
มาถึงแล้วกับงานมหกรรมพืชสวนโลกเฉลิมพระเกียรติฯ ราชพฤกษ์ 2554 ได้เลื่อนมาจัดงานเป็นวันที่ 14 ธันวาคม 2554 ถึงวันที่ 14 มีนาคม 2555 ซึ่งใครที่ชื่นชอบธรรมชาติ ต้นไม้ ดอกไม้ และการจัดสวนแปลกๆ ที่สวยงาม อลังการ ไม่ควรพลาดเป็นอย่างยิ่ง ทั้งนี้เพราะมีม่บ่อยนัก ที่จะมีงานระดับโลกซึ่งจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่สักครั้งหนึ่งในรอบหลายๆ ปี เพียงก้าวแรกภายใน งานมหกรรมพืชสวนโลกเฉลิมพระเกียรติฯ ราชพฤกษ์ ปี 2554 ที่จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ เพื่อเฉลิมพระเกียรติในหลวง พระราชินี และสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมงกุฎราชกุมาร ทุกคนจะพบเห็นความตระการตาของพืชพรรณไม้นานาชนิดในรูปของการจัดสวน จากองค์กรต่างๆ ในเมืองไทย รวมถึงจากนานาประเทศที่นำมาแสดง และจัดประกวดภายใต้แนวคิด ทัศนคติสีเขียว ปลูกจิตสำนึกการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และช่วยกันลดสภาวะโลกร้อน ซึ่งเป็นการเฉลิมฉลองร่วมกันของคนไทยทั้งประเทศ ในวโรกาสสำคัญ ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมพรรษา84 พรรษา ในปี 2555 และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ จะทรงเจริญพระชนมพรรษา80 พรรษา สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามกุฎราชกุมาร ทรงเจริญพระชนมายุ 60 พรรษา โดยภายในงานดังกล่าวจะมีกิจกรรมเฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่ ทั้งจัดแสดงนิทรรศการเผยแพร่พระราชกรณียกิจด้านการเกษตร พระอัจฉริยภาพในด้านต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเกษตร และโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริต่าง ๆ ของทั้ง3 พระองค์ รวมถึงการแสดงศักยภาพทางด้านเกษตรกรรม และเทคโนโลยีด้านพืชสวน ของเมืองไทยที่มีความก้าวหน้าไม่แพ้ประเทศอื่น ๆ ซึ่งจะช่วยส่งเสริมให้ผู้ที่อยู่ในวงการวิชาชีพพืชสวน นำความรู้ และประสบการณ์ที่มีค่าไปพัฒนาอาชีพของตัวเองให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มช่องทางการส่งออกผลิตภัณฑ์พืชสวนไทยสู่ตลาดโลกอีกด้วย
สำหรับเดือนนี้ที่คนชอบเที่ยวจะไปไหนกัน ผมขออาสาเป็นไกด์พาทุกคนเตรียมตัวออกเดินทางไปเที่ยวงานพืชสวนโลกปี 2554 ซึ่งถ้าใครที่ยังไม่เคยไปเที่ยวเชียงใหม่ แล้วจะไปงานพืชสวนโลก แต่ไม่รู้ว่าจะต้องไปยังไง ไปทางไหน วันนี้เราจะมาบอกให้ทราบกันล่วงหน้าถึงการเดินทางไปสถานที่จัดงานอุทยานหลวงราชพฤกษ์ ถ้าไปแบบลุยๆ ลูกทุ่งๆ ก็ต้องรถสองแถวที่ชาวเชียงใหม่เรียกว่า "รถแดง" เหมาไปเลย ถึงจะไปกันเพียง 2 คนก็เหมาได้ ส่วนราคาก็แล้วแต่ตกลงกับคนขับ ยิ่งถ้าพูดเหนือได้ ก็จะไม่แพงมากนัก ไปรถแดงถือว่าสะดวกสุด เพราะว่าไม่ต้องไปหาที่จอดรถใกล้ๆ บริเวณงานให้ยุ่งยาก แต่ถ้าไปแบบไฮโซ นิดหนึ่ง ก็ต้องเช่ารถกันไป มีทั้งแบบขับเองหรือมีคนขับให้ก็มี ราคาเริ่มต้นที่ 900 บาท แพงขึ้นตามความหรูของรถ ค่ามัดจำประมาณ 3,000 บาท ให้ขับไปตามถนนเลียบชลประทานประมาณ 6 กิโลเมตร แถวนั้นจะมีป้ายบอกทางไปจนถึงอุทยานหลวงราชพฤกษ์ ตำบลแม่เหียะ ใกล้ๆ กับเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี รับรองว่าไม่หลงแน่ๆ
ส่วนวิธีที่ง่ายที่สุดถ้าพักโรงแรม ก็ให้ทางโรงแรมไปส่ง และไปรับก็สะดวกดีไม่น้อย ซึ่งราคาของแต่ละโรงแรมก็แตกต่างกันไป หรือบางคนอาจจะเข้าพักในโรงแรมที่ใจดี มีโปรโมชั่นแถมบัตรเข้าชมงานให้ฟรีๆ ก็ถือว่าสะดวกสบายไปอีกเปลาะหนึ่ง นอกเหนือไปจากการเตรียมตัวเตรียมร่างกายให้พร้อมก่อนที่จะเที่ยวชมงานพืชสวนโลกให้สนุกสนาน หลายๆ คนอาจจะสงสัยว่าทำไมต้องเตรียมตัวอะไรนักหนา แค่ออกไปเดินๆ ดูต้นไม้ใบหญ้า จริงๆ แล้วถ้าบางคนแน่ใจว่า ร่างกายพร้อมทุกสัดส่วน ไม่ต้องเตรียมอะไรมากมาย แต่ถ้าอยากจะชื่นชมกับต้นไม้ใบหญ้าในงานอย่างสบายใจ และมีความพร้อมเต็มที่ ก็ต้องเตรียมตัวกันสักเล็กน้อย เนื่องจากสถานที่จัดงานใหญ่เอามากๆ โดยเฉพาะถ้าใครพาผู้สูงอายุไปเที่ยวด้วย รับรองว่า มีบ่น เล็กบ่นน้อยอย่างแน่นอน โดยเฉพาะอากาศที่ค่อนข้างะร้อนในช่วงกลางวัน ถึงแม้จะเป็นหน้าหนาวก็ตาม ก็ต้องเตรียมร่างกายกันให้พร้อม เริ่มต้นตั้งแต่เตรียม ร่ม น้ำดื่ม หรืออาจจะเอาพัด พัดลมมือถือไปด้วยก็ไม่แปลก เพราะสามารถนำมาช่วยบรรเทาความร้อนอบอ้าวได้ไม่มากก็น้อย

นอกเหนือไปจากการเลือกเวลาที่จะเดินชมสวน อาจจะเลือกช่วงเช้า หรือว่าเย็นๆ ไปเลยจะดีกว่า ถ้าบางคนชอบบรรยากาศกลางคืนก็ไปช่วงหัวค่ำ จะได้ไม่ต้องเจอแดด ไม่ต้องร้อน เดินชมดอกไม้ ต้นไม้ใบหญ้าได้แบบสบายใจสบายตัว ได้สัมผัสกับอากาศหนาวๆ หรือถ้าใครสะดวกไปตั้งแต่บ่ายแก่ๆ จนถึงช่วง 2-3 ทุ่มก็ได้ เพราะในปีนี้วันเสาร์ และอาทิตย์เปิดจนถึง 4 ทุ่ม ด้วยต้องการให้ผู้เข้าชมงาน สามารถรอชม "สวนแสงแห่งจินตนาการ" หนึ่งในไฮไลท์ที่เนรมิตดวงไฟนับล้านดวงกับผีเสื้อเรืองแสงเต้นรำ พร้อมเสียงดนตรี ที่ทุกๆ คนจะต้องไม่พลาด แต่ถ้าบางคนคิดจะกลับมาเที่ยวในครั้งต่อไป "ตะลอนทัวร์" ขอบอกเลยว่า คุ้มค่าแน่นอน เพราะจุดเด่นของงานในครั้งนี้นอกเหนือจาก สวนแสงแห่งจินตนาการแล้ว ยังมี กระเช้าราชพฤกษ์ลอยฟ้าที่สูงกว่า40 เมตร ซึ่งเมื่อขึ้นไปแล้วสามารถชมทิวทัศน์ภายในบริเวณงานได้ทั้งหมด และสวนเยาวชนรักษ์โลก สถานที่จัดนิทรรศการ และกิจกรรมที่ให้ทั้งความรู้ และความสนุกสนาน ปลูกฝังการลดโลกร้อนและรักธรรมชาติให้กับเยาวชนคนรุ่นใหม่

สำคัญที่สุดสำหรับการเที่ยวชมงานพืชสวนโลกในครั้งนี้ คือ อย่าลืมเอากล้องไปเก็บภาพบรรยากาศกันด้วย ซึ่งขอแนะนำว่า ให้เตรียมเมมโมรี่กับแบตเตอรี่กล้องไปเยอะๆ เพราะอาจจะเผลอกดชัตเตอร์จนเมมโมรี่เต็ม ก่อนที่จะเดินเที่ยวชมครบทั้งงาน !ส่วนผู้อ่านสามารถไปตื่นตาตื่นใจกับบรรยากาศภายในงานอย่างละเอียดกับกระเช้าราชพฤกษ์ลอยฟ้าซึ่งสูงกว่า40 เมตร คงกระตุ้นให้หลายๆ คนรีบวางแผนไปเที่ยวตั้งแต่เนิ่นๆ อย่างแน่นอน มหกรรมพืชสวนโลกกลับมาอีกครั้ง หนาวนี้ที่จังหวัดเชียงใหม่มีการจัดงานใหญ่ภายใต้ชื่อ “งานมหกรรมพืชสวนโลกเฉลิมพระเกียรติฯ ราชพฤกษ์ 2554” หรือที่นิยมเรียกกันสั้นๆว่า “งานพืชสวนโลก” ผมขอบอกเพิ่มเติมสำหรับคนไม่เคยไปว่า งานพืชสวนโลกไม่ใช่งานใหม่ แต่เป็นงานที่เคยจัดมาแล้วในปี พ.ศ. 2549 สำหรับการจัดงานพืชสวนโลกครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติฯใน 3 วโรกาสสำคัญของคนไทยคือ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมพรรษา 84 พรรษา ในปี พ.ศ.2554,สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงเจริญพระชนมพรรษา 80 พรรษา ในปี พ.ศ.2555 และสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงเจริญพระชนมพรรษา 60 พรรษา ในปี พ.ศ. 2555 ในวันที่ 14 ธ.ค. 54 - 14 มี.ค. 55 สัมผัสกับงานพืชสวนโลกได้ที่เชียงใหม่ นอกจากนี้ยังมีวัตถุประสงค์เพื่อแสดงศักยภาพทางด้านการเกษตรของคนไทยให้นานาชาติรับรู้, เพื่อเผยแพร่ความรู้ เทคโนโลยีด้านพืชสวน ด้านการเกษตรต่างๆ และที่สำคัญคือเพื่อกระตุ้นส่งเสริมการท่องเที่ยวปลายปีให้คึกคักมากยิ่งขึ้น สำหรับงานพืชสวนโลก 54 นี้ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2554 ถึง 14 มีนาคม พ.ศ. 2555 ณ อุทยานหลวงราชพฤกษ์ ต.แม่เหียะ อ.เมือง ซึ่งทางทีมงานได้ชู 10 ไฮไลท์สำคัญของงาน เพื่อเป็นแนวทางให้กับผู้เที่ยวชม ดังนี้
นิทรรศการพอเพียงตามรอยพ่อในอาคาร Expo Center 1
" นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติทั้งสามพระองค์ " : จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “ตามรอยพ่อ เกษตร คือทางออกเพื่อชีวิตที่ยั่งยืน” จัดแสดงในอาคารนิทรรศการ Expo Center 1 โดยนำเสนอ โครงการพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ อาทิ ฝนหลวง ตามด้วยโครงการพระราชดำริในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เช่น โครงการป่ารักษ์น้ำ และโครงการส่วนพระองค์ของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เกี่ยวกับการปลูกต้นไม้บนหลังคา โดยนำเสนอด้วยเทคนิคพิเศษที่เรียกว่า Panoramic Magic Virtual เป็นการจัดแสดงด้วยรูปแบบสื่อผสมบนจอภาพ 360 องศา เสมือนเข้าไปอยู่ในเหตุการณ์จริง ตื่นตาไปกับ Model สุดอลังการประกอบฉากเคลื่อนไหว เป็นต้น นิทรรศการ “3Gs 3Rs รากฐานสีเขียวเมื่อวันวาน สืบสานปัจจุบัน สร้างสรรค์อนาคต ลดโลกร้อน” : เป็นเรื่องของเมืองสีเขียว การปลูกพืชในเมืองใหญ่ เช่น การปลูกพืชในอาคาร การจัดสวนแนวตั้ง ซึ่ง “3Gs 3Rs 5nvเป็นแนวคิดหลัก(Theme)ในการจัดงานครั้งนี้ โดย 3Gs ประกอบด้วย “Greenitude” - การสร้างทัศนคติสีเขียว “Garden” - ให้คนมีความรักโลกสีเขียวและสวน “Generation” - การเรียนรู้ในงานพืชสวนโลกผ่านรุ่นสู่รุ่น ส่วน 3Rs ได้แก่ Reuse - การใช้ซ้ำ Reduce - การลดการใช้ และ Recycle - การนำกลับมาใช้ใหม่ เพื่อจัดการกับทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดให้คุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด
สีสันบัวต่างๆในสวนบัว
“นวัตกรรมพืชสวน” : ประกอบด้วย นิทรรศการสวนสมุนไพรไทย นำเสนอสมุนไพรไทยมากมาย ,นิทรรศการบัวไทย พบกับบัวหนึ่งเดียวในโลก เช่น บัวจิ๋วที่สามารถปลูกในถ้วยกาแฟ บัวยักษ์สีสันแปลกตาสามารถเปลี่ยนสีได้ภายในช่วง 5-6 วันที่ดอกบาน บัววันวิสาข์ และนิทรรศการกล้วยไม้ พลกับกล้วยไม้หายากของเมืองไทย และกล้วยไม้น่าสนใจจากทั่วโลก

ตั๊กแตนใบไม้
นิทรรศการโลกแมลง : รวบรวมแมลงมีชีวิตและแมลงไม่มีชีวิตมานำเสนอยิ่งใหญ่กว่าครั้งก่อน เตรียมพบกับ ด้วงผู้สืบทอดเผ่าพันธุ์จากบรรพบุรุษผู้เป็นเจ้าแห่งทะเล สัตว์ดึกดำบรรพ์ที่เพิ่งค้นพบ และตั๊กแตนกิ่งไม้ ตั๊กแตนใบไม้ เจ้าแห่งการพรางตัว พร้อมฝูงผีเสื้อกลางวันและกลางคืนนับพันตัว ร่วมด้วยการจัดแสงดระบบมัลติมีเดีย นำเสนอเรื่องราวอันหลากหลายของแมลง

หอคำหลวง ไฮไลท์ สำคัญของงาน
หอคำหลวง และนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ : หอคำหลวง ถือเป็นสัญลักษณ์ของอุทยานหลวงราชพฤกษ์ที่มีความสวยงามตามแบบสถาปัตยกรรมล้านนา ซึ่งในครั้งนี้ พื้นที่บริเวณชั้นล่างของหอคำหลวง ได้ปรับปรุงและตกแต่งใหม่ทั้งหมด เพื่อจัดแสดงนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว นำเสนอเรื่องงราวที่น่าสนใจ อาทิ พระราชประวัติของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ตั้งแต่ทรงพระราชสมภพจนถึงเสด็จขึ้น ครองสิริราชสมบัติ โครงการในพระราชดำริกว่า 3,000 โครงการ การจัดแสดงพระอัจฉริยภาพในด้านต่างๆ การจัดแสดงพระบรมฉายาลักษณ์ที่หาชมได้ยาก ตลอดจนการจัดแสดงภาพวาดฝีพระหัตถ์ของพระองค์กว่าร้อยภาพ และจัดแสดงทุกตัวโน้ตของเพลงพระราชนิพนธ์ครบทุกเพลง เป็นต้น

การประกวดพืชสวน : ครอบคลุมการประกวด กล้วยไม้ ไม้ดอก ไม้ใบประดับ การจัดดอกไม้สด ผัก เห็ด ผลไม้ ชาและกาแฟ เช่นการประกวดกล้วยไม้ “สวนสวรรค์แห่งกล้วยไม้นานาพันธุ์”
สวนแสงแห่งจินตนาการ
การแสดงอันน่าตื่นตาตื่นใจ : อาทิ ม่านน้ำราชพฤกษ์ ณ บึงราชพฤกษ์ “มหัศจรรย์…พลังสีเขียว”กับการแสดงม่านน้ำและน้ำพุเริงระบำ การแสดง จินตนฤมิตร ชุด น้ำ ดิน ฟ้า พระบารมี สรรเสริญพระบารมี 3 พระองค์อย่างยิ่งใหญ่ ด้วยชุดการแสดงประกอบแสง สี เสียง ผสมผสานระหว่างศิลปวัฒนธรรมไทยและนานาชาติ รวมไปถึงยังมี ขบวน Electric Parade of Royal Flora 2011 แสดงทุกวันตลอดการจัดงาน เวลา 19.00 - 20.00 น. ณ หอคำหลวงและลานราชพฤกษ์ และยังมีการแสดงพิเศษในเทศกาลสำคัญต่างๆ ได้แก่ ส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ วันวาเลนไทน์ เป็นต้น
3 แหล่งท่องเที่ยวใหม่ : ได้แก่ “สวนแสงแห่งจินตนาการ” (Imagination Light Garden) จัดแสดงดวงไฟนับล้านดวงกับผีเสื้อเรืองแสงเต้นระบำพร้อมเสียงดนตรีบรรเลง ร่วมด้วยใบไม้เรืองแสง Interactive ตามการเคลื่อนไหว “กระเช้าราชพฤกษ์ลอยฟ้า”(Giant Flora Wheel) ชมงานพืชสวนโลกมุมสูงกับกระเช้าลอยฟ้า สูง 42 เมตร(ประมาณตึก 14 ชั้น) “สวนเยาวชนรักษ์โลก” (Kids’ Eco Park) สวนเรียนรู้ ปลูกฝังจิตสำนึกการลดโลกร้อนและการอนุรักษ์ธรรมชาติให้กับเยาวชนคนรุ่นใหม่ ด้วยสื่อผสมผสาน Interactive และมัลติมีเดีย พร้อมการ์ตูนแอนนิเมชั่น

สวนภูฏาน
สวนนานาชาติ : สวนจากประเทศต่างๆที่สวยงาม โดดเด่น มีเอกลักษณ์ กว่า 30 ประเทศ อาทิ ญี่ปุ่นกับภูเขาไฟฟูจิจำลอง,ภูฏาน น่ายลด้วยดอก Blue Poppy ดอกไม้ประจำชาติ และงานสถาปัตยกรรมสไตล์ภูฏาน, โมร็อกโก สัมผัสกับบ้านและสวนแบบโมร็อกโก ที่ผสมผสานงานจากฟีนีเซียน, โรมัน อาหรับอันดาลูเซียน และแอฟริกันเข้าไว้ด้วยกัน,อินเดีย ดูขรึมขลังด้วยพระพิฆเนศ พระอุมาเทวีร่มเย็นใต้ต้นศรีมหาโพธิ์ และต้นสาละอินเดีย,เนเธอร์แลนด์ พบกับดอกลิลลี่สีส้ม ทิวลิปคิงภูมิพล และนวัตกรรมพืชสวน “มะเขือเทศไร้น้ำ” ที่มีแต่เนื้อ ไม่มีน้ำ, เบลเยี่ยม สัมผัสกับกรวยดอกไม้ที่ตกแต่งด้วยสีสันหลากหลายของสัปปะรดสี พร้อมด้วยบัวฝรั่งที่ชูช่อในสระรอบๆ สวน

กระเช้าราชพฤกษ์ลอยฟ้า
สวนองค์กรมากกว่า 20 สวน : อาทิ กรมทรัพยากรน้ำบาดาล สัมผัสโลกใต้ดิน “ตะลุยอุโมงค์น้ำบาดาล” กลุ่มบริษัทเครือเจริญโภคภัณฑ์ ชม ภาพยนตร์ 3D เสมือนผู้ชมได้อยู่ร่วมในภาพยนตร์นั้นจริงๆ ก่อนขึ้นไป ชิม ชม ชา จากโครงการภูฟ้าพัฒนา และออกไปพบกับ “สวน Smart Agriculture” แปลงสาธิตจัดแสดงพืชสวน พืชไร่ นอกจากนั้นก็ยังมี องค์การส่งเสริมกิจการ โคนมแห่งประเทศไทย จำลองฟาร์มโคนมแบบพอเพียง โดยจะมีนาข้าว คอกวัว บ้านในชนบท และมีการจำลองสาธิตการรีดนม กิจกรรมการป้อนนมลูกวัว การทำไอศกรีม และผลิตภัณฑ์แปรรูปต่างๆจากนม เช่น โยเกิร์ต รวมทั้งนิทรรศการ 3 พระองค์ เป็นต้น
และนั่นก็คือ 10 ไฮไลท์เด่นๆในงานมหกรรมพืชสวนโลกที่ผู้เข้าไปเที่ยวชมงานไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวงขอบอก
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น