
อรุณสวัสดิ์ วันจันทร์ที่แสนสุข เพราะเป็นวันหยุด วันพ่อของคนไทยทั้งประเทศ ทำให้ผมมีเวลาได้ไปนั่งดูหนังเรื่องหนึ่ง และอยากแนะนำให้ไปหามาดู หนังเรื่องนี้หากดูผ่านๆ ก็คิดว่าเป็นเรื่องที่ไม่จัดว่าแนวคิดการสร้างใหม่มาก แต่การนำเสนอต่างหากที่น่าสนใจ เพราะเปิดฉากมาเป็นวันที่ 2 เลย แล้วแสดงอาการโรคให้เห็นอย่างเร็ว อ๊ะ เกือบลืมไป เรื่องนี้คือ Contagion สัมผัสล้างโลก เป็นเรื่องเกี่ยวกับนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศเดินทางมาถึงเคาน์เตอร์ที่มีขนมขบเคี้ยวในสนามบิน ก่อนยื่นบัตรเครดิตของเธอให้แก่พนักงาน การประชุมทางธุรกิจเริ่มต้นด้วยการจับมือกัน ชายคนหนึ่งไอบนรถบัสที่มีผู้คนเต็มรถเพียงสัมผัสด้วย เพียงชั่วพริบตาเดียว ไวรัสที่รุนแรงถึงชีวิตก็ถูกแพร่กระจายได้เมื่อเบ็ธ เอ็มฮอฟฟ์ (กวินเน็ธ พัลโทรว์)กลับสู่มินนีแอโพลิสจกาการทำงานที่ฮ่องกง เธอคิดว่าเป็นเพราะอาการเจ็ตแล็กที่ทำให้เกิดการติดเชื้อ สองวันถัดมาเธอเสียชีวิตลงในห้องฉุกเฉิน แพทย์กล่าวว่าเธอเกิดอาการช็อค ส่วนสามีผู้โศกเศร้า (แม็ตต์ เดม่อน)ก็ไม่รู้สาเหตุว่าทำไม หลังจากนั้นไม่นานคนอื่นก็แสดงอาการลึกลับแบบเดียวกัน นั่นคือ การไออย่างรุนแรง มีไข้ ตามมาด้วยอาการลมชัก เลือดคั่งในสมอง … และเสียชีวิตลงในท้ายที่สุด โดยจำนวนผู้เสียชีวิตที่มินนีแอโพลิส ชิคาโก้ ลอนดอน ปารีส โตเกียวและฮ่องกงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จาก 1 รายกลายเป็น 4 ราย 16 ราย 100 ราย 1,000 ราย เมื่อวงกว้างของโรคติดต่อที่แพร่กระจายด้วยการสัมผัสขยายขอบเขตไปทั่ว มีการกระตุ้นการแพร่กระจายด้วยปฏิสัมพันธ์ของมนุษย์จำนวนมากที่เกิดขึ้นในช่วงแต่ละวันจนแพร่ระบาดไปทั่วโลกอย่างฉับพลัน ที่ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคในประเทศอเมริกา เหล่านักวิจัยต่างระดมกำลังกันทำลายรหัสทางชีววิทยาของเชื้อโรคชนิดพิเศษที่ยังมีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง รองผู้อำนวยการชีเวอร์ (ลอว์เรนซ์ ฟิชเบิร์น) พยายามลดความตื่นตระหนกที่เกิดขึ้น แม้แต่ความกังวลของตัวเองก็ตาม และต้องส่งตัวแพทย์สาวผู้กล้าหาญ (เคท วินสเล็ต)เข้าสู่สถานการณ์ที่เลวร้าย ในขณะเดียวกันท่ามกลางกระแสความสงสัยที่เพิ่มทวีคูณ เกี่ยวกับการค้นหาวัคซีนที่มีผล และผู้ที่ได้มันไปก่อนคือ ดร.ลีโอโนร่า โอแรนเทส (มารีออง โกติยาร์)แห่งองค์การอนามัยโลกที่ปฏิบัติหน้าที่ผ่านการเชื่อมต่อเน็ตเวิร์ค ซึ่งนั่นสามารถสืบสาวกลับไปยังต้นกำเนิดของสิ่งที่พวกเขากำลังจัดการอยู่ เมื่อจำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มสูงขึ้น ผู้คนพยายามปกป้องตัวเองกับคนที่พวกเขารักท่ามกลางสังคมที่มีความแตกแยก ผู้สร้างบล็อคคนหนึ่ง (จู้ด ลอว์) อ้างว่ารัฐบาลไม่ได้บอกข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้น จนสร้างความหวาดระแวงและความกลัวที่ลามกระจายไปทั่วอย่างรวดเร็วเหมือนไวรัส

หนังเรื่องนี้น่าสนใจเพิ่มขึ้นอีกเมื่อมีผู้กำกับที่เคยได้รางวัลออสการ์มาแล้ว เป็นผู้กำกับ
สตีเฟ่น โซเดอร์เบิร์ก เจ้าของรางวัล Academy Award? (“Traffic”) มากำกับหนังระทึกขวัญก้องโลกเรื่อง “Contagion” และได้มีการรวมตัวของเหล่านักแสดงระดับโลกที่โดดเด่น รวมไปถึง มารีออง โกติยาร์ นักแสดงผู้คว้ารางวัล Academy Award? (“La Vie en Rose,” “Inception”); แม็ตต์ เดม่อน นักแสดงผู้คว้ารางวัล Academy Award? (“Good Will Hunting,” ภาพยนตร์ชุด “Bourne”); ลอว์เรนซ์ ฟิชเบิร์น นักแสดงผู้ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล Oscar? (“What’s Love Got to Do With It,” “The Matrix”); จู้ด ลอว์ นักแสดงผู้ได้รับเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล Oscar? (“Cold Mountain,” “Sherlock Holmes”); กวินเน็ธ พัลโธรว์ นักแสดงผู้คว้ารางวัล Academy Award? (“Shakespeare in Love,” “Iron Man”); และ เคท วินสเล็ต นักแสดงผู้คว้ารางวัล Academy Award? (“The Reader,” “Titanic”) จากบทภาพยนตร์ดั้งเดิมของสก็อตต์ ซี. เบิร์นส (“The Bourne Ultimatum,” “The Informant!”) ภาพยนตร์ยังนำแสดงโดย ไบรอัน แครนสตัน (ภาพยนตร์ทาง AMC เรื่อง “Breaking Bad”) เจนนิเฟอร์ เอห์ล (“The King’s Speech”) และ ซาน่า ลาธาน (“Alien Versus Predator”) หนังอำนวยการสร้างโดยไมเคิล แชมเบิร์ก, สเปซีย์ เชอร์ (“World Trade Center”) โดยมีกรีกอรี่ จาค็อบส์ ร่วมกับเจฟฟ์ สกอล, ไมเคิล โพแลร์, โจนาธาน คิง และริคกี้ สเตราส์ ทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยการสร้างบริหาร ทีมผู้สร้างสรรค์ของโซเดอร์เบิร์กรวมถึงผู้ออกแบบฉาก ฮาเวิร์ด คัมมิงส์ ผู้ลำดับภาพเจ้าของรางวัล Oscar? สตีเฟ่น มิริโอน ผู้ออกแบบเครื่องแต่งกาย หลุยส์ ฟร็อกลีย์และผู้ประพันธ์ดนตรี คลิฟฟ์ มาร์ทินซ์ เรื่องนี้มีวอร์เนอร์ บราเดอร์ส พิกเจอร์ส นำเสนอภาพยนตร์ร่วมกับ Participant Media และ Imagenation Abu Dhabi, a Double Feature Films/Gregory Jacobs Production

ภาพรวมของหนังเรื่องนี้ เมื่อผมนั่งดูจนจบก็เกิดความคิดได้ว่า การใช้ชีวิตทุกอย่าง ไม่เว้นแม้แต่การจับมือ การกินข้าว การทำอาหาร เอาเป็นว่าทุกการกระมีโอกาสเสี่ยงได้เสมอ และเสี่ยงถึงชีวิตได้ด้วย ดังนั้นขออย่าให้ใช้ชีวิตแบบง่ายๆ จนเกินไป ระวังไว้ดีกว่า ล้างมือก่อนทำอะไรทุกอย่างได้ก็ดี เพื่อชีวิตที่ยืนยาวปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ จบเรื่องที่อยากแนะนำให้ดูไป 1 เรื่อง
มาถึงเรื่องที่ 2 เป็นอีกเรื่องที่น่าดู หนังเรื่องนี้เป็นหนังไทยที่ ดูเหมือนสื่อให้เห็นว่าน่าจะโป๊ เก็บกด ชื่อเรื่อง "รักจัดหนัก" สะท้อนสังคมวัยรุ่นวุ่นเซ็กซ์ ทำเป็นตอนๆ ในเรื่องเดียวกัน ว่ากันว่า ฉากจบของหนังรัก คือ บทเริ่มแรกของความจริง และฉากแรกของความจริง อาจพาไปพบฉากจบของความรัก (งงงงงงงงงงงง) นานทีปีหนจะโผล่ไปดูหนังโรงกะเขาสักที ได้ข่าวมาว่า “รักจัดหนัก” เป็นหนังที่เสียวจริงที่ต้องคิดและต้องดู เลยถ่อสังขารผ่านรถไฟฟ้าไปพิสูจน์ดูว่าสมกับที่เม้าท์ทูเม้าท์กันกระจายในเฟซบุ๊ครึป่าว เมื่อดูจนจบครบสามเรื่อง สรุปในใจว่า เออแหะมันเป็นเรื่องรักๆ ใคร่ๆ ร่วมสมัยจริงๆ ถึงเด็กที่แสดงจะเล่นประดักประเดิดแข็งแรงไปหน่อยก็ตาม ก็หนังทั้งสามเรื่องใช้เด็กหน้าใหม่ทั้งหมด และทุกคนยังไม่เป็นดารากันสักคน คะเนว่าคงจะทุนน้อยต้อยตีวี๊ด สู้ราคาพวกซุปตาร์ไม่ไหว เลยมีดารารุ่นใหญ่ที่ใหญ่สมรูปสูงวัยมากขึ้นเรื่อยๆ อย่างเจ๊จินตหรา สุขพัฒน์ ที่ชั่วโมงนี้ต้องรับบท แม่ ป้า ย่า ยาย เท่านั้น มาประดับฉากซีนสองซีนพอเป็นกิมมิค (Gimmick)

หนังเรื่องนี้แบ่งเป็น 3 เรื่องย่อย เรื่องแรกดูแล้วให้เป็นห่วงหัวอกพ่อแม่ที่มีลูกสาววัยรุ่นวัยเรียน ที่มีแฟนตั้งแต่อยู่มัธยมก่อนเอ็นทรานซ์ (ซึ่งธรรมดามากๆในวันนี้) แล้วแอบไปเที่ยวเกาะแก่งกับกลุ่มเพื่อนชายหญิง ต่างจับคู่กันไปแหละ ไม่มีเหงา แหงล่ะว่า มันต้องลงเอยได้เสีย ด้วยกำหนัดรักในอารมณ์สมอยากสมวัยแตกเปลี่ยว ไม่รู้ละว่าคืนนั้นครั้งแรกร่วมรัก จะได้พักผ่อนนอนหลับกันแค่ไหน เพราะไม่นานเกินห้ามใจไม่ยอมใส่ปลอก ประจำเดือนสาวรุ่นวัยเจริญพันธุ์จึงไม่มาเหมือนเคย ก็ไม่ต้องตีความให้ซับซ้อนแต่ต้องเวียนหัว แน่นอนท้องชัวร์ เมื่อทับไม่ร้องเอาแต่คราง ท้องแล้วจะทำยังไง ครานี้แหละพระเอกก็ใจปอดนางเอกก็ใจแป้ว เลยต้องขึ้นมึงขึ้นกูกัน เมื่อความจริงมันปรากฏขึ้นตรงหน้า พาให้สับสน เพราะไม่จำที่ผู้ใหญ่พร่ำบอก มีรักอย่าประมาทพลาดแล้วจะท้อง
ในที่สุดสุดที่รักวัยกระเตาะต้องยืนท้าวสะเอวหลุดประโยคสามัญที่จริงซะยิ่งกว่าจริงออกมาจนได้ “กูไม่น่าให้มึงเอาเลยคืนนั้น” เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับผู้ปกครองพ่อแม่ใดๆ หน้าไหนทั้งสิ้น เพราะทั้งคู่ต้องอุ๊บอิ๊บจูงมือกันไปแก้ปัญหากันเอง ฉากจบของฉากรักอยู่ที่คลินิกนั่นเอง ในฉากหนังเธอกับเขาจะร่วมรักกันต่อหรือไม่ สุดจะคาดเดา เพราะในชีวิตจริงมีมากคู่ที่เลิกราหลังจากสาวสวยไปทำแท้งเสร็จ ส่วนใหญ่ฝ่ายชายจะหายศีรษะกระทั่งเปลี่ยนซิมไปตามระเบียบที่ไม่เกี่ยวอะไรกับละม่อมเลยสักนิด แต่ก็มีหลายคู่ที่คบหามีสันถวะกันต่อ และขยันไปทำแท้งจนหมอส่ายหน้า บอกแล้วไงว่าความจริงมันเจ็บปวดรวดร้าวและทรมาน ฝ่ายหญิงนั่นแหละเต็มๆ ชายอย่างมากก็แหะๆ และค่อยๆ เลือนหายไป
เรื่องสองทำนองเดียวกัน รักใคร่ในวัยมัธยมจนท้องป่องที่ไม่ยอมทำแท้ง แต่โผล่ไปโรงเรียนไม่ได้ทั้งคู่ ต้องแอบหลบเพื่อนฝูงผู้คนร่วมชุมชนต่างจังหวัด อยู่แต่ชั้นสองของบ้าน ถึงทั้งคู่เลือกที่ไม่ยอมกำจัดมารหัวขน แต่ความฝันของทั้งคู่ก็แท้งไปเรียบร้อยแล้ว ฝ่ายชายอดเป็นนักมวยระดับแชมป์เหรียญทองสมัครเล่น ฝ่ายหญิงก็สะดุดฝันที่จะเข้าประกวดร้องเพลงเวทีสารพัดทั้งหลาย ได้แต่ซ้อมลูกคอท้องป่องอยู่ในบ้านทุกวัน เรื่องนี้พ่อแม่ญาติพี่น้องรู้เห็นและเป็นใจ เพราะมีครอบครัวญาติโยมเป็นพวกสุขสนุกเสพไม่เอาเรื่องเอาราวหนักสมองเท่าไหร่นัก ชิลล์ๆ ประสาพื้นบ้านร้านถิ่น
สรุปสั้นๆ ว่าเมื่อชิงสุกก่อนเข้าตลาด ฝันสวยย่อมสลายหายไป จะโทษใครไหนเล่าเพราะสองเราห่ามเอง

เรื่องสามนี่สะใจโก๋ผู้หมั่นไส้ในทอมยิ่งนัก แค่ชื่อเรื่องก็เสียดสีแบบตลกร้ายแล้ว “ทอมแฮ้งค์” หากดูจบแล้วท่านผู้ชมต้องผวนต่อด้วยคำว่า “แท้งซะแล้ว” เรื่องนี้มีทราย เจริญปุระ กำกับ
นางเอก เอ๊ย พระเอกสิ ถ้าจะว่าตามท้องเรื่องเป็นทอมคนสวยเก่งกีฬา เนื้อหอมสาวตอมทั้งโรงเรียน เขาเอ๊ยเธอบุคลิกห้าวตลอด คบชายเช่นชายด้วยกันแต่คบหญิงเป็นคู่เสน่หายาใจ อยู่มาคืนหนึ่งดันไปเฮฮาปาร์ตี้บ้านเพื่อนชาย ในเรื่องไม่ได้บอกว่ามีไอซ์ หรืออีด้วยรึปล่าว! ทอมคนสวยทำท่าคอแข็งกระดกเกินหน้าชายอยู่นั่น จนอ้อแอ้ในที่สุดสะลึมสะลือเช้าขึ้นตื่นมาโต๊ะจายโม๊ะเลยพบว่านอนก่ายกับหนุ่มแท้เพื่อนของเพื่อนที่เพิ่งรู้จักกันในวงเหล้าคืนนั้น เธอคงปวดตับเต็มแก่กับอุบัติกามครั้งนี้เลยแก้ขวยถีบหนุ่มแรกพบตกเตียงไปแบบทอมๆ เป็นอันว่าทอมโดนแท่งกินตับขณะแฮ็งค์ แล้วก็ท้องจนได้ สำนวนโก๋ว่าทีเดียวอยู่หมัด เรื่องนี้หนูทอมมีแม่ที่มีปูมหลังท้องไม่มีผัวไม่มีพ่อให้ลูกทอมพลอยมีปมไปด้วย เมื่อแม่มีประสบการณ์ลูกทอมค่อยเบาใจไปมากโข โชคดีแม่สวยระดับจินตหรา ที่เคยถูกฟันแล้วท้องต้องถูกทิ้งเข้าใจประสบกามจึงเห็นใจลูกทอมสุดๆ
เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ถึงเป็นทอมก็อย่าเผลอเรอเอ้อระเหย ทระนง พึงสำเหนียกว่าไอ้แท่งมันไม่เข้าใครออกใคร แต่มันชอบเข้าๆ ออกๆ หน่วยโก๋ปราบทอมก็มีออกเพ่นพ่านในสังคมบ้านเรา ระวังให้ดีนะทอมจ๋าอย่าเห็นแก่ดื่มจนลืมเพศ เดี๋ยวจะพลาด
สามเรื่องสามรสสวาท สามพฤติกรรมไม่ใช่หนังสั่งสอนศีลธรรมอันดีเล่มละบาท แต่ดูแล้วให้เสียวให้คิด หนังลงทุนโฆษณาว่าเหมาะแก่พ่อแม่ผู้ปกครองสนับสนุนให้ลูกวัยเรียนไปดู เป็นตัวอย่างที่ป้องกันการเกิดเยี่ยงแบบนี้ แต่ไม่ตูมตามเท่าที่ควร ออกจากโปรแกรมไปเงียบๆ ไม่รู้ว่าได้ทุนคืนมั่งไหม อย่างว่ารสนิยมคนไทยจริงเกินไปไม่ใคร่จะชอบ ถ้าตลกขี้แตกเป็นได้เงินตรึม
ในเรื่องวัยรุ่นวุ่นรักมันมีมาทุกรุ่นทุกสังคม เพียงแต่ว่าปริมาณเพิ่มมากน้อยตามภาวะสังคม ที่นับวันจะล่อแหลมล่อใจมากขึ้น สมัยก่อนหาที่ทำแท้งยากยิ่งกว่าหาห้องสมุด แต่บัดนาวหาง่ายพอกันกับร้านคาราโอเกะ demand มี supply ก็สนอง สะดวกท้องก็สะดวกแท้งว่างั้นเหอะ สมัยก่อนมีคำว่า “One Night Stand” หรือ “กิ๊ก” ซะที่ไหน รักใคร่เดียวนี้มันไฟแล่บง่าย เกิดขึ้นได้ในกาลเทศะที่เอื้ออาทรอ่อนใจให้ระทวยไปทั่ว เมื่อมันฮอทวัยรุ่นนิยมล้นตลาด แค่พยาบาลหรือผู้ช่วยอนามัย ก็แอบเปิดคลินิกทำแท้งลับๆ ล่อๆ แต่รู้กันทั่วเมืองเกลื่อนไปหมด
ส่วนฉากจริงเสียวจริงแต่เสียวยาวก็หญิงนั่นแหละ ชายมันเสียวแล้วว้อยก็แค่นั้น วันดีคืนร้ายหัวไม้หนังสือพิมพ์พาดหัวเบ้อเริ่มแบบไม่ถนอมหนังหน้าสังคมไทย ‘พบซากทารกนับพันในสุสานวัด’ ฉาวเหม็นเป็นอาทิตย์ แต่สุดท้ายพวกมือไวกว่าแสงฉวยพล็อตเอาไปสร้างกลายเป็นหนังผีหนีลงตุ่มไปจนได้ เฮ้อ ....บ้านเราเอาอะไรกันนักหนานอกจากเอาๆ กันไป เดี๋ยวก็คลี่คลายเองแหละจ๊ะนู๋(ต้องเขียนแบบนี้สมัยนี้)กว่าจะรู้เดียงสา

อีกเรื่อง เป็นภาคต่อแนวตลก ที่ดูแล้วก็ก๊ากดี ไม่แพ้ภาคแรก แต่ภาคนี้เน้นสาระมากกว่า เลยดูแอ็คชั่นดี หนังเรื่องนี้ขายได้เพราะพระเอกดาราตลกชั้นเทพมากกว่า ลองเปลี่ยนตัวแสดงนำ ผมเชื่อว่าหนังเรื่องนี้ขายไม่ออก หนังเรื่องคือ Johnny English Reborn (พยัคฆ์ร้าย ศูนย์ ศูนย์ ก๊าก สายลับกลับมาป่วน)เป็นหนังประเภท Action/Comedy ซึ่งกำกับโดย ผู้กำกับ Oliver Parker และนักแสดงโดย Rowan Atkinson (มิสเตอร์บีนส์), Ben Miller, Gillian Anderson, Dominic West, Rosamund Pike, Daniel Kaluuya มาเข้าเรื่องย่อกัน เรื่องนี้ พระเอกโรแวน แอทคินสัน กลับมารับบทสายลับจำเป็นที่ไม่รู้จักทั้งความหวาดกลัวหรืออันตรายในหนังตลกทริลเลอร์สายลับเรื่อง Johnny English Reborn ในการผจญภัยครั้งล่าสุดนี้ สายลับสุดเฟอะฟะแห่งสหราชอาณาจักร ต้องหยุดกลุ่มมือสังหารระดับโลกก่อนที่พวกนั้นจะกำจัดผู้นำของโลก และก่อให้เกิดเหตุวุ่นวายไปทั่วโลก

นับแต่สายลับของ MI7 หายตัวไปจากวงการ อันที่จริงเขาแอบซุ่มฝึกปรือฝีมืออันโดดเด่นอยู่ในดินแดนอันห่างไกลในเอเชีย แต่เมื่อบรรดาผู้มีอำนาจในหน่วยงานพบข้อมูลว่ามีความพยายามของคนกลุ่มหนึ่งที่คิดจะปลิดชีวิตผู้นำจีน พวกเขาจึงต้องตามหาตัวสายลับสุดแหวกแนวผู้นี้ บัดนี้ เมื่อโลกต้องการความช่วยเหลือจากเขาอีกครั้ง จอห์นนี่ อิงลิช จึงต้องกลับมาลุยอีกรอบ เมื่อโอกาสไถ่บาปมาถึง เขาต้องใช้อุปกรณ์ไฮเทคล่าสุดเพื่อคลี่คลายเครือข่ายสมรู้ร่วมคิดที่แพร่กระจายเข้าไปทั้งในเคจีบี, ซีไอเอ และแม้แต่เอ็มไอ-7 ด้วยเวลาที่เหลือเพียงน้อยนิดก่อนจะถึงการประชุมนานาชาติ หนึ่งชายชาตรีผู้นี้ต้องใช้ทุกกลเม็ดที่พกมาในกระเป๋าเพื่อปกป้องพวกเราทุกคน สำหรับจอห์นนี่ อิงลิช หายนะอาจเป็นทางเลือกหนึ่ง แต่เขามิอาจล้มเหลวได้
ส่วนในรายละเอียดของเรื่อง มีมุขที่นำมาใส่ในเรื่องนี้แล้วดูขำสุดก็พอมี แต่บางตอนก็จืดๆ และจริงจังมากเกินกว่าไม่เหมือนภาคที่ผ่านมา เหมือนกับว่า หนังต้องการให้เห็นพัฒนาการของตัวพระเอก ที่เก่งขึ้น มีความเป็นจริงเหมือนหนังแอ็คชั่นมากขึ้น เลยทำให้หนังขาดรสชาติหนังตลกไปหน่อย แต่โดยภาพรวมหนังก็น่าดู 555
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น