วันพฤหัสบดีที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2554

Branding for HR


HR Branding คำนี้ไม่ได้เป็นคำใหม่มาก แต่ก็มีบางองคต์กรเท่านั้นที่ไม่รู้เลยว่าจำเป็นด้วยหรือ..ที่ต้องมี Branding ที่ผมเขียนถึงนี้จะเป็นการสร้างภาพลักษณ์จากงาน HR (Human Resource) เป็นแนวคิดทางการตลาดหรือการสร้างแบรนด์ให้กับหน่วยงานบุคคล อันนำไปสู่การยอมรับหรือภาพลักษณ์ที่ดีต่อสายตาของพนักงานภายในองค์กร รวมถึงลูกค้าและบุคลากรทั่วไปที่อยู่ภายนอกองค์กร ทั้งนี้คำว่า Brand ประกอบด้วย 2 ส่วนหลัก ได้แก่
* External Branding หมายถึง ภาพลักษณ์ที่ลูกค้าภายนอกมีต่อองค์กรในแง่มุมต่างๆ เช่น การตลาด สินค้าและการบริการ แนวทางการบริหารงานในองค์กรในเรื่องต่างๆ รวมถึงแนวทางการบริหารและพัฒนาบุคลากรในองค์กร

* Internal Branding หมายถึง ภาพลักษณ์หรือมุมองของพนักงานภายในที่มีต่อองค์กร ด้วยการวัดความรู้สึก ความพึงพอใจ ความชอบ ความผูกพันของพนักงานที่มีต่อองค์กรในด้านสภาพแวดล้อมการทำงาน รูปแบบการทำงานของผู้บังคับบัญชา ลักษณะงานที่รับผิดชอบ รวมถึงระบบงานด้านการบริหารและพัฒนาบุคลากรในองค์กร จะเห็นได้ว่าแนวทางการสร้าง HR Branding จึงเป็นเรื่องที่สำคัญที่องค์กรจะต้องใส่ใจและให้ความสำคัญมากขึ้น ทั้งนี้วิธีการสร้าง

HR Branding ให้เกิดขึ้นในองค์กรนั้นจะเริ่มตั้งแต่กระบวนการสรรหาคัดเลือกบุคลกร การฝึกอบรมและพัฒนา การพัฒนาสายอาชีพ และการจ่ายค่าตอบแทนให้กับบุคลากร ดังต่อไปนี้
HR Branding กับการสรรหาคัดเลือก
คำถามที่นัก HR จะต้องถามก็คือ “จะทำอย่างไรให้บริษัทเป็นที่รู้จักมากขึ้น” และ “มีคนรู้จักบริษัทมากน้อยแค่ไหน” ยิ่งบริษัทเป็นที่รู้จักและได้รับการยอมรับมากเท่าไหร่ บริษัทย่อมมีโอกาสได้สรรหาคนเก่งและคนดี (Talented People)เข้ามาร่วมกับองค์กรมากยิ่งขึ้นเท่านั้น ดังนั้นนัก HR จะต้องทำการตลาดตนเอง เป็นการตลาดเชิงรุกเพื่อให้คนภายนอกรู้จักบริษัทมากขึ้น เช่น การออกบูธรับสมัครงานภายนอกองค์กร การประชาสัมพันธ์กิจกรรมการสรรหาบุคลากรในหนังสือพิมพ์หรือในอินเตอร์เน็ต การเป็นวิทยากรแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับระบบการสรรหาคัดเลือกขององค์กร เป็นต้น

HR Branding กับการฝึกอบรมและพัฒนา
เป็นการสร้างภาพลักษณ์กับพนักงานภายในองค์กร ทำให้พนักงานเกิดความเชื่อมั่นในความสามารถของตนเองด้วยการเรียนรู้และพัฒนาประสิทธิภาพการทำงานของตนเองอย่างต่อเนื่อง การจัดระบบการฝึกอบรมและการพัฒนาให้สอดคล้องกับความสามารถของพนักงานด้วยการประเมินหาช่องว่างความสามารถของพนักงานแต่ละคนก่อน (Competency Gap Assessment) หลังจากนั้นผู้บังคับบัญชาจะต้องจัดทำแผนพัฒนาบุคลากรรายบุคคล (Individual Development Plan) เพื่อกำหนดแนวทางและหาเครื่องมือการพัฒนาความสามารถของพนักงานที่แตกต่างกันไป เช่น การมอบหมายโครงการ การเป็นพี่เลี้ยง การสอนงาน เป็นต้น

HR Branding กับการพัฒนาสายอาชีพ
การพัฒนาระบบการเลื่อนตำแหน่งงาน และการโอนย้ายงานหรือที่เรียกว่าการจัดทำผังเส้นทางความก้าวหน้าในอาชีพ (Career Path) ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งวิธีการในการสร้างแบรนด์หรือภาพลักษณ์ของงาน HR หน้าที่ที่สำคัญของงาน HR ก็คือ การสร้างระบบและเกณฑ์วัดที่ยุติธรรมในการเลื่อนตำแหน่งและโอนย้ายงานให้กับพนักงานที่มีคุณสมบัติเหมาะสม การกำหนดตัวชี้วัดผลงานหลักหรือ KPIs (Key Performance Indicators) เป็นปัจจัยเพื่อวัดผลงานหรือความสำเร็จของพนักงาน คนที่มีผลงานดีย่อมได้รับโอกาสหรือความก้าวหน้าในหน้าที่งาน และเมื่อพนักงานรับรู้ว่าระบบงาน HR มีความยุติธรรม พนักงานย่อมเกิดความรู้สึกที่ดีต่อองค์กร พวกเขาย่อมทุ่มเทกำลังกายและกำลังใจในการทำงานให้กับองค์กรอย่างเต็มกำลังความสามารถ

HR Branding กับการจ่ายค่าตอบแทน
ค่าตอบแทนได้แก่ เงินเดือน โบนัส ค่าคอมมิชชั่น สวัสดิการทั้งที่เป็นตัวเงินและไม่ใช่ตัวเงิน เป็นอีกหนึ่งระบบงานที่นัก HR จะต้องใส่ใจและตรวจสอบว่าค่าตอบแทนขององค์กรในปัจจุบันแข่งขันกับตลาดแรงงานภายนอกได้หรือไม่ พนักงานในองค์กรได้รับความเสมอภาคหรือความยุติธรรมในค่าตอบแทนที่ได้รับหรือไม่ การจ่ายค่าตอบแทนเป็นไปตามผลงานของพนักงานบ้างหรือไม่ เนื่องจากค่าตอบแทนที่ไม่ยุติธรรม ย่อมทำให้พนักงานเกิดทัศนคติทางลบกับองค์กร จนถึงขั้นพูดต่อกับพนักงานคนอื่น และบุคคลภายนอกองค์กรในทางลบ อันนำไปสู่ภาพลักษณ์ขององค์กรในทางลบเช่นเดียวกัน

ดังนั้นการสร้าง HR Branding ให้เกิดขึ้นในองค์กรก็เท่ากับว่าเป็นการทำการตลาดเชิงรุก (HR Proactive) ที่ไม่ใช่เพียงแค่ทำงานประจำตามคำกล่าวถึงหน่วยงาน HR ที่ว่าเป็นเพียงคนที่ทำหน้าที่ รับคนเข้า เอาคนออก ตรวจบัตรตอก ออกใบเตือน ทำเงินเดือน ยุ่งทั้งวัน หน้าที่ HR จะต้องคิดหาวิธีการสร้างแบนรด์หรือภาพลักษณ์ของงาน HR เพื่อจูงใจให้บุคคลภายนอกปรารถนาที่จะเข้ามาทำงานกับองค์กร รวมถึงการสร้างระบบการฝึกอบรมพัฒนา การจัดวางเส้นทางความก้าวหน้าในอาชีพให้พนักงาน และการจ่ายค่าตอบแทนที่ยุติธรรม ทั้งนี้การทำตลาดงาน HR ในเชิงรุกย่อมเท่ากับว่าหน่วยงาน HR สามารถขยับบทบาทและฐานะของตนเองมาเป็นเพื่อนคู่คิดในการทำงานของผู้บริหารระดับสูงสุดและผู้บริหารของหน่วยงานต่างๆ ในที่สุด

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น