วันศุกร์ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2554

Leader for 4 C's


การได้เป็นผู้นำขึ้นมานั้นก็ว่ายากอยู่แล้ว แต่จะเป็นให้ดีได้ยากกว่า วันนี้ผมมีเรื่องจะมาเขียนให้อ่าน ซึ่งจะเกี่ยวข้องกับการพัฒนาภาวะผู้นำให้ดี โดยครั้งนี้ผมจะขอเขียนเกี่ยวกับ 4 C’s สำหรับกำรเป็นผู้นำที่ครบเครื่อง จากการที่ผมได้มีโอกาสศึกษาเรื่องราวเกี่ยวกับการพัฒนาภาวะผู้นำในตัวเรา (Leadership Development) รวมทั้งได้ทำการโค้ช จัดอบรม และแลกเปลี่ยนทัศนะกับผู้คนจำนวนมากในหัวข้อนี้ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ผมได้รับคำถามจากหลายๆท่านอยู่บ่อยครั้งว่าหัวใจของการเป็นผู้นำที่ดีคืออะไร ว่าง่ายๆก็คือ ถ้าจะเป็นผู้นำที่ดีนั้นเราต้องมีทักษะอะไรบ้าง ผมจึงอยากจะนำเสนอมุมมองเรื่ององค์ประกอบของการเป็นผู้นำที่ครบเครื่องในความคิดของผมให้กับท่านผู้อ่านในวันนี้ครับ ก่อนอื่นผมอยากจะพาท่านมาพิจารณาความแตกต่างระหว่างคาว่า “ผู้นำที่ดี” กับคำว่า “ผู้บริหารที่ดี” (หรือผู้จัดการที่ดี)เสียก่อน พวกเราเคยสงสัยมั้ยครับว่าสองคำนี้มีความหมายต่างกันอย่างๆไร? เพราะเราคงจะเคยได้ยินคาว่า Leadership Skills และ Managerial Skills อยู่บ่อยๆแล้วก็อาจจะเหมารวมจับมาปนๆกันอยู่ สาหรับในมุมมองของผมนั้น “ผู้จัดการที่ดี” คือ หัวหน้างานที่มีทักษะและความสามารถในการบริหารผลงานของหน่วยงานของเขาให้บรรลุความสำเร็จได้ตามเป้าหมาย ซึ่งทักษะที่ต้องใช้ก็มีตั้งแต่การประเมินสถานการณ์ การกำหนดเป้าหมาย การวางแผนงาน การจัดสรรและมอบหมายงาน การติดตามความคืบหน้าของผลงาน การประเมินผล เป็นต้น (หรือที่เราเรียกรวมๆว่า Managerial Skills) ส่วนการเป็น “ผู้นำที่ดี” นั้น ในมุมมองของผมจะหมายถึงผู้ใดก็ตามที่สามารถผลักดันผลงานของตนเองหรือของหน่วยงานให้บรรลุความสาเร็จได้ตามเป้าหมาย โดยมุ่งเน้นที่การสร้างทีมงานที่เข้มแข็งและมีความมุ่งมั่น พร้อมใจกันในการทางานหรือผลักดันงานนั้นๆให้ประสบความสาเร็จได้ ...นั่นก็หมายความว่า “ผู้นำที่ดี” อาจจะไม่จาเป็นต้องเป็นคนที่มีตำแหน่ง ”ผู้จัดการ” ในองค์กรก็ได้นะครับ

สำหรับผมแล้ว ผู้นำที่ดีจะสามารถทำงานให้สำเร็จและได้ผลลัพธ์ของงานเฉกเช่นเดียวกับผู้จัดการที่ดี แต่จะแตกต่างกันตรงที่ผู้ที่มีความเป็นผู้นำจะเน้นไปที่ความสำเร็จอันเกิดจากการทางานร่วมกัน ..... เพราะผู้นำเชื่อว่า “การทำงานใหญ่ไม่สามารถทำสำเร็จได้ด้วยตัวเขาเพียงคนเดียว” ถ้าจะเป็นผู้นำได้ก็ต้องมีผู้ตาม และเราคงจะเคยเห็นผู้จัดการที่ดีหลายคนที่เก่ง ทำงานให้สำเร็จได้ แต่กลับไม่มีผู้ตามที่พร้อมจะลุยไปกับผู้นำท่านนั้นในทุกสนามรบ ถ้าจะเปรียบให้เห็นภาพง่ายๆก็อยากให้ท่านผู้อ่านลองนึกถึงภาพของกัปตันเรือในสมัยโบราณที่กาลังจะนำพาลูกเรือออกไปผจญภัยกลางทะเลเพื่อไปยังเกาะมหาสมบัติที่ไม่มีใครเคยไปมาก่อน งานนี้ไม่ว่ากัปตันจะเป็นคนที่รอบรู้เรื่องการเดินเรือแค่ไหนก็คงไม่สามารถไปถึงเกาะมหาสมบัติได้ด้วยตัวคนเดียวแน่ๆถ้าไม่มีพวกกลาสีลูกเรือที่เชื่อมั่นในตัวเขา และพร้อมที่จะทุ่มเทใจไปด้วยกันกับเขาเพราะความท้าทายและความเสี่ยงมันสูงเสียเหลือเกิน เขาจะต้องใช้ทักษะอะไรบ้างเพื่อชักจูงใจให้ลูกเรือพร้อมใจที่จะมาเสี่ยงตายไปกับเขา (นอกเหนือจากความร่ารวยจากการค้นพบเกาะมหาสมบัติ)?

มาถึงตรงนี้ก็จะขอนำเสนอสูตรง่ายๆสาหรับการสร้างความเป็นผู้นำของเราเพื่อให้เรามีผู้ตามและมีทีมงานที่เข้มแข็งพร้อมที่จะตามเราไป และลุยไปกับเราในทุกๆความท้าทายที่เราได้รับมอบหมายมาจากเบื้องบน เพื่อให้จำกันง่ายๆผมขอเสนอสูตรที่เรียกว่า 4C’s สำหรับการเป็นผู้นำที่ครบเครื่อง
C ตัวที่ 1 : CRITICAL THINKING
Critical Thinking คือการที่ผู้นำสามารถกำหนดได้ชัดเจนว่าอะไรคือเป้าหมายที่สำคัญสาหรับหน่วยงานของเขาและรู้ว่าปัจจัยแห่งความสำเร็จในการเอาชนะอุปสรรคเพื่อให้สามารถบรรลุเป้าหมายได้นั้นคืออะไร ว่าง่ายๆก็คือเป็นคนที่มีวิสัยทัศน์ รู้ว่าอะไรควรทำ อะไรควรหลีกเลี่ยง และที่สำคัญรู้เหตุผลด้วยว่าเพราะอะไร ทักษะที่ช่วยในหัวข้อนี้ก็ได้แก่การกำหนดวิสัยทัศน์ที่ถูกต้องและเป็นประโยชน์กับทั้งองค์กรและทีมงาน (Vision & Goal Setting) การวิเคราะห์และวางแผนเชิงกลยุทธ์อย่างเหมาะสม (Strategic Thinking & Planning) และการคิดอย่างเป็นระบบเพื่อให้สามารถตัดสินใจแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้อย่างเฉียบคม (Systematic Thinking & Problem Solving) เป็นต้น หัวใจที่สำคัญที่สุดที่ผู้นำต้องมีคือการมีสติ รู้ตัวอยู่เสมอว่าทุกสิ่งที่กำลังทำไปนี้ จะทำไปเพื่ออะไร และที่แน่ๆก็คือต้องไม่ใช่ทำไปเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว แต่จะมุ่งเน้นในการทำทุกวิถีทางเพื่อนามาซึ่งประโยชน์ของส่วนรวม ของทีมงานและขององค์กร ....ซึ่งถ้าเป้าหมายในการทำงานชัดเจนเช่นนี้แล้วย่อมสามารถเอาชนะใจทุกคนได้อย่างแน่นอน ถ้าเรานึกถึงกัปตันเรือที่กาลังจะไปหาเกาะมหาสมบัติ สิ่งที่เขาจะต้องมีคือข้อมูลของเกาะมหาสมบัติ เช่น เกาะอยู่ที่ไหนและมีสมบัติอยู่มากน้อยแค่ไหน นี่เป็นเสมือนหนึ่งการกาหนดวิสัยทัศน์ของการออกเดินทางในครั้งนี้ และถ้าจะให้ดีก็ควรจะมีแผนที่ของเกาะนี้ด้วย รวมทั้งการวางแผนว่าจะเดินทางอย่างไร เดินทางช่วงไหนของปีเพื่อให้ปลอดภัยที่สุด จะต้องใช้เสบียง อุปกรณ์ และลูกเรือ มากน้อยแค่ไหน ซึ่งนี่เป็นเสมือนหนึ่งการวางแผนเชิงกลยุทธ์นั่นเอง ถ้ากัปตันไม่มีสิ่งเหล่านี้ ก็น่าสงสัยอยู่เหมือนกันว่าจะมีลูกเรือมาสมัครใจยอมตามไปกับกัปตันคนนี้หรือเปล่าหนอ??

C ตัวที่ 2 : COURAGE
Courage หรือความกล้าหาญนี้ถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญทีเดียวในการสร้างความเป็นผู้นำในตัวเรา ผู้นำที่ไม่กล้าตัดสินใจ ห่วงหน้าพะวงหลังจะไม่สามารถสร้างความมั่นใจในสายตาของลูกน้องได้เลย เราคงเคยเห็นอยู่บ่อยๆว่าหัวหน้าบางคนไม่กล้าตัดสินใจทำในสิ่งที่จำเป็นต้องทำ เพราะมีความกลัวว่าถ้าทำไปแล้วเกิดผิดพลาดจะมีความผิดเข้าตัวเอง (นั่นคือเห็นประโยชน์ตัวเองเป็นใหญ่มากกว่าประโยชน์ส่วนรวม) เรามักจะเคยได้ยินคำพูดที่ว่าผู้นำที่ดีต้องกล้าตัดสินใจทำในสิ่งที่ถูกต้องแม้รู้ว่าการตัดสินใจนั้นอาจจะทำให้คนบางคนต้องเสียใจ ผิดหวัง หรืออาจจะไม่ได้รับการยอมรับจากคนอื่นๆ (เพียงแค่ในช่วงแรกที่พวกเขายังไม่เข้าใจ) .... หรือที่เราเรียกว่า "Unpopular Decision" ลองนึกถึงภาพนี้ครับ กัปตันเรือกำลังนำพาเรือต่อสู้กับพายุร้ายอยู่กลางทะเล แล้วลูกเรือคนหนึ่งเกิดพลัดตกลงไปในทะเลที่กำลังบ้าคลั่ง คุณจะเลือกอะไรระหว่างการนำลูกเรือที่อยู่บนเรือมาช่วยกันช่วยชีวิตลูกเรือที่ตกทะเลคนนี้ (ซึ่งอาจจะทำให้คุณและลูกเรือไม่สามารถรอดไปจากพายุร้ายนี้ได้) หรือ คุณจะตัดใจนำพาลูกเรือที่เหลืออยู่ไปต่อสู้กับพายุร้ายต่อไปเพื่อให้คนหมู่มากรอดชีวิตและเดินทางต่อไปได้? ยากใช่มั้ยครับ .... แต่ผู้นำที่ครบเครื่องต้องมีความกล้าที่จะตัดสินใจและต้องตัดสินใจเร็วด้วยครับ

C ตัวที่ 3 : CONNECT
Connect ในความหมายของผมจะมุ่งเน้นไปที่ความสามารถของผู้นำในการสร้างความเชื่อมโยง และความสัมพันธ์กับทีมงานและผู้คนรอบข้างได้อย่างมีประสิทธิภาพ ถ้าเราเป็นผู้นำที่เน้นที่ 2 C’s แรกเท่านั้น เราอาจจะเป็นผู้จัดการที่ดีได้ครับ แต่ผมเชื่อว่าเรายังไม่สามารถสร้างทีมงานที่พร้อมใจจะตามเราไปลุยในทุกงานได้ Connect นี้จะเป็นสะพานที่ผู้นำใช้ในการเข้าใจถึงแรงจูงใจ จุดแข็ง และจุดอ่อน ของลูกน้องแต่ละคนของเขา เขาจะใส่ใจในการสื่อสารเพื่อสร้างขวัญและกำลังใจให้กับลูกน้องของเขาทุกคน เขาจะไม่เคยละเลยที่จะใช้เวลาในการพัฒนาความสามารถของทีมงานเขา เขารู้และเชื่อว่าลูกน้องทุกคนมีพื้นฐานจิตใจที่ดี มีความรักในความก้าวหน้า และต้องการโอกาสที่จะแสดงความสามารถเมื่ออยู่ในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม และเขาจะใส่ใจในสารทุกข์สุขดิบของลูกน้องทุกคน รวมทั้งจะปฏิบัติต่อลูกน้องทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน เขาพร้อมที่จะชื่นชมและเฉลิมฉลองความสำเร็จของลูกน้อง และไม่รอช้าที่จะให้คำแนะนาเมื่อลูกน้องเริ่มเดินผิดทาง ทักษะที่ผู้นาที่ดีจะนำมาใช้ในส่วนนี้มีมากมาย เช่น การสร้างบรรยากาศของการสื่อสารแบบสองทาง (2-Way Open Communication) การใช้วิธีสอนงานเพื่อการพัฒนามากกว่าการสั่งงาน (Coaching) การให้อำนาจและมอบหมายงานเพื่อความก้าวหน้า (Empowerment) การเข้าใจถึงแรงจูงใจของลูกน้องแต่ละคนและใช้วิธีสร้างขวัญและกำลังใจที่เหมาะสมโดยไม่เน้นที่การเอาเงินฟาดหัวเพียงอย่างเดียว (Motivation) กลับมาที่ภาพของกัปตันเรือของเรา หลังจากที่ผ่านพ้นพายุร้ายมาได้ กัปตันเรือในฐานะผู้นำจะเดินเยี่ยมลูกน้องทุกคน ทั้งที่กำลังกางใบเพื่อขับเคลื่อนเรือ ที่กำลังทำงานซ่อมแซมเรือ รวมทั้งพวกที่บาดเจ็บและกำลังได้รับการพยาบาลอยู่ เขารู้ว่าลูกเรือกำลังเหนื่อยล้าและเสียขวัญ และอาจจะท้อแท้ในการเดินหน้าต่อไป เขารู้ว่าสิ่งสาคัญที่ลูกน้องกำลังต้องการในเวลานี้คือความเข้าใจและกำลังใจ และนั่นคือสิ่งที่เขาได้ทำเป็นสิ่งแรกๆหลังจากที่ผ่านพ้นพายุมา นอกจากนี้ การเดินเยี่ยมลูกเรือยังช่วยให้เขาเก็บข้อมูลของของสภาพเรือและสภาพของลูกเรือเพื่อช่วยเขาในการวางแผนปฏิบัติการขั้นต่อไปได้ด้วย และนี่คือผลพลอยได้ที่เขาได้มาเพื่อนาไปใช้ในส่วนของ Critical Thinking

C ตัวที่ 4 : CHARISMA
Charisma เป็นคำที่มีความหมายกว้างมากครับ คนที่มี Charisma จะเป็นคนที่มีเสน่ห์นะครับและเป็นคนที่ผู้คนทั่วไปสามารถที่จะชอบได้ ทีนี้มันจะสองแง่สองง่ามตรงนี้ครับ....ผมไม่ต้องการให้เราตีความว่าการที่เราจะเป็นผู้นำที่ดีได้ต้องพยายามทำตัวให้ทุกคนชอบ !! แต่ถ้าเรามีเสน่ห์ในแบบของเราที่ถูกต้อง เราจะเป็นแม่เหล็กที่ดึงดูดให้ทุกคนอยากเข้ามาอยู่ใกล้ชิดเราและมีส่วนร่วมในการเดินทางไปกับเราครับ การที่ผมรวม Charisma นี้ไว้ใน 4 Cs ด้วยเพราะผมเชื่อว่าเสน่ห์ของผู้นำเป็นสิ่งสาคัญ และจะมีคนเดินตามผู้นำคนนี้หรือไม่นั้นก็ขึ้นอยู่กับเสน่ห์นี่ด้วยล่ะ ทีนี้เราจะสร้างเสน่ห์ หรือ Charisma นี้อย่างไรดี ..... ผมว่าเสน่ห์มันเกิดขึ้นจากองค์ประกอบทั้งภายในและภายนอกตัวเราครับ องค์ประกอบภายในก็ได้แก่ วิธีการมองโลกของเราว่าเราเป็นคนที่มองโลกในแง่บวกหรือลบ เราเชื่อว่าทุกสิ่งทุกอย่างเป็นไปได้หรือคิดว่าโลกนี้มีแต่ข้อจำกัด เราเน้นที่การมองหาวิถีทางแก้ปัญหาหรือเน้นที่การวิเคราะห์ปัญหาและหาผู้กระทำผิด เรามักจะมองเห็นข้อดีในตัวคนอื่นหรือเรามักจะมองเห็นข้อเสียของเขามากกว่า เรามักจะคิดว่าเราถูกเสมอหรือเราพร้อมที่จะเปิดใจกว้างเพื่อยอมรับฟังความคิดเห็นของคนอื่น เราเปิดใจยอมรับสิ่งใหม่ๆหรือมักจะยึดติดอยู่กับวิธีการเก่าๆ สิ่งเหล่านี้จะส่งผลถึงความคิดและความรู้สึกที่คนรอบข้างมีต่อเราได้โดยที่เราไม่รู้ตัวครับ ต่อมาก็คือเสน่ห์ที่เกิดจากองค์ประกอบภายนอก ซึ่งรวมตั้งแต่บุคลิกภาพของเรา การยืน การเดิน การนั่ง การพูดจาของเรา ดูแล้วน่าเชื่อถือแต่เป็นกันเอง หรือว่าดูแล้วเหมือนคนที่ขาดความมั่นใจ หรือว่าดูแล้วเหมือนคนที่หยิ่งยโส ไม่แคร์ใครๆเลย แล้วยังมีวิธีที่เราสื่อสารพูดคุยกับคนอื่นอีก (ลองตรวจสอบตัวเองดูว่าเราสื่อสารอย่างให้เกียรติกับคนอื่นหรือไม่...หรือเราเน้นแต่การสื่อสารแบบสั้นๆห้วนๆแล้วอ้างว่าเป็นการสื่อสารแบบ Professional รึเปล่า) นอกจากนี้ยังรวมถึงการดูแลรักษามารยาททางสังคมของเราเพื่อให้มีการวางตัวอย่างเหมาะสมในสถานที่และกาละเทศต่างๆ และรวมไปถึงการดูแลเสื้อผ้าหน้าผมของเราด้วยว่าเราอยู่ในสภาพที่จะสร้างความมั่นใจให้กับผู้คนรอบข้างเราได้หรือไม่ ผมได้พบเจอคนที่ทางานเก่งๆหลายคนครับที่ละเลยการดูแลภาพลักษณ์ของตัวเองทาให้คนรอบข้างขาดความเชื่อมั่นในตัวเขาไปอย่างน่าเสียดาย และผมเชื่อว่าการดูแลภาพลักษณ์ตัวเองให้ดีนั้นไม่จาเป็นเลยนะครับที่จะต้องลงทุนไปซื้อเสื้อผ้าแบรนด์เนมราคาแพง ผมว่าเน้นที่ดูดีมากกว่าราคาแพงจะเหมาะสมกว่าครับ

สำหรับวันนี้ขอเล่าถึง 4 C’s เพียงคร่าวๆเท่านี้ก่อน แต่หวังว่าจะพอเป็นแนวทางแบบง่ายๆเพื่อให้ท่านผู้อ่านได้ลองพิจารณาดูว่า “เอ๊...เรายังขาด C ตัวไหนไปบ้างรึเปล่าน้อ” ในโอกาสหน้าจะเล่าให้ฟังถึงรายละเอียดหรือกรณีศึกษาของแต่ละ C มาให้อ่านกันเพิ่มเติม... และท้ายนี้ ผมเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าท่านจะเป็นกัปตันเรือที่นาพาเรือพร้อมทั้งลูกเรือไปถึงเกาะมหาสมบัติได้อย่างประสบความสาเร็จ และนาความสาเร็จนั้นกลับสู่ฝั่งได้อย่างปลอดภัย....

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น