วันเสาร์ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2554

ยีน มีส่วนทำให้อ้วนได้


ปัญหาหนึ่งในหลายปัญหาของคนที่เกี่ยวกับร่างกาย ปัญหานั้นคือ ความอ้วน แล้วมันมีสาเหตุมาจากอะไร ? ใครตัวอ้วนให้โทษยีน เคยสงสัยหรือไม่ว่าทำไมบางคนกินเยอะเท่าไหร่ก็ไม่อ้วนสักที ขณะที่บางคนกินเพียงนิดเดียวกลับทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ปริศนานี้นักวิทยาศาสตร์ใช้ระยะเวลากว่า 10 ปี ในการค้นหากุญแจดอกสำคัญสำหรับไขความพิศวงของร่างกาย และเมื่อศึกษาลึกลงไปถึงระดับพันธุกรรมก็พบว่า มียีนสำคัญส่วนหนึ่งหายไปจากลำดับพันธุกรรมของร่างกายส่งผลให้ร่างกายมีความอยากอาหารไม่ยอมหยุดสักทีจนกลายเป็นคนอ้วน หัวหน้าภาควิชาโภชนศาสตร์ คณะเวชศาสตร์ของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งบอกว่า ปัจจัยที่ทำให้เกิดโรคอ้วนมี 2 สาเหตุด้วยกัน ได้แก่ ปัจจัยทางสิ่งแวดล้อมและปัจจัยทางพันธุกรรม โดยร้อยละ 30 - 70 ของคนอ้วนพบว่า มีสาเหตุมาจากพันธุกรรม ดังนั้นจึงสังเกตเห็นได้ว่าบางคนพยายามลดความอ้วนเท่าไหร่ก็ยังมีน้ำหนักและขนาดร่างกายเท่าเดิม นั้นเป็นเพราะความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับยีนควบคุมความอยากอาหาร ส่งผลให้กระบวนการเผาผลาญไขมันในร่างกายผิดปกติตามไปด้วย จนเกิดไขมันสะสมในร่างกายและกลายเป็นโรคอ้วน "จากการศึกษาในหนูทดลองและมนุษย์พบว่า มียีน 6 ชนิดด้วยกันที่เกิดการผ่าเหล่าแล้วสัมพันธ์กับโรคอ้วนโดยเฉพาะเลปตินซึ่งหายไปจากลำดับพันธุกรรมในคนอ้วน โดยยีนตัวนี้เชื่อมโยงกับกระบวนการควบคุมความอยากอาหารในมนุษย์ ดังนั้นเมื่อยีนตัวนี้หายไป จึงทำให้กระบวนการเผาผลาญไขมันในคนอ้วนผิดปกติไปด้วย" เลปตินเป็นฮอร์โมนที่ผลิตเฉพาะในเซลล์ไขมันซึ่งมีขนาดน้ำหนักโมเลกุล 16 กิโลดาลตัน โครงสร้างโมเลกุลประกอบด้วยกรดอะมิโน 167 โมเลกุลเชื่อมต่อกัน ยีนเลปตินอยู่ในโครโมโซมที่ 7 ทั้งนี้มีรายงานผลการศึกษาสภาพการผ่าเหล่าครั้งแรกในเด็กอ้วนสองคน ซึ่งเป็นพี่น้องกันของครอบครัวชาวปากีสถาน คนแรกเป็นเด็กหญิงอายุ 8 ขวบ มีน้ำหนักตัว 86 กิโลกรัม คนที่สองเป็นเด็กผู้ชายอายุ 2 ขวบมีน้ำหนักตัว 29 กิโลกรัม


ข้อมูลทางคลินิกของเด็กทั้งสองคนบ่งชี้ว่าไม่มีอาการของกลุ่มโรคพันธุกรรมที่เกี่ยวข้องกับโรคอ้วน แต่ผลการวิเคราะห์ยีนเลปตินพบว่า เด็กทั้งสองคนมีการผ่าเหล่าในตำแหน่งพันธุกรรมทำให้กระบวนการสร้างโปรตีน ผิดปกติไปด้วย ดังนั้นวิธีการรักษาโรคอ้วนจำเป็นต้องใช้การบำบัดในระดับยีนโดยกระตุ้นยีนตัวนี้ให้ทำงานได้ตามปกติเพื่อให้กระบวนการควบคุมความอยากอาหารอยู่ในสภาวะปกติ
กระนั้นก็ดี ผลการศึกษาในคนไทยกลับตรงกันข้ามกับข้อมูลดังกล่าว หัวหน้าของภาควิชาโภชนศาสตร์เขตร้อนและวิทยาศาตร์อาหาร คณะเวชศาสตร์ ได้ใช้ระยะเวลากว่า 5 ปี ตั้งแต่ปี 2543 - 2548 ในการค้นหายีนโรคในคนไทยโดยมีอาสาสมัคร 200 คนซึ่งล้วนเป็นคนที่มีสุขภาพดี จนพบว่า การทำงานของยีนไม่ได้ผิดปกติแต่อย่างใด แต่สิ่งที่น่าแปลกใจคือ ตัวรีเซปเตอร์ของยีนเลปตินต่างหากที่กลับผิดปกติและไม่สามารถตอบสนองต่อการสั่งงานจากยีนของมันได้

"เราพบว่าคนที่มีน้ำหนักเกิน แม้ยีนเลปตินทำงานผิดปกติคือ ผลิตโปรตีนมากเกินไป แต่ก็ยังกินอาหารในปริมาณที่มากอยู่ ซึ่งโดยทั่วไปหากมียีนชนิดนี้มากจะทำให้ความอยากอาหารลดลง และหากมีน้อยจะทำให้อยากอาหารเพิ่มขึ้น แต่ผลที่ได้กลับตรงขึ้น ซึ่งต้องศึกษาต่อไปว่าความผิดปกตินี้มาจากไหนระหว่างยีนและรีเซปเตอร์" นอกจากโรคอ้วนจะเป็นปัญหาในระดับยีนแล้ว การบริโภคที่ไม่ถูกต้องก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดการสะสมไขมันในร่างกายจนส่งผลให้เกิดโรคร้ายอื่นๆ ตามมาด้วย โดยเฉพาะในวัยเด็ก


โรคอ้วนรุมเด็กไทย
ผู้อำนวยการสถาบันโภชนาการ ของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง กล่าวถึง ผลการสำรวจภาวะโภชนาการของเด็กไทยพบว่า ปัจจุบันเด็กไทยกำลังเผชิญปัญหากับภาวะอ้วนเตี้ยโดยเด็กที่อายุต่ำกว่า 5 ปี ประสบปัญหานี้มากถึงร้อยละ 10 และเด็กวัยรุ่นพบร้อยละ 9 ซึ่งภาวะนี้จะนำไปสู่ปัญหาโรคเรื้อรังในอนาคต อาทิ โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง และโรคหัวใจ เป็นต้น ผู้อำนวยการได้อธิบายเพิ่มว่า สาเหตุของโรคอ้วนเตี้ยในเด็กมาจากพ่อแม่ให้อาหารลูกที่มากเกินไป โดยเข้าใจว่าเด็กที่อ้วนคือเด็กที่มีสุขภาพแข็งแรง โดยเฉพาะเด็กที่คลอดออกมาแล้วมีขนาดตัวเล็กกว่าปกติ พ่อแม่ก็จะให้กินเยอะมากเกินไป ซึ่งความจริงเป็นสาเหตุมาจากภาวะโภชนาการที่ไม่ถูกต้องของแม่ในช่วงก่อนการตั้งครรภ์ทำให้ทารกมีสารอาหารไม่เพียงพอส่งผลให้เด็กมีขนาดตัวเล็กผิดปกติ


"ตอนนี้เด็กไทยกำลังเผชิญปัญหาภาวะสารอาหารขาดและเกินอย่างรุนแรง โดยเฉพาะสารอาหารจำพวกวิตามินเอและไอโอดีน แต่กลับบริโภคอาหารประเภทที่มีไขมัน น้ำตาลและเกลือในปริมาณที่มากเกินไป จนทำให้เกิดโรคอ้วนและโรคเรื้อรังตามมาอย่างโรคเบาหวาน โรคความดันในเลือดสูง และโรคหลอดเลือดหัวใจตีบตัน ตอนนี้เราพบเด็กอายุ 8 ขวบ ก็เป็นโรคเบาหวานแล้ว" ดังนั้น งานต่อไปของนักวิทยาศาสตร์ที่จะค้นหาคำตอบเพิ่มเติมสำหรับปริศนาไขมันส่วนเกินนี้คือ ยังมียีนตัวอื่นที่เกี่ยวข้องอีกหรือไม่ที่ทำให้กระบวนการเผาผลาญไขมันในร่างกายผิดปกติ ซึ่งคำตอบเหล่านี้จะกลายเป็นหนทางสำคัญที่นำไปสู่การผลิตยาและวิธีบำบัดคนอ้วนในลำดับพันธุกรรมต่อไป

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น