วันจันทร์ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2558

ทำไงดี สมาธิในการทำงาน..ด้อย

สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ถือว่าเป็นวันยุ่งมากสำหรับผมทำให้เขียนถึงบทความนี้ช้าไป และเมื่อพอผมมีเวลาหลังจากได้ทำงานเสร็จแล้ว ผมก็ได้มีการวางแผนไว้ว่าจะจัดการสิ่งต่างๆ อื่นๆ ที่ยังคั่งค้างไม่ได้ทำมานานอย่างไรต่อ เช่น บางท่านอาจจะวางแผนที่จะจัดของภายในบ้าน บางท่านวางแผนที่จะอ่านหนังสือที่อ่านค้างมานานในจบ บางท่านวางแผนที่จะตอบอีเมลที่ล้นให้หมด หรือในกรณีของผมก็จะวางแผนที่จะเขียนบทความ เขียนหนังสือ อ่านหนังสือ ที่วางแผนไว้นานแต่ยังทำไม่เสร็จ ให้แล้วเสร็จในช่วงวันหยุด อย่างไรก็ดี ท่านผู้อ่านลองสังเกตดูซิครับ จะพบว่าสิ่งที่เราวางแผนไว้ว่าจะทำในช่วงวันหยุดนั้น มักจะไม่ค่อยเกิดขึ้น หรือถ้าทำได้จริง ทำได้เพียงแค่ครึ่งหนึ่งของที่วางแผนไว้ก็ถือว่าเก่งแล้ว คำถามสำคัญ ก็คือ ทำไมสิ่งที่เราวางแผนที่จะทำกลับไม่สามารถทำได้สำเร็จ ใช่เป็นเพราะเราวางแผนไม่ดี หรือเราไม่มีวินัยในตัวเอง หรือมีปัจจัยภายนอกอย่างอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง สาเหตุสำคัญประการหนึ่ง ที่ทำให้การทำงานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นช่วงวันหยุด หรือการทำงานโดยปกติ ไม่ประสบความสำเร็จเท่าไรนั้น เกิดขึ้นเนื่องจากเราไม่สามารถที่จะมีสมาธิในการทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้นานๆ ท่านผู้อ่านลองสังเกตตัวท่านเองดูซิครับว่าปัจจุบันสมาธิในการทำงานของท่านนั้นลดน้อยลงกว่าในอดีตเยอะมาก คนเราในปัจจุบันดูเหมือนจะถูกโปรแกรมให้พร้อมที่จะตอบรับและตอบสนองต่อทั้งโอกาสและข้อจำกัดที่เกิดขึ้นรอบๆ ตัวเราอยู่ตลอดเวลา ในขณะเดียวกัน เราก็เผชิญกับสิ่งที่คอยล่อหลอกและดึงดูดสมาธิทั้งในการทำงานและการเรียนหนังสือของเรามากขึ้น และยิ่งเรายอมให้สิ่งต่างๆ มาล่อหลอกและดึงดูดสมาธิของเรามากขึ้นเท่าใด ความสามารถในการทำงานอย่างมีสมาธิ และจดจ่ออยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งนานๆ ก็จะลดน้อยลงไปเรื่อยๆ

ผมสังเกตเด็กสมัยนี้ (ทั้งระดับมัธยมและมหาวิทยาลัย) ทำการบ้านหรือดูหนังสือก็นึกแปลกใจว่าเขาเหล่านั้นจะเข้าใจในสิ่งที่อ่านหรือดูอยู่หรือไม่ เนื่องจากหนังสือที่กองอยู่ข้างหน้า ยังมีเจ้าเครื่อง I Phone วางอยู่ข้างๆ แถมเปิดโน้ตบุ๊คอยู่อีกด้าน โดยในจอคอมพิวเตอร์นั้นก็เปิดทั้งโปรแกรม msn Facebook Twitter ดังนั้น ในขณะที่กำลังดูหนังสืออยู่ ถ้าเจ้า I Phone ร้องเตือนว่ามีเมลใหม่มาหรือมีคนมาคุยด้วย หรือถ้าโปรแกรมพวก Social Network ในคอมพิวเตอร์เตือนว่ามีคนติดต่อเข้ามา หรือ มีคนมาแสดงความคิดเห็น หรือมีข่าวใหม่ๆ สมาธิต่อการดูหนังสือก็จะถูกดึงดูดออกไป สุดท้ายแทนที่จะอ่านหนังสืออย่างรู้เรื่องให้เสร็จภายในเวลา 45 นาที กลับใช้เวลากว่าสองชั่วโมงในการอ่านหนังสือที่ปริมาณเท่ากัน และสุดท้าย ก็บ่นว่าดูไม่รู้เรื่อง อย่าว่าแต่เด็กนิสิต นักศึกษา หรือนักเรียน เลยนะครับ ผู้ใหญ่วัยทำงานก็เป็นโรคนี้กันเยอะพอสมควร โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีเครื่องมือในการติดต่อสื่อสารอย่างอีเมลเข้ามา และท่านผู้อ่านสังเกตดูนะครับว่าท่านเองมีพฤติกรรมในการจัดการกับอีเมลที่เข้ามาอย่างไร ท่านผู้อ่านจะอ่านอีเมลทุกขณะที่เข้ามีอีเมลใหม่เข้ามาหรือไม่ เนื่องจากในปัจจุบันทั้งโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ หรือโปรแกรมอีเมลใหม่ๆ จะบอกเราทันทีเลยว่ามีเมลใหม่เข้ามา หรือท่านผู้อ่านจะไม่สนใจต่อเมลใหม่ที่เข้ามา โดยจะมีการจัดสรรเวลาในแต่ละวันไว้สำหรับการอีเมล หรือจะคอยอ่านอีเมลในช่วงที่ว่างๆ มีงานวิจัยในอเมริกาที่พบว่าประมาณหนึ่งในสามของคนวัยทำงานที่จะคอยอ่านอีเมลตลอดเวลาที่มีเมลเข้ามาใหม่ และโดยเฉลี่ยแล้ว ชาวอเมริกาจะใช้เวลาไปกับอีเมลประมาณ 1 ชั่วโมง 47 นาทีต่อวัน

นอกเหนือจากพฤติกรรมในการอ่านเมลแล้ว พฤติกรรมในการตอบเมลก็น่าสนใจครับ ว่าโดยปกติท่านจะตอบเมลทันทีที่อ่านเสร็จ หรือจะแค่ดูหัวเรื่องและความสำคัญแล้วค่อยตอบเมื่อมีเวลาว่าง พวกที่คอยเช็คเมลอยู่ตลอดเวลา และตอบทันทีนั้น มักจะทำไปเนื่องจากคนเหล่านี้มีความรู้สึกว่าตัวเองจะต้องคอย update ข้อมูลในเรื่องต่างๆ ให้ทันสมัยอยู่เสมอ นอกจากนี้ การตอบเมลทันทียังทำให้เกิดภาพลักษณ์ที่ดีว่าเป็นคนทำงานที่มีประสิทธิภาพ ใส่ใจต่อความต้องการของผู้อื่น จนกระทั่งในปัจจุบันเกิดความคาดหวังขึ้นมาในสังคมโดยไม่รู้ตัวว่าเมื่อเราส่งอีเมลไป เราควรจะได้รับอีเมลตอบกลับมาโดยทันที หรือไม่เกิน 1 วัน  จริงอยู่นะครับที่การอ่านและตอบอีเมลในทันทีแสดงถึงประสิทธิภาพในการทำงาน และความเอาใจใส่ของเราต่อความต้องการของผู้อื่น แต่ในอีกมุมมองหนึ่งพฤติกรรมดังกล่าวเป็นพฤติกรรมที่เกิดผลในระยะสั้น แต่เมื่อมองในระยะยาวแล้วการอ่านและตอบอีเมลอยู่เป็นประจำ หรือการตอบสนองต่อสิ่งเร้า ข่าว หรือบทสนทนาต่างๆ ที่เกิดขึ้นรอบตัวเรา กลับทำลายสมาธิและความสามารถในการทำงานของเราลง เมื่อท่านพยายามตอบสนองต่อสิ่งเร้าต่างๆ ที่เข้ามาอยู่ตลอดเวลา ทั้งอีเมล ทั้ง I Phone ทั้ง FB ทั้งเสียงโทรศัพท์ ทั้ง SMS สมาธิและความสามารถในการทำงานของท่านจะลดน้อยลง เนื่องจากสมาธิท่านจะลดลง ท่านจะถูกดึงดูดและล่อหลอกด้วยสิ่งเร้าต่างๆ มากขึ้น ในระยะยาวแล้วความสามารถของท่านในการจดจ่อ หรือทำงานในสิ่งใดสิ่งหนึ่งเป็นระยะเวลานานก็จะลดลง

ขอโยงกลับไปตอนต้นของบทความ ซึ่งคราวนี้ท่านผู้อ่านคงได้คำตอบแล้วนะครับว่าทำไมหลายๆ ครั้ง แผนงานที่เราวางไว้จะทำทั้งในช่วงวันหยุดยาว หรือในการทำงานปกติมักจะไม่ค่อยสำเร็จ ทั้งนี้ เนื่องจากการถูกดึงดูดหรือล่อหลอกด้วยสิ่งต่างๆ ดังนั้น เมื่อตั้งใจจะอ่านหนังสือ แต่พอสายตาเหลือบไปเห็นอีเมลใหม่ที่เข้ามาก็อดไม่ได้ที่จะไปอ่าน จากนั้นก็จะค่อยๆ ต่อเนื่องไปเรื่อยๆ จนกระทั่งงานที่เราตั้งใจจะทำตอนแรกไม่สำเร็จ สัปดาห์นี้ ผมเองใช้เวลาเขียนบทความนี้ประมาณไม่เกิน 30 นาที แต่บางสัปดาห์ใช้เวลาเป็นชั่วโมง ซึ่งไม่ได้เกิดขึ้นจากเขียนไม่ออก แต่เกิดขึ้นจากพร้อมๆ กับที่เขียนบทความก็เปิด Facebook และโปรแกรมอีเมลไปด้วย ดังนั้น สมาธิในการเขียนบทความก็จะถูกดึงดูดด้วยสิ่งต่างๆ อยู่ตลอดเวลา ท่านผู้อ่านก็ลองสังเกตพฤติกรรมของท่านเองนะครับ และเพื่อเพิ่มพูนสมาธิและความสามารถในการจดจ่ออยู่กับงานใดงานหนึ่ง เวลาทำงานก็พยายามปิด หรือขจัดสิ่งเร้าต่างๆ ออกไปให้ได้มากที่สุดครับ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น