตออกมาเอง ซึ่งอาจจะมากกว่าการกินเข้าไป การกินแบบพอดี ไข่วันละฟองหรือสัปดาห์หนึ่ง 3-4 ฟอง ไม่ก่อปัญหาให้มากแต่ที่เป็นปัญหาส่วนใหญ่เกิดจากการได้ไขมันส่วนเกินจากเครื่องเคียงเสียมากกว่า เช่น ไส้กรอกทอดที่อุดมด้วยน้ำมันทั้งนอกและใน ไข่เจียวอมน้ำมัน หรือขนมปังทาเนยจริงหรือเทียม ล้วนเป็นตัวสร้างปัญหาให้มากกว่าตัวไข่เอง กินไข่ต้มรับรองว่าคุณได้สารอาหารที่ครบคุณค่าและปลอดภัยจากไขมันที่มาจากการปรุงอย่างแน่นอน เชื่อผมสิ!
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น